SALA STEEL
by Volume Matrix Studio
สถาปัตยกรรมที่รับรู้ได้ด้วยประสบการณ์ของผู้ใช้งานในนิยามของคำว่า “Surreal Experience” ให้คนสนุกไปกับการตีความและคิดต่อ
เรารับรู้พื้นที่จากสิ่งใด? อะไรเป็นตัวจำแนกประเภทของมัน? คนแต่ละคนมีประสบการณ์ชีวิตที่ไม่เหมือนกัน รวมถึงการรับรู้เรื่องราวต่างๆ ด้วย นี่จึงเป็นเหตุผลว่าเมื่อเวลาผ่านไปทำไมเราจึงกลับไปที่เดิมๆ หรืออ่านหนังสือเล่มเดิมๆ แล้วรู้สึกไม่เหมือนเดิม เรามีอายุมากขึ้น สถาปัตยกรรมก็เช่นกัน

ภายใต้ร่มเงาของต้นมะม่วงใหญ่ที่เติบโตควบคู่มากับผืนดินในรั้วบ้าน และโครงสร้างอาคารของบริษัท Volume Matrix Studio ทำให้เราได้หลุดออกมาอีกโลกหนึ่งในพื้นที่สีเขียวเหมือนไม่ได้อยู่ในเมือง เวลามองออกไปจะเห็นส่วนโค้งของทางด่วนที่ตัดมาจากเส้นพระรามสามมุ่งสู่แจ้งวัฒนะ แนวคิดหนึ่งของสิ่งปลูกสร้างในพื้นที่นี้คือการล้อมธรรมชาติเอาไว้ และอยู่ไปด้วยกันอย่างกลมกลืน ก่อนหน้านี้ระหว่างอาคารที่เป็นบ้านและบริษัทถูกขั้นไว้ด้วยคูน้ำ บ่อน้ำ และพงไม้ ที่มีทางเดินเชื่อมถึงกันเท่านั้น ซึ่งตอนนี้มีศาลา Abstract หลังหนึ่งเชื่อมทุกอย่างไว้อีกที

“คนมามักจะเกิดคำถามขึ้นกับโครงสร้างตรงนี้ว่า ทำทำไม? ทำไปเพื่ออะไร? คืออะไร? โดยเจตนาคือสร้างขึ้นมาเพื่อให้เกิดคำถามว่าทำไมต้องไปตัดสินว่ามันคืออะไร ทั้งที่มันขึ้นอยู่กับการตีความตามประสบการณ์ของคน ซึ่งไม่มีอะไรถูกอะไรผิด” เจตนาแรกที่พี่กึ๋น กศินร์ ศรศรี เจ้าของพื้นที่และบริษัท Volume Matrix Studio อยากให้คนที่มาเยือนตั้งคำถามกับการใช้งานของพื้นที่ต่างๆ รวมถึงศาลาอันเกิดจากการทดลองสนุกๆ นี้ ที่นอกเหนือจากการปรับเปลี่ยนมุมมอง และเพิ่มการใช้งานของพื้นที่โดยการวางกรอบไว้หลวมๆ ให้เติบโตไปเองตามกาลเวลา “พี่มองว่าปัจจุบันงานสถาปัตยกรรมมันบังคับคนมากเกินไป แต่เรามองว่าความสนุกเกิดขึ้นเมื่อเวลาปล่อยคนให้เกิดการตีความและทำอะไรก็ได้ เช่นเดียวกับความ Surreal ของคนไทย” พี่กึ๋นขยายสิ่งที่เป็นมุมมองทำปฏิกิริยากันของวัตถุและความคิดสร้างสรรค์ของพื้นฐานของคนไทย

ถ้าจะระบุลักษณะสิ่งก่อสร้างประเภท “ศาลา” จริงๆ นั้นเป็นหนึ่งในงานสถาปัตยกรรมอย่างหนึ่ง มีความอเนกประสงค์ ก่อสร้างขึ้นมาอย่างอิสระ และเกิดขึ้นไม่ไกลนักจากที่พักอาศัย แต่ Sala Steel ของที่นี่มีความยืดหยุ่นมากกว่าความหมายของมันมากนัก ภายใต้รูปร่างและโครงสร้างที่ไม่ซับซ้อนของศาลา สร้างด้วยโครงเหล็กสองชั้น ซึ่งชั้นบนสามารถเดินขึ้นไปได้โดยมีหลังคาคือร่มใบมะม่วง มีการปิดผนังซึ่งมองจากรูป ด้านคือด้านเดียวกันแต่เป็นคนละระนาบ มีทั้งช่องแสงยื่นออกไป และระแนงเหล็กเพื่อรับแสงเพิ่ม Volume ให้กับพื้นที่ วัสดุที่ใช้สร้างหลักคือ โครงเหล็กเคลือบกันสนิม แผ่นเหล็กไม่เคลือบกันสนิม พ่นสีดำ(ที่ตอนนี้มองไม่เห็นสีดำแล้ว) และพื้นตามวัสดุไม้หลากชนิดรวมถึงไม้ตะเคียนด้วย สิริรวมเวลาก่อสร้างราวหนึ่งสัปดาห์
จากการขยายทางเชื่อมระหว่างอาคารสองหลัง เราจึงสามารถมองเห็นผนังจากพื้นที่ไร้ขอบเขตขึ้นมา ซึ่งอำนวยต่อการเกิดกิจกรรมได้อีกหลายอย่างแล้วแต่จะรังสรรค์ ณ ตอนนี้พื้นที่บนศาลาจะพบเฟอร์นิเจอร์ไม้เก่าๆ ที่มีเรื่องราวที่มาที่ไปอีกจำนวนหนึ่ง ถูกจัดวางเรียงเหมือนเป็นพื้นที่แสดงงานศิลปะย่อมๆ จากรสนิยมของเจ้าของ หากมานั่งชื่นชมต่างเวลาความรู้สึกก็จะต่างไป ตรงขั้นบันไดเชื่อมกับชั้นสองก็สามารถมานั่งสังสรรค์ กางโปรเจคเตอร์เพื่อฉายหนังดูร่วมกันได้ และบนศาลานี่เองก็เคยจัดพิธีรดน้ำสังฆ์มาแล้ว เป็นต้น
อันที่จริงงานปลูกสร้างระยะเวลาหนึ่งสัปดาห์นี้กำลังสะท้อนดีเอ็นเอทางความคิดของหลักการออกแบบของ Volume Matrix Studio ได้อย่างดีทีเดียว งานสถาปัตย์ที่อยู่อย่างเข้าใจธรรมชาติของบริบท และการสร้างความรู้สึก “สถาปัตยกรรมที่ดีไม่ได้อยู่ Last Long มันควรจะอยู่อย่างไรให้เป็นขยะน้อยที่สุดเมื่อมันหมดอายุ ให้มันสร้างประโยชน์สูงสุดโดยเติมเต็มการใช้งานคือการที่มันอยู่อย่างมีคุณค่าแล้ว สิ่งที่ Last Long คือการสืบต่อแนวความคิดมากกว่า” หลักการส่วนหนึ่งที่ถ่ายทอดจากพี่กึ๋น
คำตอบของ Volume Matrix Studio กับคำถามตอนเริ่มต้น คงไม่พ้นการใช้พื้นที่อย่างไรก็แล้วแต่คนจะตีความ ซึ่งทางผู้ออกแบบนำมาเล่าตีความจากนามธรรม ให้อยู่ในรูปแบบผ่านสถาปัตยกรรมที่ไม่ซับซ้อนเพื่อจับต้องได้ง่ายขึ้น ขอบเขตที่เรามองเห็นเราจึงนับเป็นพื้นที่ ดินฟ้าอากาศนอกจากทำปฏิกิริยากับวัสดุแล้วยังบอกเวลาคำนวณอายุ และเป็นที่มาของอารมณ์อันหลากหลายเป็นที่มาของความงามแบบธรรมชาติ ใครว่ามีอายุแล้วไม่สวยสนิมจับเหล็กยังสวยเลย
Project : SALA STEEL
Owner : คุณกศินร์ ศรศรี
Architect : VOLUME MATRIX STUDIO Co., Ltd.
Area : 50 ตารางเมตร
Budget : 100,000 บาท
Main Material : โครงสร้างเหล็กเคลือบสนิม, แผ่นเหล็กไม่เคลือบสนิม, พื้นไม้เก่าผสมชนิดกัน