‘Dry Cleaning’
วงโพสต์พังก์ที่กำลังมาแรงด้วยเสน่ห์ของดนตรี
และถ้อยคำอันบาดลึก กับบทสัมภาษณ์ถึงการแสดงสดครั้งแรกใน เมืองไทย

  ชื่อของ Dry Cleaning เริ่มเป็นที่รู้จักในหมู่แฟนเพลงมากขึ้น ตั้งแต่ ฟอร์มวงช่วงปี 2017 และในที่สุด พวกเขาก็ได้มีโอกาสมาเยือน เมืองไทยที่งาน ‘Maho Rasop Festival 2022’ เกริ่นมายาวขนาดนี้ แน่นอนว่า #iameverything มีโอกาสชวนทั้ง 4 คนมาพูดคุยกัน ทั้งแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดเป็นผลงานเพลง ความรู้สึกที่ได้มาเยือน แฟนเพลงเมืองไทยเป็นครั้งแรก และก้าวต่อไปของ Dry Cleaning ว่าจะมีอะไรให้แฟน ๆ ติดตามกันต่อไปบ้าง

Writer: Kraiwitch Tungsomboon
Photographer: Mc Suppha-riksh Phattrasitthichoke / Kraiwitch Tungsomboon

  เราเริ่มต้นชวนวงพูดคุยถึงบรรยากาศในการมาเล่นที่นี่ครั้งแรก พวกเขากล่าวด้วยสีหน้าและน้ำเสียงอย่างผ่อนคลายว่า พวกเขารู้สึกดีใจ มาก ๆ ที่ได้เป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ อาจจะมีอาการ ‘Jet lag’ เล็ก น้อยแต่โดยรวมยังถือว่าทุกอย่างโอเคมาก ๆ ซึ่งก่อนที่จะบินลัดฟ้า มาไกลข้ามทวีปนั้น Dry Cleaning เพิ่งปล่อยอัลบั้มชุดที่สองอย่าง ‘Stumpwork’ เมื่อวันที่ 21 ตุลาคมที่ผ่านมา ทั้ง 12 เพลงเกิดขึ้น ตั้งแต่ช่วงที่มีการแพร่ระบาดโควิด-19 ใหม่ ๆ โอบล้อมไปด้วย บรรยากาศของความเย็นยะเยือกล้อไปกับบรรยากาศของลอนดอนในตอนนั้น ทำให้เนื้อเพลงมู้ดแอนด์โทนของอัลบั้มเต็มไปด้วย ความหนาวเหน็บ

  จากจุดเริ่มต้นที่ Nick Buxton มือกลอง, Tom Dowse มือกีต้าร์ และ Lewis Maynard มือเบส เล่นดนตรีร่วมกันมาหลายปี กระทั่งได้ พบกับ Florence Shaw นักร้องนำที่ต่อมาได้กลายเป็นจิ๊กซอว์ชิ้น สุดท้าย ที่ทำให้การประกอบร่างของ ‘Dry Cleaning’ สมบูรณ์แบบ มากขึ้น ซึ่งในตอนนั้นเอง Florence ยังทำงานเป็นอาจารย์และนักวิจัยศิลปะอยู่ แนวทางของอาชีพที่อยู่กับหนังสือและตัวอักษรมานาน Florence จึงเลือกที่จะใช้วิธีการอ่านหนังสือควบคู่ไปกับการแต่งเพลงสด ๆ

  ผลปรากฏว่า สิ่งที่ Florence ทำได้ผลดีชะงัด เพลงของ Dry Cleaning ล้วนมีความเชื่อมโยงกับเรื่องง่าย ๆ ใกล้ตัว ตั้งแต่ชีวิตประจำวัน ความสัมพันธ์ สภาพแวดล้อม-ภูมิทัศน์รอบตัว การเล่าเรื่องที่ไม่ต้องอาศัยความซับซ้อนในการร้อยเรื่องให้มากความ ทำให้สารที่ Dry Cleaning นำเสนอออกไปมีความเป็นธรรมชาติ ตรงไปตรงมา เข้า ถึงผู้คนได้อย่างเป็นอย่างดี

  “เนื้อเพลงที่ได้มาส่วนมากคือคัดมาจากในโทรศัพท์ที่เคยจด ๆ ไว้ ไม่ได้เป็นเนื้อเพลงจริงจังตั้งแต่แรกด้วย พอลองแล้วมันเวิร์กก็เลยจด เก็บไว้เรื่อย ๆ รู้สึกว่าเนี่ยแหละเป็นอีกทางนึงเลยนะที่เรียกได้ว่า เป็นการ became a vocalist”

  “โดยส่วนตัวพวกเราชื่นชอบเรื่องราวของบทสนทนาอยู่แล้ว หมายถึงคอนเซปต์ของมันให้แรงบันดาลใจในการทำงานได้ดีมาก ๆ อันนี้ รวมถึงตามหนังสือที่อ่านด้วย หรือในหนังอะไรแบบนี้ รู้สึกว่า dialog มันสำคัญและน่าสนใจมาก แล้วก็เริ่มรู้สึกว่าที่จริงบทสนทนาระหว่าง เรากันเองก็น่าสนใจมากเหมือนกันนะ”

  อย่างที่ได้เกริ่นไปแล้วบางส่วนตอนต้นว่า เรื่องราวส่วนใหญ่ที่ ซุกซ่อนอยู่ในบทเพลงของวงนั้นล้วนเกิดจากเรื่องใกล้ตัว บทสนทนา ในชีวิตประจำวันแบบง่าย ๆ การพูดคุยแลกเปลี่ยนความคิดเห็นของ ผู้คน ซึ่งทางวงก็เล่าให้เราฟังต่อว่า พวกเขาชอบเรื่องราวระหว่าง บรรทัดแบบนี้อยู่แล้ว รวมถึงไดอะล็อกที่พบเจอได้ตามหนังสือหรือบทสนทนาในภาพยนตร์เองก็ตาม ทั้งหมดมีความสำคัญและน่าสนใจในตัวเอง ซึ่งยังครอบคลุมไปถึงบทสนทนาระหว่างสมาชิกในวงกันเอง ที่สามารถถอดรหัสออกมาเรียบเรียงเป็นเมโลดี้โพสต์พังก์ของวงได้อีกด้วย

  “เราต้องบินมาทั้งหมด 12 ชม. แค่นี้ยังรู้สึกว่าที่นี่สวยมาก ที่สำคัญอาหารอร่อยด้วย อยากมีเวลามากกว่านี้แต่ด้วยข้อจำกัดอะไรหลาย ๆ อย่าง ทำให้บางทีเราก็ไม่สามารถใช้เวลาเพื่ออยู่ทำความรู้จัก สถานที่ที่เราไปในแต่ละครั้งได้มากเท่าไหร่ แต่สำหรับพวกเราที่นี่มัน We’re still great to be here!”

  เมื่อถามว่า พวกเขารู้สึกยังไงบ้างกับมาเล่นที่ไทยแลนด์เป็นครั้งแรก ทางวงบอกว่า ตลอดมาได้ออกทัวร์เล่นนอกประเทศมาบ้างแล้ว แต่ส่วนใหญ่ก็ยังเป็นแถบยุโรปหรือประเทศที่มีภูมิประเทศใกล้เคียงกับ บ้านเกิดที่ลอนดอน ครั้งนี้นับเป็นการเล่นนอกบ้านในสถานที่ที่ให้ ความรู้สึกแตกต่างออกไป แม้จะใช้เวลาบินไกลนานถึง 12 ชั่วโมง แต่ก็ถือว่าคุ้มค่ามาก ๆ ทั้งบรรยากาศ ผู้คน สถานที่ อาหาร แต่ด้วยข้อจำกัดด้านเวลาทำให้ยังไม่ได้ใช้เวลาทำความรู้จักกับที่นี่มากเท่าไร แต่โดยรวมแล้วพวกเขารู้สึกดีที่ได้มาเยือนที่นี่

  “Big thanks! ขอบคุณมาก ๆ ที่ชื่นชอบพวกเรา หวังว่าจะซัพพอร์ต กันแบบนี้ต่อไปเรื่อย ๆ และหวังว่าเราจะได้มีโอกาสกลับมาที่นี่อีก ฝากติดตามของพวกเราต่อไปด้วย การได้มาเล่นงาน festival สร้าง ความแตกต่างแล้วก็ทำให้เราตื่นเต้นกันมาก ๆ ยินดีที่ได้มาเจอกับ ทุกคนและขอบคุณที่ตั้งใจมาดูโชว์ของพวกเรา”

  ทิ้งท้ายก่อนจากกัน Dry Cleaning ฝากติดตามผลงานกันต่อไป ขอบคุณแฟนเพลงชาวไทยมาก ๆ ที่ชื่นชอบผลงาน และยังหวังว่าจะ ได้กลับมาเจอกับทุกคนอีกครั้ง ซึ่งหากใครที่ได้ไปเจอกับวงมาใน งาน Maho Rasop Festival 2022 มาแล้วยังคิดถึงพวกเขาก็สามารถติดตามวงผ่านช่องทางอื่น ๆ เพิ่มเติมได้ที่ Instagram: @Drycleaningband และ online steaming ทุกช่องทาง