เรียกเสียงฮาแบบตลกคาเฟ่ที่เราคิดถึง
ภาพของตลกคาเฟ่ควบคู่มื้อเย็น เป็นช่วงเวลาสุดโปรดของใครหลายคนที่ได้ใช้เวลาช่วงนี้ในการผ่อนคลาย จังหวะจะโคนที่ปล่อยมุขกันออกมาเรียกเรียงฮาของดาวตลกชื่อดัง ทำให้เป็นเวทีแจ้งเกิดของดาวตลกหลายท่าน แต่กาลเวลาที่ล่วงผ่านไป เสน่ห์ของความตลกเหล่านี้ก็เปลี่ยนแปลงไปด้วยเช่นกัน กลายเป็น comedy ตามแบบฉบับรายการตลกที่มีจังหวะบะเทิ่งแบบตามยุคตามสมัย การเปลี่ยนผ่านของไวพจน์เพชรตะพึดสู่สีเหลือง แมงโก้! หรือจะเป็นมีดอีโต้! สิ่งเหล่านี้ล้วนถูกส่งทอดสู่คนรุ่นใหม่ที่ยังสร้างความตลกขบขันสู่ผู้ชม ประกอบกับการห่างหายจากเสียงหัวเราะไปเสียนาน ทาง #Iameverything จึงชวน ‘คณะเชิญยู๊ด’ ดาวตลกจากเมืองเชียงใหม่ที่พวกเขารับหน้าที่แจกจ่ายเสียงหัวเราะสร้างอารมณ์ขันให้กับเมืองแห่งนี้

“สวัสดีครับ พวกเราเชิญยู๊ดครับ” เริ่มต้นทำความรู้จักกับประโยคทักทายที่แฝงไปด้วยนำเสียงชวนอมยิ้มจากคาแรคเตอร์ของทั้ง 7 คน อันประกอบไปด้วย ไบรท์ - วิษณุ เส้นแก้วใส, จา - จามิกร ใบงิ้ว, แฟรงค์ - ศิวกร กาวิเต, ฟุ้ง - ทศพร หมีแก้ว, เจี๊ยบ - เจริญพงศ์ เยี่ยงอย่าง, น้าหมี - นิรันดร์ พุทธสอน, และ โตโต้ - จิรวัฒน์ นาวาจักร พวกเขามารวมตัวกันสร้างเสียงหัวเราะ พร้อมทั้งมุขตลกมากมายที่จะให้ทุกคนได้หัวเราะกันดังกว่าที่เคย และวันนี้เราจะมารู้จักกับพวกเขาให้มากยิ่งขึ้นกัน
Photographer: Chayanut Nambooppa

ก่อนที่จะมาเป็น ‘เชิญยู๊ด’
ทางเชิญยู๊ดเล่าถึงความเป็นมาของคณะตลกหน้าใสให้เราฟังอย่างออกรส โดยจุดเริ่มต้นเกิดขึ้นเกิดจากร้าน YOUTH SK8 CLUB บาร์เล็ก ๆ ที่เป็นแหล่งแฮงก์เอาท์สำหรับเหล่าคนรักสเก็ตบอร์ด ซึ่งเจ้าของร้านอย่าง โตโต้ ได้ปิ๊งไอเดีย อยากทำโชว์ตลกแบบ Stand-up Comedy เพราะนอกเหนือจากดนตรีสดแล้ว อยากจะได้กิจกรรมอื่น ๆ มาเพิ่มสีสันให้กับร้านแห่งนี้ จะช้าอยู่ไย ไม่นานหลังโตโต้ก็ขึ้นป้ายรับสมัครในเฟสบุ๊ก ประกอบกับว่าช่วงนั้น ไบร์ทกับจา สองตลกดูโอ้คู่ซี้มานั่งดื่มกันอยู่ที่นี่เป็นประจำ ก็เลยถือโอกาสลองเล่นตลกแล้วพบว่าทั้งคู่มีชั้นเชิงมีมุขตลกที่คล้ายกัน มีพื้นฐานการเล่นตลกใกล้ ๆ กัน โยนมุขใส่กัน เล่นให้กลุ่มเพื่อนดูกันเอง เพราะทั้งร้านไม่ค่อยมีลูกค้าเท่าไหร่ (หัวเราะ) แล้วโต้โต้ได้ถ่ายคลิปเก็บไว้ เลยคิดว่าเชียงใหม่น่าจะมีคณะตลกได้แล้วนะ จึงเกิดเป็นคณะตลกขนาดย่อมขึ้นมา หลังจากเล่นไปสักพักไบร์ทกับจาก็เริ่มหมดแก๊ก จึงได้เพื่อน ๆ อย่าง เจี๊ยบ ฟุ้ง แฟรงค์ น้าหมี มาร่วมเสริมทัพสร้างเสียงหัวเราะให้ดังยิ่งขึ้น
เชิญยู๊ดไม่ใช่สถานที่แต่เป็นผู้คน
เมื่อเราฟังจุดเริ่มต้นก็เห็นได้ถึงความตั้งใจของพวกเขา การมาเป็นคลับแห่งนี้ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายเสียทีเดียว โตโต้เล่าให้ฟังว่า เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ประกอบกับทำธุรกิจหลายอย่าง จนล่าสุดร้าน YOUTH SK8 CLUB แห่งนี้ก็ได้ปิดตัวลงไป ในภายหลังเวลาโชว์ก็จะเน้นออกไปตามสถานที่ต่าง ๆ แทนนั่นเอง “เราคิดว่าเราอยากให้มันเป็น comedy center ซึ่งตอนนี้มันก็ได้เกิดขึ้นแล้ว เผื่อในอนาคตเชียงใหม่มีคณะที่หลากหลายมากยิ่งขึ้น ก็ขอฝากเอาไว้ด้วยครับ”

แล้วทำไมถึงต้องเป็นเชิญยู๊ด?
ทำถามง่าย ๆ สุดแสนเบสิก แต่เรากลับสัมผัสได้ถึงจุดร่วมในคำตอบของพวกเขา จากแรงบันดาลใจจาก ‘เชิญยิ้ม’ คณะตลกระดับตำนานของเมืองไทย ปฏิเสธไม่ได้เลยว่าเราทุกคนที่เติบโตมาในยุคสมัยนี้ต่างต้องเคยได้รับเสียงหัวเราะจากเหล่าปรมาจารย์ตลกชื่อดังมากมาย แต่สำหรับเชิญยู๊ด พวกเขานำกลิ่นอายความตลกแบบนั้นกลับมาเล่นที่ร้าน YOUTH SK8 CLUB ก็เลยตั้งชื่อเชิญชวนมาที่ร้านยู๊ด เพราะเราก็ได้อินสไปร์มาจากตลกคาเฟ่สมัยก่อน คิดว่าเป็นการบูชาครู เล่นคำเล่นอักษร ผสมกับกำเมืองที่เป็นกิมมิคของชาวเหนือ เราคิดชื่อคณะสามวันสี่วัน โดยส่วนมากมุขตลก หรือคอนเทนต์ที่มาเล่น ส่วนใหญ่เป็นมุขตลกคาเฟ่ที่เราเคยดูตามยูทูป เอามาเล่นสดให้ทุกคนได้ดูกัน เราก็เหมือนวงดนตรีที่ไปโคฟเวอร์เพลง แล้วก็มีแก๊กตลกที่คิดขึ้นมาใหม่ดัดแปลงให้มันร่วมสมัยมากยิ่งขึ้น”


นอกจากตลกไมค์ลอยแล้ว สระลอยก็ยังลอยด้วย
ไม่ได้ตั้งใจครับ มันเป็น UX/UI ของเฟสบุ๊คเลยทำให้ชื่อของเชิญยู๊ดออกมาเป็นแบบนั้น พวกผมก็แก้ไม่เป็นเหมือนกัน (หัวเราะ)
‘การเล่นตลกให้ตลก’ โจทย์สุดหินของคนคอมมาดี้
“ความท้าทายของการเล่นตลก ความตลกให้มันตลกขึ้นไปอีก ยากมากครับ ผมไม่ค่อยโฟลว์เหมือนจากับไบร์ทผมต้องไปดูมาก่อนว่าตลกมันเล่นยังไง ครูพักลักจำ เราต้องไปจำมาก่อน จังหวะที่เราจะเล่าคิดว่ามันได้แต่มันกลับไม่ได้ หรือบางจะหวะที่โพล่งขึ้นมาเฉย ๆ มันกลับได้ เรื่องเมื่อก่อนที่เขาเคยเล่นกันแล้วตลก แต่พอเรากลับมาเล่าใหม่มันไม่ตลก ด้วยบริบทมันเปลี่ยนไป” ฟุ้งเล่าให้เราฟังถึงความท้าทายของเขา แต่มุขที่เขาปล่อยมาเป็นระยะ ๆ ก็ต้องยอมรับว่าเรียกรอยยิ้มได้เป็นอย่างดี
ครั้งแรกมันแยกยาก รักมากมันยากแยก รักเธอเป็นคนแรก จะให้แยกก็คงยาก
ระหว่างที่สัมภาษณ์เราก็นั่งดูพวกเขาเล่นมุขตลกแทรกได้อย่างมีชั้นเชิง จึงฉุกคิดถามถึงการแสดงครั้งที่ประทับใจที่สุดล่ะ? “คิดว่าเป็นครั้งแรกแหละครับ เพราะผมไม่เคยเล่นตลกเลย ครั้งแรกมันจะมีความกล้า ๆ กลัว ๆ มีความตื่นเต้น หรือจะเป็นช่วงที่เล่นนอกสถานที่ครั้งแรกที่ร้านราเม็ง ที่คนแปลกหน้ามาดู ถือว่าเราทำสำเร็จให้คนที่ไม่เคยรู้จักเราแต่ได้รับเสียงหัวเราะจากเราไปก็ถือว่าประสบความสำเร็จ แล้วสุดท้ายของคำ่คืนนั้นมันก็ผ่านไปได้ด้วยดี”
“เอาจริง ๆ ใจฟูมาก เพราะเพื่อน ๆ มาดูกันเยอะ เฮฮากัน ครั้งแรกไบร์ทเล่นกับจาสองคนชั่วโมงกว่า ๆ มันแปลกใหม่ดีเพราะเชียงใหม่ไม่ค่อยมีอะไรแบบนี้เท่าไหร่ เลยคิดว่ารอบหน้าเล่นสองคนไม่ไหว ก็เลยต้องหาเพื่อนมาเสริมทีม แต่ฟีดแบคถือว่าดีมาก”
สดใหม่เราใส่หมด!
“ทุกครั้งที่เราโชว์ เราด้นสดเอาหน้างาน ไม่มีไม้ตายก้นหีบ เพราะแต่ละคนมีรีแอคชั่นกับผู้ชมตามสไตล์ของแต่ละคน เวลาเราทำเล่นตลกกันอยู่บนเวทีเราก็ต้องดูสถานการณ์ว่าผู้ชมตอนนี้เป็นอย่างไร เราหาวิธีแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้า ถ้ามันเงียบเกินไปเราก็จะร้องเพลงเลย (หัวเราะ)
มุขตลกกับการเมือง
สำหรับพวกเขาแล้วมุขตลกมันมักมาคู่กับเรื่องของการเมืองเสมอ “โดยปกติแล้วโชว์ของเชิญยู๊ดจะมีการเมืองแทรกอยู่เป็นประจำ เราจะหยิบประเด็นปัญหาทางสังคมขึ้นมาพูดอยู่ตลอด เวลารีแอคชั่นผู้ชมเวลาเราพูดถึงการเมืองก็ค่อนข้างไฮป์เหมือนกัน เพราะมันก็โดนใจแหละ (หัวเราะ) แล้วก็มีงานล่าสุดที่ได้ร่วมงานทาง Artn’t กลุ่มคนศิลปะที่ทำงานเกี่ยวกับการเมือง สร้างเวทีตลกพูดถึงเรื่องของ Public Space เขาก็ชวนไปเล่นทีม็อบหลายครั้งก็เลยมีงานที่เป็นรถแห่ได้ไปเล่นเกี่ยวกับการเมือง เรามีเสียง มีพื้นที่ที่จะถ่ายทอด จิกกัด แนวคิดประเด็นของการเมือง และมีจุดร่วมจุดเดียวกันกับผู้ชม เราเห็นในสิ่งเดียว เราเลยนำมานำเสนอใหม่ในมุมมองของ Comedy และก็เข้าถึงกับผู้คนได้ง่ายยิ่งขึ้น

เสน่ห์ของ Sense of Humor แบบฉบับคนไทยที่เปลี่ยนแปลงไปตามกาลเวลา
“ในช่วงก่อนคาเฟ่ยุค 80s - 90s มุขตลกอาจจะเล่นได้ลื่นไหลมากกว่านี้ แต่ปัจจุบันเนื่องจากสภาพสังคมที่เปลี่ยนไป การคิดการอ่านของผู้คนมีความหลากหลายมากยิ่งขึ้น ในการเล่นตลก ก็ค่อนข้างมีความยากมีความท้าทาย แต่ตอนนี้เราก็ต้องปรับ เราก็ต้องว่าเรามีขอบเขตประมาณไหน ยิ่งหลัง ๆ เชิญยู๊ดไปเล่นพื้นที่สาธารณะมากยิ่งขึ้น ก็คำนึงถึงคนผู้ชมที่มีความหลากหลาย แต่ยังคงอยู่บนพื้นฐานความตลกตามแบบฉบับของตัวเองอยู่”

ก่อนจากกันขอมุขเด็ด ๆ ทิ้งท้ายสักมุขสิครับ
“วันก่อนกลับไปลำพูน แล้วมีวงไฮโล พอตำรวจมา คนนี้ก็วิ่งคนนั้นก็วิ่ง แล้วมีคนนึงเจอคนทอดแหจับปลา โดดลงไปเนียนจับปลา พอตำรวจตามไปก็หาไม่เจอ วนหาอยู่สักพักเลยทำทีท่าว่าจะกลับแล้ว พร้อมตะโกนถามว่า วันนี้เป็นไง ได้บ้างไหม เลยตะโกนกลับมา ‘วันนี้ไม่ได้เลย เสียอย่างเดียว’ ”

ความฮาฟรึ้บ! ที่เรียกรอยยิ้มมุมปากแบบนี้น้ำจิ้มที่คณะตลกมาดกวนมาเสิร์ฟเราเท่านั้น สามารถไปติดตามผลงานพวกเขาเพิ่มเติมได้ที่ facebook: คณะเชิญยู๊ด หรือ Instagram: @chernyouth พวกเขาพร้อมกะพรือ Culture ตลกคาเฟ่ของเชียงใหม่ให้กลับมามีชีวิตอีกครั้ง “ฝากด้วยนะครับ ช่วงนี้ไม่ค่อยมีงานอะไรเลยครับ เน้นแต่ออกสัมภาษณ์ (หึ้ยยยย)”