
นับแต่อดีตกาลนานมา “ภาพวาด” หรือ “งานจิตรกรรม” มักทำหน้าที่เป็นภาพแทนของความเป็นจริง และภาพความเป็นจริงที่ถูกนำเสนอผ่านงานจิตรกรรมมากที่สุดก็คือภาพของมนุษย์ นอกจากงานจิตรกรรมจะทำหน้าที่บันทึกและแสดงถึงรูปร่างหน้าตาของมนุษย์ในห้วงขณะหนึ่ง ไม่ต่างอะไรกับกล้องถ่ายภาพแล้ว สิ่งที่งานจิตรกรรมสามารถทำได้มากกว่านั้นก็คือการแสดงถึงสิ่งที่ซ่อนเร้นอยู่ภายในของมนุษย์ได้เช่นเดียวกัน


ดังประโยคที่ว่า “ความลึกลับของความเป็นมนุษย์ถูกเปิดเผยอยู่ในงานจิตรกรรม” อันเป็นคำกล่าวของ มิร์ทิลล์ ทิแบย์เรงซ์ (Myrtille Tibayrenc) จิตรกรชาวฝรั่งเศส ผู้เติบโตและใช้ชีวิตในหลายประเทศ เธอเรียนรู้ภาษาและวัฒนธรรมอันหลากหลาย ก่อนที่จะย้ายมาใช้ชีวิตและทำงานศิลปะในประเทศไทย มิร์ทิลล์วาดภาพด้วยเทคนิคที่ได้รับอิทธิพลจากงานจิตรกรรมคลาสสิค ผสานแรงบันดาลใจจากความลึกลับของความทรงจำที่มีอยู่ในภาพต้นแบบที่เธอเก็บสะสมเอาไว้ บ้างเป็นภาพที่เธอถ่ายเอาไว้เอง บ้างเป็นภาพในอินเตอร์เน็ต บ้างเป็นภาพเก่าแก่โบราณจากตำนานหรือเทพนิยายที่เธอคิดว่าน่าสนใจและกระทบใจเธออย่างมาก ภาพเหล่านี้สะท้อนสังคมและความเป็นอยู่ของมนุษย์ทั้งในอดีตและปัจจุบันโดยอัตโนมัติ
มิร์ทิลล์ใช้ตัวเองเป็นเหมือนฟิลเตอร์ที่กลั่นกรองความเข้าใจส่วนหนึ่งของวิถีชีวิตของมนุษย์อย่างไร้พรมแดน ภาพที่เธอเลือกมาแปรเปลี่ยนให้เป็นงานจิตรกรรมเหล่านี้ แสดงออกถึงความร่วมสมัย แต่ในขณะเดียวกันก็เปี่ยมไปด้วยความคลาสสิคไร้กาลเวลา แบบเดียวกับที่เราสัมผัสได้จากภาพวาดยุคโบราณ อันเป็นหลักฐานว่า ผู้คนที่มีชีวิตในอดีตกาลนานมาก็มีความหมกมุ่นลุ่มหลงแบบเดียวกับคนในยุคปัจจุบัน พวกเขามีความรัก, ความเกลียด, และกลัวความตายแบบเดียวกับที่พวกเราเป็น
มิร์ทิลล์เคยจัดนิทรรศการแสดงเดี่ยวและกลุ่มทั้งในกรุงเทพฯ และเชียงใหม่ มิร์ทิลล์ยังเป็นภัณฑารักษ์อิสระและผู้ก่อตั้งพื้นที่ทางศิลปะอย่าง Toot Yung Art Center ปัจจุบันเธอเป็นหนึ่งในศิลปินที่เข้าร่วมแสดงในเทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 กับผลงานจิตรกรรมจัดวางชุด Iconostasis (2022) ที่ประกอบด้วยงานจิตรกรรมสีน้ำมันบนผ้าใบ 45 ชิ้น ซึ่งได้แรงบันดาลใจจากแผงจิตรกรรมแท่นบูชาบนผนังของโบสถ์คริสต์นิกายออร์โธด็อกซ์ ในยุโรป ที่เรียกว่า ไอโคโนสตาซิส (Iconostasis) ผลงานชุดนี้ถูกจัดแสดงเต็มผนังห้องแสดงงานชั้น 7 ของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ราวกับจะเปลี่ยนให้ห้องแสดงงานศิลปะแห่งนี้กลายเป็นศาสนสถาน หรือพื้นที่ทางจิตวิญญาณก็ไม่ปาน
มิร์ทิลล์กล่าวถึงจุดเริ่มต้นของผลงานชุดนี้ให้เราฟังว่า
“ก่อนหน้านี้ฉันเคยอยากแสดงงานที่ BACC มานานแล้ว เมื่อ ดร. อภินันท์ โปษยานนท์ เชิญให้ฉันไปแสดงงานที่นั่น ในเทศกาลศิลปะ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 ฉันรู้สึกดีใจมาก เหมือนฝันที่เป็นจริง ฉันเลยคิดถึงการทำงานที่ใหญ่กว่าที่ฉันเคยทำมา และพอดีในช่วงนั้นฉันได้พบกับผู้หญิงจากสตูดิโอแน่นหนาจากจังหวัดเชียงใหม่ที่ทำงานกับผู้หญิงจากชนเผ่าท้องถิ่นที่ทำผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ ซึ่งฉันสนใจมาก ฉันเลยขอให้เขาทำผ้าใบวาดภาพจากผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติให้ฉัน นี่เป็นจุดเริ่มต้นของโครงการนี้ ฉันมีผ้าใบทอมือผืนใหญ่ ที่มีเฉดสีน้ำเงินครามและสีน้ำตาลมะเกลือที่สวยงาม”

“หลังจากได้ผ้าใบ ฉันก็เริ่มเลือกนายและนางแบบมากมายหลายคนสำหรับวาดภาพ เพราะฉันต้องการให้แรงบันดาลใจของฉันเป็นอิสระ ในช่วงเวลานั้นฉันก็กำลังศึกษาเรื่องภาพวาดยุคกลางและยุคเรอเนสซองส์ เพราะมันเป็นความลุ่มหลงของฉัน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ฉันสนใจภาพวาดทางศาสนา และความที่มันบรรยายถึงสิ่งที่เป็นนามธรรมอย่างมาก อย่างเช่น ความศรัทธา, ความสงสัยใคร่รู้ และเรื่องราวทางจิตวิญญาณ ฉันรักที่ภาพวาดเหล่านี้สามารถแสดงออกถึงความรู้สึกนึกคิดอันเป็นนามธรรมออกมาได้อย่างเรียบง่าย ฉันจึงต้องการใช้ภาษาของภาพวาดเหล่านี้พูดกับผู้คนในยุคปัจจุบันที่เข้ามาชมงานของฉัน เพื่อเชื่อมโยงพวกเขาเข้ากับความศรัทธาและเรื่องราวทางจิตวิญญาณอีกครั้ง”
“นายและนางแบบทุกคนเป็นเพื่อน ๆ ครอบครัวของฉัน ถึงฉันจะวาดภาพจากภาพถ่าย แต่ฉันก็ต้องการวาดจากภาพต้นแบบที่ฉันเป็นคนถ่ายเอง เพื่อหลีกเลี่ยงปัญหาทางลิขสิทธิ์ แล้วมันก็ดีกว่า ตรงที่ฉันสามารถเลือกรูปร่างที่ฉันชอบ และท่าโพสที่ฉันต้องการได้ ดีกว่าภาพจากนิตยสาร ซึ่งฉันไม่ค่อยชอบท่าโพสเท่าไหร่ ฉันเคยใช้ภาพจากอินเตอร์เน็ตและนิตยสารบางครั้ง แต่ครั้งนี้ฉันใช้แต่เพื่อน ๆ และครอบครัวของฉันเป็นแบบ”



“เหตุผลที่ฉันเลือกใช้ผ้าฝ้ายทอมือย้อมสีธรรมชาติ เพราะฉันต้องการเน้นย้ำประเด็นเกี่ยวกับระบบนิเวศและสิ่งแวดล้อม เพราะฉันคิดว่าสำคัญมาก และฉันคิดว่ามันยังเชื่อมโยงกับประเด็นเกี่ยวกับความศรัทธาและเรื่องราวทางจิตวิญญาณ เพราะฉันคิดว่าเรื่องราวทางจิตวิญญาณจะพบได้ภายในตัวของเรา ก็ต่อเมื่อในยามที่เราเชื่อมโยงกับธรรมชาติเท่านั้น ถ้าเราตัดขาดจากธรรมชาติอย่างสิ้นเชิง เราก็จะไม่สามารถค้นหาตัวตนหรือจิตวิญญาณของเราได้ นี่เป็นเหตุผลที่ความเป็นเมืองใหญ่ หรือวิถีการใช้ชีวิตสมัยใหม่ ทำให้เราตัดขาดจากตัวเองและจิตวิญญาณของเรา”
“เวลาฉันวาดภาพนายและนางแบบ ฉันมักจะพูดคุยเล็กน้อยเพื่อบอกใบ้ให้พวกเขาโพสท่าที่ฉันอยากได้ หรือแสดงออกทางสีหน้าและอารมณ์อย่างที่ฉันต้องการ แต่โดยปกติฉันมักจะใช้นายและนางแบบที่ฉันรู้ว่าจะเหมาะกับภาพวาดของฉัน ฉันก็เลยไม่ต้องพูดคุยกับเขามากนัก”
“โดยปกติฉันมักใช้นายและนางแบบหลายคน ที่โพสท่าให้ฉันถ่ายรูปอย่างแตกต่างหลากหลาย และฉันก็จะมีหลายร้อยภาพในคอมพิวเตอร์ ฉันก็จะใช้เวลาหลายวันเลือกว่าจะใช้ส่วนไหนของร่างกายพวกเขา อาจจะเป็นแค่มือ หรือแค่ใบหน้า สำหรับฉัน ฉันไม่ได้มองร่างกายเหล่านั้นเป็นมนุษย์อีกต่อไป หากแต่กลายเป็นสัญลักษณ์หรือบางสิ่งบางอย่างที่ฉันอยากจะวาดออกมา ดังนั้นจึงไม่สำคัญเลยที่ภาพที่ฉันวาดจะเหมือนหรือไม่เหมือนนายและนางแบบเหล่านั้นจริง ๆ”


ในวงการศิลปะร่วมสมัย มิร์ทิลล์เป็นที่รู้จักในฐานะ “จิตรกรผู้วาดภาพมนุษย์” ผู้สำรวจหลากแง่มุมของความเป็นมนุษย์ผ่านงานจิตรกรรมได้อย่างลึกซึ้งถึงแก่นมากที่สุดคนหนึ่ง
“เหตุที่ฉันลุ่มหลงหมกมุ่นในตัวมนุษย์ เพราะฉันเองก็เป็นมนุษย์เหมือนกัน เพราะฉันคิดว่าเป็นสิ่งน่าสนใจที่สุดที่จะทำความเข้าใจวิถีทางของมนุษย์เรา ว่าทำไมเราถึงอยู่ที่นี่? อะไรที่เชื่อมโยงเราเข้าไว้ด้วยกัน และเราจะอยู่ด้วยกันอย่างสันติกว่าที่เป็นอยู่นี้ได้อย่างไร”

“เมื่อคุณจบจากสถาบันศิลปะ คุณไม่เคยได้รับการฝึกฝนให้เป็นศิลปินอาชีพ ซึ่งเป็นเรื่องยากมาก ๆ ที่คุณจะเดินเข้าไปนำเสนองานในหอศิลป์ เพราะคุณเป็นโนบอดี้ ประตูแห่งโอกาสไม่เคยเปิดให้คุณ เมื่อฉันเรียนจบปริญญา ฉันย้ายมาอยู่ประเทศไทย และฉันต้องการงานทำ เพราะฉันไม่มีวีซ่า และฉันอยากอยู่ที่นี่ต่อ พอดีฉันหางานทำได้ที่แผนกวัฒนธรรมของสมาคมฝรั่งเศส ฉันทำงานที่นั่นสามปี ฉันไม่มีเวลาทำงานศิลปะของตัวเองเลย และฉันเองก็รู้สึกประหม่าจนไม่เคยเอางานของฉันให้ใครดูเลย แต่ช่วงนั้นฉันก็ได้เจอศิลปินมากมาย เพราะฉันต้องทำงานกับศิลปินหลายคนที่ทำงานร่วมกับสมาคมฝรั่งเศส หรือสถานทูตฝรั่งเศส ฉันได้พบศิลปินไทยมากมาย และได้ทำงานเป็นภัณฑารักษ์ ท้ายที่สุดฉันก็ได้เปิดหอศิลป์ของตัวเอง (หอศิลป์ตูดยุง) และตลอดช่วงเวลานั้นฉันก็ไม่เคยเอางานของฉันให้ใครดูเลย ก่อนหน้านี้ฉันได้แต่แอบวาดภาพอย่างลับ ๆ เพราะฉันต้องการให้ภาพวาดของฉันเป็นอิสระ และมีความเป็นส่วนตัว โดยไม่ต้องแบกรับภาระจากคำวิจารณ์ใด ๆ และฉันไม่ต้องการตอบคำถามอะไรใคร ๆ การวาดภาพคือการปลดปล่อยตัวเองของฉัน”


“จนวันหนึ่งในปี 2016 ฉันเริ่มวาดภาพสีน้ำมันชิ้นเล็ก ๆ บนผ้าใบ และฉันชอบมันมาก ในที่สุดฉันก็มีความมั่นใจในตัวเองพอที่จะเอาภาพไปเสนอให้คุณเชน สุวิกะปกรณ์กุล เจ้าของแกลเลอรี่เซรินเดีย (Serindia Gallery) เพราะเขาเป็นเพื่อนที่ดีของฉัน และเป็นคนที่ทำให้ฉันรู้สึกสบายใจที่จะเอางานไปเสนอให้ดู และถามว่าเขาคิดอย่างไรกับงานของฉัน คิดว่าฉันพอจะแสดงงานที่แกลเลอรีของเขาได้ไหม เขาเปิดดูงานฉันไปสามหน้า เขาก็บอกว่า แน่นอนมีมี่ เธอแสดงงานที่นี่ได้ มันสวยมาก (หัวเราะ)”
“หลังจากฉันหยุดทำแกลเลอรี ฉันมีเวลาวาดภาพมากขึ้น ฉันมีสตูดิโอที่สวยมากที่เชียงใหม่ ซึ่งอยู่ค่อนข้างไกลตัวเมือง ไม่ค่อยมีใครแวะเวียนมาเท่าไรนัก ทำให้ฉันมีช่วงเวลาที่สงบสุข พอฉันได้ทำงานศิลปะและเป็นศิลปิน มันเหมือนฉันได้ปลดปล่อยตัวเอง เพราะฉันอยากเป็นศิลปินตั้งแต่ฉันเป็นเด็ก ๆ มันเป็นความฝันของฉันอย่างแท้จริง”
นอกจากมิร์ทิลล์จะเป็นภัณฑารักษ์และเจ้าของแกลเลอรีที่จัดนิทรรศการแสดงผลงานศิลปะของศิลปินอย่าง ตะวัน วัตุยา, ธาดา เฮงทรัพย์กุล และ ปิยะรัศมิ์ ปิยะพงศ์วิวัฒน์ เป็นครั้งแรก ราวกับเป็นผู้เปิดประตูสู่วงการศิลปะให้แก่ศิลปินเหล่านี้ ที่ล้วนแล้วแต่เป็นศิลปินร่วมสมัยผู้เติบโตก้าวไกลในระดับสากลไปแล้ว ผลงานของเธอเองก็ไม่ต่างอะไรกับประตูที่เปิดสู่ประสบการณ์อันลึกลับของความเป็นมนุษย์เช่นเดียวกัน
“ฉันรักที่จะมองในแง่นั้นนะ เพราะฉันคิดว่าเป็นหน้าที่สูงสุดในฐานะมนุษย์ที่เราจะมีน้ำใจให้กันและกันและมอบสิ่งที่ดีที่สุดให้แก่ผู้คนเท่าที่จะทำได้”


มิร์ทิลล์ยังกล่าวถึงความรู้สึกในการเป็นหนึ่งในศิลปินที่ร่วมแสดงงานในเทศกาลศิลปะครั้งใหญ่เคียงบ่าเคียงไหล่ศิลปินระดับโลกเป็นครั้งแรกว่า
“การแสดงงานในเทศกาลศิลปะ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 เป็นอะไรที่ท้าทายมาก ๆ และฉันมีความสุขมาก ฉันรักที่จะได้ทำงานจิตรกรรมจัดวางในพื้นที่กว้างใหญ่เช่นนี้ นี่เป็นสิ่งที่ฉันฝันมาตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว แต่ฉันก็ยังรักที่จะทำงานจิตรกรรมชิ้นเล็ก ๆ ที่เป็นเหมือนวัตถุลี้ลับ ฉันรักแนวคิดเกี่ยวกับรูปเคารพ หรือเครื่องรางของขลัง บางสิ่งบางอย่างที่เล็กมาก ๆ ที่ทุกคนสามารถเก็บเอาไว้ใกล้ ๆ ตัว วางไว้บนหัวนอน ฉันรักพลังงานรอบ ๆ วัตถุเหล่านี้ ฉันรักที่จะสำรวจงานจิตรกรรมในฐานะวัตถุเล็ก ๆ ที่ลี้ลับเช่นนี้”
จากคำบอกเล่าของคนใกล้ชิด มิร์ทิลล์เป็นศิลปินที่ทำงานได้อย่างรวดเร็วจนน่าเหลือเชื่อ ซึ่งต่างกับความประณีตละเมียดละไมที่ปรากฏให้เห็นในผลงานแต่ละชิ้นของเธออย่างสิ้นเชิง
“เวลาทำงาน ฉันทำงานเร็วมาก ๆ แต่ฉันก็ต้องใช้เวลาเตรียมการนานมากด้วย ทั้งเตรียมวัตถุดิบ เตรียมนายและนางแบบ เตรียมภาพถ่าย ฉันเป็นคนที่ต้องจัดการทุกอย่างให้เรียบร้อยก่อนทำงาน ถ้าทุกอย่างไม่เรียบร้อยสมบูรณ์แบบ ฉันจะทำงานไม่ได้เลย สตูดิโอของฉันต้องสะอาดสุด ๆ อารมณ์ฉันต้องดี ปลอดโปร่ง ทุกสิ่งทุกอย่างต้องเตรียมพร้อม แล้วฉันจะเริ่มต้นทำงานได้รวดเร็วสุด ๆ อย่างงานชิ้นใหญ่ที่แสดงในบางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 ฉันวาดเสร็จภายในเวลาแค่เดือนเดียว การวาดภาพเปรียบเหมือนพิธีกรรมและการทำสมาธิของฉัน ฉันตื่นทุกๆ วันตอนเช้าตรู่ และเริ่มต้นทำงานเป็นเวลาห้าถึงหกชั่วโมงต่อวัน หลังจากนั้นฉันก็กินอาหารและทำสวน เวลาวาดภาพฉันใช้ชีวิตไม่ต่างอะไรจากนักบวชเลย”

นอกจากการเข้าร่วมแสดงผลงานในเทศกาลศิลปะ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 แล้ว เมื่อปลายปีที่ผ่านมา มิร์ทิลล์ยังเข้าร่วมแสดงผลงาน และเป็นภัณฑารักษ์รับเชิญในเทศกาลศิลปะ Mango Art Festival ในโกดัง De Siam Antiques ที่จังหวัดเชียงใหม่ ระหว่างวันที่ 2 - 5 ธันวาคม 2022 ที่ผ่านมาอีกด้วย


“งานที่ฉันทำที่ Mango Art Festival มันท้าทายมาก ๆ และฉันก็ชอบความท้าทาย ตอนแรกที่คุณท็อป - ไผทวัฒน์ จ่างตระกูล กับ พี่บี - สุชาย พรศิริกุล มาชวนฉันแสดงงาน ฉันบอกว่าฉันไม่อยากทำ เพราะงานเยอะและยุ่งมาก ๆ แต่พอพวกเขาให้ฉันดูพื้นที่แสดงงานที่โกดัง De Siam Antiques ฉันก็ไม่อาจปฏิเสธพวกเขาได้ พื้นที่ช่างน่าอัศจรรย์มาก ๆ ฉันเลยตกลงใจแสดงงาน ฉันเองก็รักที่จะแสดงงานในพื้นที่แปลก ๆ เสมอ ก่อนหน้านี้ฉันเคยแสดงงานในส้วมสาธารณะ ฉันเคยแสดงงานในเซ็กส์คลับ การแสดงงานในพื้นที่แบบ White Cube บางทีก็ดีอยู่นะ แต่ฉันคิดว่ามันยังท้าทายและสนุกไม่พอสำหรับฉัน นอกจากจะแสดงงานของตัวเองแล้ว ฉันยังทำหน้าที่เป็นภัณฑารักษ์ในพื้นที่ที่ฉันดูแลที่นั่น โดยเชิญศิลปินเกือบ 40 คน มาร่วมแสดงงานด้วย”
ถึงแม้ผลงานของมิร์ทิลล์จะเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกทางจิตวิญญาณราวกับเป็นภาพวาดทางศาสนาในโบสถ์คาทอลิก แต่ในขณะเดียวกันมันก็เต็มเปี่ยมไปด้วยความอีโรติกเย้ายวนทางเพศอย่างล้นเหลือหรือบางครั้งจะแจ้งเลยด้วยซ้ำ
“ฉันชอบศิลปะอีโรติก และงานของฉันเองก็เต็มไปด้วยความอีโรติกมาก ๆ ฉันคิดว่ามันเป็นหัวข้อที่ดีที่จะพูดถึง เพราะถ้าเราพูดถึงเรื่องนี้น้อยเกินไป และเมื่อเรื่องเซ็กส์ถูกกดทับปิดกั้นมาก ๆ มันจะทำให้จิตใจของมนุษย์เสียหายอย่างมาก ฉันต้องการเปิดหัวข้อเหล่านี้ให้ถูกพูดถึงมากขึ้น เพราะสิ่งเหล่านี้คือความเป็นมนุษย์มาก ๆ ฉันต้องการเขย่ากฎเกณฑ์และข้อห้ามของสังคม ยิ่งในพื้นที่สาธารณะแบบนี้ ยิ่งน่าสนใจที่เราจะทำให้ผู้คนได้เผชิญหน้ากับสิ่งที่พวกเขาไม่ค่อยได้พูดถึงในชีวิตประจำวันเท่าไร”

“ท้ายที่สุด ฉันหวังว่าผลงานของฉันจะกระตุ้นอารมณ์ความรู้สึกของผู้ชม ฉันหวังว่าพวกเขาจะใช้หัวใจสัมผัสกับผลงาน ฉันจะรู้สึกดีมาก ถ้าผู้คนทุกชนชั้นจะรู้สึกจับใจกับงานของฉัน ไม่ใช่แค่คนที่ฉลาด มีการศึกษาสูง หรือคนที่มีความรู้เกี่ยวกับศิลปะเท่านั้น ฉันหวังว่าแม่บ้านที่มาทำความสะอาดหอศิลป์ หรือเด็ก ๆ ที่เข้ามาดูงานจะรู้สึกจับใจกับงานของฉัน เป้าหมายของฉันเวลาทำงานก็คือ ฉันหวังว่าทุกคนจะรู้สึกว่างานของฉันมีเสน่ห์ หรือแม้แต่น่าตื่นตระหนก ฉันอยากให้พวกเขาสัมผัสกับผลงานของฉันด้วยอารมณ์ความรู้สึกจริง ๆ ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น”
ปัจจุบัน ผลงาน Iconostasis (2022) ของ มิร์ทิลล์ ทิแบย์เรงซ์ กำลังจัดแสดงใน เทศกาลศิลปะร่วมสมัยนานาชาติ บางกอก อาร์ต เบียนนาเล่ 2022 ในห้องแสดงงานชั้น 7 ของหอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร (BACC) ตั้งแต่วันนี้ - วันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2023


