

Photographer: Beer Singnoi
Writer : Nada Inthaphunt
“ล้อพูนผล” โรงสีข้าวของข้าวยี่ห้อบัวชมพู และอีกหลายยี่ห้อที่มีชื่อ โดยรับข้าวเปลือกจากเกษตรกรในจังหวัดนครสวรรค์เป็นหลัก กิจการซึ่งกำลังเติบโตและเข้าสู่การเปลี่ยนผ่านสู่เจเนอเรชั่นที่ 2 การควบรวมวิสัยทัศน์เพื่อต่อยอดทางธุรกิจ จึงต้องอาศัยพื้นที่รองรับเพื่อขยายผลมากขึ้น ให้โรงสีข้าวมีความเป็นไปได้มากกว่าการเป็นโรงสีข้าวอย่างเดียว เมื่อโจทย์ที่มาพร้อมกับกระบวนการผลิตผลิตภัณฑ์ จึงได้นำพาภูมิปัญญาพื้นถิ่น และนวัตกรรมมาเจอกัน

“สิ่งสำคัญที่พบได้ของอาคารที่อยู่ในพื้นที่โรงสี คือเราต้องออกแบบให้อาคารอยู่ร่วมกับฝุ่นให้ได้ เพราะมันมีตลอดเวลา นอกจากเรื่องฝุ่นข้าวแล้วยังมีเรื่องนกด้วย” คุณวิท - พลวิทย์ รัตนธเนศวิไล หนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้ง PHTAA Living Design และทีม ผู้ออกแบบอาคารต่อเติม และภาพรวมของอาคาร ซึ่งเป็นศูนย์กลางในพื้นที่โรงสีข้าวล้อพูนผล อธิบายถึงปัญหาหลักของอาคารที่อยู่บริเวณโรงสีข้าว
ที่ดินของล้อพูนผลตั้งอยู่บนพื้นที่โล่งกว้างจนเห็นแนวร่องนาสุดลูกหูลูกตาในจังหวัดนครสวรรค์ ผังอาคารเดิมตั้งใกล้บ่อน้ำขนาดเล็กคล้ายแอ่งน้ำเพื่อเอาไว้ใช้งาน และใช้ประโยชน์จากลมที่พัดถ่ายเท ด้วยภูมิประเทศมีลักษณะราบลุ่มเป็นแอ่งมีภูเขาล้อมรอบ ทำให้ฝุ่นยังคงวนเวียนเกาะจนสามารถเปลี่ยนสีอาคารได้
องค์ประกอบของโรงสีข้าวนอกจากมี ‘ฝุ่น’ จากการตีข้าว ตากข้าว และสีข้าวแล้ว ยังมี ‘น้ำ’ จากกระบวนการนึ่งข้าว และการลด ‘ความชื้น’ เพื่อแยกเปลือกออกจากข้าว ดังนั้นกระบวนการใช้ ‘น้ำ’ และ ‘ความชื้น’ คือสิ่งที่อยู่คู่กัน แต่ต้องทำให้แยกออกจากกันให้เร็วที่สุด นอกจากนี้ยังมี ‘นก’ ที่รอจังหวะเข้าอาคารอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ “การออกแบบของเราจึงเหมือนเป็นการเข้ามาแก้ปัญหา โดยไม่ได้ต้องการทำให้ตัวอาคารมันออกมาดูหวือหวาครับ” ผู้ออกแบบเสริม

สวมใส่และประดิษฐ์
อาคารเดิมไม่ได้ถูกทุบแต่มีการครอบทับด้วยวัสดุยุคใหม่ แล้วสามารถใช้ประโยชน์จากหน้ากากอาคาร (Façade) เหล็กตะแกรงเจาะรู (Perforated Sheet) ซึ่งเก็บความร้อน จนนกไม่สามารถทำรังได้ ส่วนอาคารต่อเติมถูกขยายเชื่อมต่อกับอาคารเดิมออกเป็นสองปีก โดยล้อมบ่อน้ำไว้ที่หัวมุมหนึ่งเพื่อให้ด้านหลังอาคารรับลมเข้ามาหมุนเวียนภายใน
“พูดถึงการป้องกันฝุ่นแล้ว มันมีความคิดของการใช้ภูมิอากาศ ภูมิประเทศให้เกิดประโยชน์เนื่องจากนครสวรรค์เป็นจังหวัดที่มีฝนเยอะ จึงสามารถใช้ประโยชน์จากน้ำ และความชื้นบนพื้นผิวผนังจับการเกาะของฝุ่นได้” คุณพลวิทย์อธิบายที่มาของแนวคิด และคิดค้นการป้องกันฝุ่นแบบเฉพาะตัว
“วัสดุที่เราเลือกใช้มีสีเดียว ซึ่งใกล้เคียงกับฝุ่นอย่างอิฐ และสามารถหาได้ในพื้นถิ่น แต่คิดค้นรูปแบบบล็อคที่สามารถวางซ้อนกันบนสันเป็นสามเหลี่ยม ได้มุมเหมือนจมูกยื่นออกเป็นมิติของผนัง รับฝุ่นเฉพาะส่วนด้านบนทำให้มีพื้นผิวดักฝุ่นและน้ำได้น้อยลงไปมากกว่าครึ่ง ทั้งความเอียงของผิววัสดุและการควบกันของน้ำกับฝุ่นเป็นน้ำหนักไหลลงด้านล่าง โดยที่ไม่ย้อนเข้ามาในตัวกาวยาแนวของอิฐ ตัวอาคารสามารถป้องกันปัจจัยเรื่องความชื้น น้ำ และฝุ่นได้ในระยะยาว”




ยุคเปลี่ยนถ่ายที่เปิดรับสิ่งเก่าและใหม่
ล้อพูนผลเริ่มต้นจากการเป็นโรงสีข้าว สถานที่รับซื้อข้าว มี Lab วิเคราะห์คุณภาพเมล็ดข้าวตีราคา และส่วนต่อขยายเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ต่อไปในอนาคต ดังนั้นลักษณะการวางลำดับโปรแกรมจากการใช้งานของพื้นที่ Public จนถึง Private จึงถูกลำดับจากการเข้าถึง เร่ิมต้นด้วยชาวนาขับรถมาเทียบชั่งกิโลซื้อขาย โดยนำรถไปจอดพื้นที่จอดรถบรรทุก แล้วนำตัวอย่างมาที่ส่วนพักคอย ซึ่งใช้อาคารเดิมที่ปรับปรุงขึ้นใหม่ เพื่อรอการเรียกคิวที่เคาน์เตอร์เสมือนศูนย์บริการลูกค้า เมื่อได้ยื่นตัวอย่างข้าวให้พนักงานนำไปให้นักวิทยาศาสตร์วิเคราะห์เกรด ประเมินคุณภาพ แล้วจึงกลับมาแจ้งราคาประเมินเสนอชาวนา





ในขณะพื้นที่ Back Office อยู่บริเวณส่วนต่อเติมขยายสองฝั่ง ประกอบด้วย ออฟฟิศ ห้องประชุม ห้องแล็บ (Laboratory) สำหรับทดลองคุณภาพข้าว มีออฟฟิศ ห้องประชุม ห้องเจรจาธุรกิจ ห้องส่วนตัวของเจ้าของ ที่จอดรถ และโรงอาหารสองฝั่ง โดยการเลือกใช้วัสดุตกแต่งภายในเน้นความทันสมัยที่มีส่วนถูกล้อมด้วยวัสดุพื้นถิ่นเดิม
“เจ้าของรุ่นลูกต้องการเห็นการเปลี่ยนถ่ายจากรุ่นพ่อสู่ตัวเขาผู้เป็นลูก เป็นการอยู่ร่วมกันอย่างประนีประนอมและเป็นไปด้วยกันได้ เป็นการสื่อถึงภาพลักษณ์ของแบรนด์ที่กำลังเปลี่ยนถ่ายจากรุ่นพ่อสู่ตัวเขา” ผู้ออกแบบได้อธิบายถึงโจทย์หลักสะท้อนสถาปัตยกรรมที่ผสมผสานตัวตน และความต้องการของคนสองรุ่น “บนงานชิ้นเดียวกันได้มุมความเป็นอาคารที่หลากหลายทั้งผสมกันระหว่าง Modern และ Antique ของอิฐ บางมุมได้ความ Modern และบางมุมได้ความ Antique แยกกันไป แต่ปรากฏอยู่บนงานชิ้นเดียว ย้อนแย้งแต่น่าตื่นเต้น”

ยุคเชื่อมต่อของ “ล้อพูนผล” แสดงให้เห็นถึงความแตกต่าง แต่สามารถอยู่ร่วมกันได้ ทั้งวัสดุ โปรแกรม ตัวตน แม้แต่แผนผังที่ PHTAA Living Design พัฒนาการรวมกันของความย้อนแย้งในแต่ละส่วนสู่ผลลัพธ์ที่อยู่ร่วมกันได้ สร้างประสบการณ์ใหม่ที่เหนือการคาดการณ์ และลึกซึ้งมีคุณค่ามากกว่าความสวยงาม
PHTAA
Facebook: @PHTAAlivingdesign
www.PHTAA.com
[email protected]
Building area: 4,000 m²
Architect & Interior : PHTAA Living Design
Project Team: Suradet Nutham, Pongsakorn Chusuppaisan
Engineer: Angkarn krasuaythong
Contractor: Double Click Construction Company Limited
Photo Credits: Beer Singnoi