Comfort Zone พื้นที่ที่คนเราเคยชิน ปลอดภัย มั่งคงอยู่ในความควบคุมของคนแต่ละคน ซึ่งเป็นที่ที่ทุกคนต้องการ พื้นที่ที่เป็นได้ทั้งพฤติกรรม ทัศนคติ สถานะ หน้าที่ ความรับผิดชอบ อุดมการณ์ ฯลฯ แต่ทำไมจึงมักมีคนมาบอกให้เราออกจากพื้นที่เช่นนี้อยู่บ่อยๆ พบเห็นได้จากการโฆษณาที่กระตุ้นให้ออกไปใช้ชีวิต ออกจากกรอบ ออกไปค้นหาตัวตน นั้นสิทำไม!!!
ธนกร เนตรจอมไพร หรือ ไบร์ท บัณฑิตจากสาขาวิชานิเทศศิลป์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ตั้งข้อสงสัยและตอบคำถามนี้ผ่านผลงานนิทรรศการ "ชินจัง" พื้นที่แห่งความเคยชิน ใช้การตั้งคำถามและแสดงให้เห็นถึงผลดีในการที่จะก้าวออกมาจาก “พื้นที่แห่งความเคยชิน” จากกิจกรรมต่างๆ ในการดำเนินชีวิตนั้นทำให้ everything เห็นการขบคิดเพื่อหาคำตอบในคำถามของนักออกแบบรุ่นใหม่อย่างไบร์ท ที่พร้อมจะก้าวออกมาเพื่อการเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ ที่จะสร้างพื้นที่และสังคมของคนยุคนี้ในอนาคต ไบร์ทยกประเด็นที่ทุกคนสามารถมีส่วนร่วมได้โดยใช้กิจวัตรในชีวิตประจำวันก่อนจะให้ข้อมูลถึงผลดีของการได้ลองก้าวมาพบสิ่งใหม่ๆ จากความเคยชินของคนแต่ละคน ผ่านผลงานที่แอบมีอารมณ์ขำ และสดใจที่สะท้อนทัศนคติที่ดีอย่างกระตุ้นให้ผู้ชมผลงานก้าวออกจาก “พื้นที่แห่งความเคยชิน”
และเมื่อได้มานั่งขบคิดตามสิ่งที่ไบร์ทได้ให้จากงานออกแบบนิทรรศการนี้ จนทำให้ผมมีข้อสังเกตถึงหน้าที่ของ Comfort Zone ต่อมนุษย์ที่ดูจะมีความสัมพันธ์กับคนในแต่ละคน พื้นที่ที่แวดล้อมตัวตน เราได้สร้างพื้นที่ของเราด้วยประสบการณ์ ความรู้ สถานะ หน้าที่ เมื่อเราได้เรียนรู้จนเข้าใจ เริ่มลองทำจนควบคุมได้แล้ว กลไกของการเป็นมนุษย์ที่มีสงสัยใคร่รู้น่าจะต้องเริ่มทำงานสั่นคลอนขอบเขตของพื้นที่ที่เราสร้างหรือ “พื้นที่แห่งความเคยชิน” ของไบร์ท เราจะเริ่มก้าวออกไปขยายขอบเขตพื้นที่ที่เราสร้าง เพื่อการเรียนรู้และเสริมสร้างตัวตนของเรา อีกครั้งที่เราคุ้นชินจนเคยชิน และอีกครั้งกลไกของการเป็นมนุษย์ที่มีสงสัยใคร่รู้ก็จะทำงาน...
โจทย์ในการออกแบบ
นิทรรศการ "ชินจัง" พื้นที่แห่งความเคยชิน เป็นการเล่าการติดอยู่ใน Comfort Zone ของคนเรา คือพฤติกรรมที่เราทำบ่อย ๆ จนเคยชิน ไม่คิดที่จะเปลี่ยนแปลง เพราะอาจจะกลัวหรือด้วยปัจจัยอื่นๆ เช่น การใส่เสื้อสีขาวตลอดเวลา เพราะเราไม่มั่นใจถ้าเราใส่เสื้อสีๆ ซึ่งอาจจะใส่แล้วดูดีกว่าก็ได้ การไม่กล้าขับรถออกนอกเส้นทางอื่นบ้าง เพราะกลัวหลง ทั้งๆ ที่อาจจะเร็วกว่าทางเดิมหรือกระทั่งการเปลี่ยนแปลงเรื่องใหญ่ๆ เช่นการเปลี่ยนงาน การเปลี่ยนสายการเรียน การแต่งงาน โดยนิทรรศการนี้ออกแบบเพื่อให้คนส่วนใหญ่ ทุกวัยไม่ว่าจะเด็กวัยรุ่น วัยทำงานก็ตาม ได้รู้ว่าการออกจาก Comfort Zone ของตัวเองนั้นมันดีนะ มันไม่ใช่สิ่งที่เลวร้ายเสมอไป


ผลลัพธ์ที่ได้แตกต่างจากจุดเริ่มต้นแนวคิดหรือไม่
ช่วงเริ่มทำทีสิสช่วงแรก ที่เสนอกับอาจารย์ในภาควิชา ตอนแรกก็อยากจะทำเรื่องพฤติกรรมของคนไทยอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องอะไรก็ตาม สุดท้ายก็เป็นเรื่องของการติดอยู่ใน Comfort Zone ซึ่งคำถามที่ตั้งไว้ช่วงแรกในการทำทีสิสเรื่องนี้ ต้องบอกก่อนเลยว่าผมก็เป็นคนที่ติดอยู่ใน Comfort Zone บางเรื่องอยู่เหมือนกัน ซึ่งทำให้ตอนแรกเราก็มีคำถามกับตัวเองเหมือนกันว่า “การออกจาก Comfort Zone มันจะดีจริงๆ รึ” ซึ่งถ้ามันมีผลเสียมากกว่าผลดีแล้วเราจะไปทำเรื่องนี้ไปทำไม เมื่อได้ลองศึกษามันไปเรื่อยๆ เราก็เห็นผลดีมากกว่าผลเสียจริงๆ คำถามนี้ก็เริ่มหายไป
ทำไมเลือกที่จะออกแบบนิทรรศการ
เราแค่อยากลองทำอะไรหลายๆ อย่างดู ทั้งงานปริ้น วีดิโอ การถ่ายภาพ ซึ่งก็เหมาะกับนิทรรศการนี้ด้วย เลยตั้งใจไว้แบบนี้ตั้งแต่แรกอยู่แล้ว




จุดเด่นทีสิสของเราคืออะไร
แต่ถ้าจะให้พูดถึงจุดเด่นของงานนี้ คือการที่ทุกคนได้เข้ามาดูงานนี้แล้วได้คิดย้อนกลับมามองตัวเอง ได้ทบทวนพฤติกรรมของตัวเอง และได้คิดที่จะพัฒนาตัวเองต่อไปก็ถือว่าเป็นจุดเด่นและเป็นเป้าหมายหลักในการทำงานนิทรรศการนี้แล้ว ซึ่งงานนี้มันอาจจะไม่ได้เปลี่ยนโลก เปลี่ยนสังคมได้อะไรขนาดนั้น แต่ก็ถือว่าดีมากๆ แล้ว ถ้ามันเป็นจุดเริ่มต้นเล็กๆ ให้คนที่ผ่านมาได้คิดที่จะออกจาก Comfort Zone และงานนี้ได้ให้ความรู้หรือคุณค่าไม่มากก็น้อย
ใครเป็น Advisor หรือ ผู้ผลักดันสำหรับงานนี้
อาจารย์ทุกคนในภาคก็ช่วยผลักดันเรื่องนี้ แต่ถ้าเป็นอาจารย์ที่ปรึกษาหลักงานนี้ คือ อาจารย์พรรณศรี ชูอารยะประทีป หรือครูแดง ถ้าไม่มีครูแดง งานไม่ออกมาเป็นชิ้นเป็นอันแน่นอน เป็นคนที่เปิดโอกาสให้เราทำเรื่องนี้เป็นคนแรก เป็นคนที่คอยให้ความรู้เรื่องนี้เป็นอย่างมาก บางทีก็ช่วยหาข้อมูลมา ให้เราด้วย เป็นคนคอยแนะนำ ตบกลับมาเมื่อเราออกทะเลไปไกลอีกด้วย ซึ่งผมรักครูแดง โดยเฉพาะการเอาใจใส่เด็ก ชอบซื้อขนมมาเลี้ยง ติดตั้งสายไฟให้นักศึกษามาทำงาน การนัดคุยงานนอกสถานที่ได้เกือบทุกวัน พูดแล้วน้ำตาจะไหล เอาไว้เท่านี้ก่อนละกัน

ประสบการณ์ที่ได้จากตอนทำทีสิส
ไม่ค่อยมีจุดพีคในระหว่างทำเท่าไหร่ ส่วนใหญ่ก็เป็นสิ่งที่หลาย ๆ คนเจอในการทำงาน เช่น โดนแก้ไอเดียการเล่าเรื่องบ้าง โดนแก้อาร์ตไดเร็กชั่นบ้าง ยังไม่ได้มีพีคขนาด คอมหาย ไฟดับ แต่ถ้าอยากเล่าโมเม้นที่อยากเล่า ก็เป็นช่วงที่จัดแสดงงานทีสิสของพวกเราทุกคนที่เซ็นทรัลเวิร์ล สนุกมากตอนคืนก่อนแสดงงานหนึ่งคืน เพราะทุกคนก็จะมาช่วยกันเซ็ทอัพงาน มีเล่นกันบ้างทำงานกันบ้าง เพราะตอนปีสี่แล้วก็ไม่ค่อยได้ทำอะไรด้วยกันเยอะๆ เท่าไหร่ บางคนเสิร์ฟน้ำให้เพื่อน บางคนไปเล่นนู้นนี่นั่นคลายเครียดให้เพื่อน เวลาทำด้วยกันเยอะๆ สนุกดี พูดแล้วน้ำตาจะไหลอีกละ
ข้อความสั้นๆ ที่พูดอะไรให้กับคนที่เห็นงานเราบ้าง?
อาจจะไม่ได้เป็นงานที่ดีมาก แต่ก็ขอบคุณมากๆ ครับที่เข้ามาดูกัน

ชื่อเล่น ไบร์ท bright
บัณฑิตสาขานิเทศศิลป์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง
https://www.facebook.com/bright.thanakorn.7








