
ชื่อของ ADI C อาจยังไม่คุ้นหูในวงการแฟชั่นมากนัก แต่เชื่อว่าอีกไม่นานมันจะต้องเป็นแบรนด์ที่เหล่าแฟชั่นพีเพิ้ลต้องเรียกหา! เพราะด้วยความแตกต่างอย่างมีเอกลักษณ์ สไตล์เฉพาะตัวที่พิเศษไม่เหมือนใคร และส่วนผสมที่เกิดจากความหลงใหลในศิลปะโดยเฉพาะกับงานเพ้นท์ติ้ง ซึ่งคุณอาร์ม อดิเรก คำน้อย ดีไซเนอร์เลือดใหม่ผู้เป็นคนปลุกปั้นแบรนด์นำมาหลอมรวมอยู่ด้วยกัน ผลลัพธ์ที่ได้จึงเป็นความลงตัวระหว่างศิลปะร่วมสมัยกับแฟชั่นที่สร้างความน่าตื่นตาตื่นใจ และยังทำให้ ADI C กำลังจะกลายเป็นดาวอีกหนึ่งดวงที่ส่องสว่างอยู่ในสุริยะจักรวาลของแฟชั่น
ก่อนจะมาเป็นแบรนด์ ADI C
ตอนแรกผมเรียนจิตรกรรมอยู่ที่อาชีวศึกษาเชียงรายจะได้เรียนพวกเพ้นท์ติ้ง หรืออะไรที่เกี่ยวกับงานอาร์ททุกอย่างครับ จริงๆ ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าแฟชั่นคืออะไร เพราะตอนนั้นสาขาแฟชั่นดีไซน์ที่เชียงรายไม่ได้ป็อปขนาดนั้น แต่พอได้มารู้จักได้เริ่มศึกษาจริงๆ มันน่าตื่นเต้นมาก แล้วเราเป็นคนชอบแต่งตัวชอบทำ DIY เลยเป็นจุดเริ่มที่ทำให้อินกับการลงมือทำเสื้อผ้า ตอนหลังมาค้นพบว่าสิ่งนี้คือแฟชั่นดีไซน์ หลังจากเรียนจบจิตรกรรมก็มาเรียนต่อแฟชั่นที่ มศว (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ) ครับ
ในระหว่างที่เรียนก็เริ่มทำแบรนด์ไปด้วย
หลังจากที่จบ มศว ผมได้ทุนไปเรียนต่อที่ Domus Academy ประเทศอิตาลีอยู่ 2 ปี ช่วงที่เรียนอยู่ที่นั่น เราได้ไปพบเจอไปเห็นอะไรที่มันเกิดแรงบันดาลใจตลอดเวลา มันทำให้เรามีความอยากทำเสื้อผ้ามากๆ เรามีโอกาสไปฝึกงาน หรือทำอะไรให้คนอื่นมาเยอะแล้ว ทำไมเราไม่ลองใช้ไอเดียมาทำให้ตัวเองบ้าง เลยเริ่มจากที่มิลานทำเท่าที่เราทำได้


พอกลับมาเมืองไทยก็เลยใส่เต็มกับ ADI C
ใช่ครับ เพราะอยู่ที่นั่นมีข้อจำกัดในการทำเยอะ เราไม่สามารถออกไปซื้อหนังแล้วเอาไปส่งโรงงานเย็บหรือเย็บเองได้ เพราะต้นทุนในการซื้อแมททีเรียลค่อนข้างสูง แต่ว่าตอนนั้นมันมีความอยากทำมาก รู้สึกว่าเราต้องเริ่มทำอะไรสักอย่าง
สไตล์ที่เป็น ADI C
เป็น Menswear ที่ผมพยายามทำให้มันไม่มีความมัสคิวลีนมาก อยากให้ทุกคนใส่ได้ แล้วก็จะมีความเป็นสตรีทด้วย

เอกลักษณ์ในงานดีไซน์ที่ไม่เหมือนใคร
คิดว่าน่าจะเป็นพวกลายปริ้นท์ หรือลายเพ้นท์ครับ ช่วงที่ทำเสื้อผ้า ผมทำเพ้นท์ติ้งควบคู่ไปด้วย ผมชอบทำทั้งสองอย่างเลยพยายามมิกซ์ให้มันไปด้วยกันได้ เวลาได้เปลี่ยนจากแคนวาสไปเพ้นท์ลงบนเสื้อผ้าบ้าง มันก็แฮปปี้ครับ
ผู้ชายในแบบของ ADI C
จริง ๆ แล้วผมว่าไม่ต้องมีคาแรคเตอร์ หรือ Personality ที่แรงอะไรมากมายก็ได้ ผมอยากให้ทุกคนที่ชอบในงานของผมสามารถสวมใส่ได้หมดเลย ตั้งแต่เด็กไปจนถึงผู้ใหญ่อายุ 50-60 ปีไปเลยครับ
แรงบันดาลใจในการทำงาน
ส่วนใหญ่ผมจะเป็นคนชอบดูคนนะครับ ดูว่าเขาแต่งตัวยังไง ทำผมแบบไหน สิ่งเหล่านี้จะเป็นแรงบันดาลใจให้ตลอด แล้วเราก็จะคิดถึงแต่เรื่องของเสื้อผ้าอยู่ตลอดเวลา 24 ชั่วโมงเลยครับ
ทิศทางในอนาคตของแบรนด์
พยายามให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในบ้านเราก่อน แล้วผมอยากไปพรีเซ้นท์ในแถบยุโรป เพราะอยากให้แบรนด์เป็นที่รู้จักในระดับโลกเหมือนกัน อาจจะเป็นรันเวย์ หรือโชว์รูมก็ได้ครับ


มันคือความสุขที่เกิดจากการทำเสื้อผ้า
ผมเป็นคนรักเสื้อผ้า แล้วก็เป็นคนอินกับเสื้อผ้าวินเทจเสื้อผ้ามือสองมาก ไม่ว่าจะอยู่ที่ไหนก็ตามจะพยายามไปตลาด Flea Market ไปคุ้ยไปค้นเสื้อผ้า เพราะของเก่าพวกนี้จะมีดีเทล หรือแมททีเรียลอะไรเก๋ๆ แล้วพอเราได้ถ่ายทอดในสิ่งที่เราอยากทำ หรือสิ่งที่เราอยากใส่ออกมา มันก็แฮปปี้เพราะว่าไม่มีความกดดันในการทำ ยิ่งถ้าได้มิกซ์งานเพ้นท์ที่ชอบเข้าไปด้วยได้ก็จะทำให้แฮปปี้มากครับ
ART DIRECTOR: PATTARAPEE EKSUPAAPAN
PHOTOGRAPHER: KORNKRIT JIANPIMIDNAN
VIDEOGRAPHER: TANIT PHRAMTHED
ASSISTANT VIDEOGRAPHER: IDSARA BUAKHONG, WORARAT KEETAMEKIN
EDITOR: WORARAT KEETAMEKIN
MAKE UP + HAIR: @minddmakeup and Pete
MODEL: TOPNOTCH CHIRANOTHAI @s_model
ALL CLOTHES: ADI_C @adi_c