
กระบวนเผาไหม้จากปฏิกิริยาเคมีที่ก่อให้เกิดพลังงานความร้อนและแสงสว่าง นี่คือความหมายของไฟในเชิงวิทยาศาสตร์ แต่ก่อนที่คนจะรู้จักตัวตนที่แท้จริงของไฟอย่างในทุกวันนี้ หรือแม้แต่ตอนนี้ที่เรารู้จักมันดีแล้ว “ไฟ” ก็ยังมีหลากมิติเชิงความหมาย และความรู้สึกของผู้คนมีต่อไฟ
“ไฟ เป็นแสงสว่าง แต่บางครั้งตัวมันเองมันพร้อมที่จะบิดพลิ้วได้ตลอดเวลา ตรงข้ามกับความมืดด้วยซ้ำไป ทีนี้จึงเกิดคำถามว่า ไฟ มีความเป็นจริงขนาดไหน บวกกับส่วนตัวเป็นคนชอบพวกวัตถุ และสสารอยู่แล้ว โดยเฉพาะไฟ จึงอยากนำไฟมาเล่าเรื่องในเชิงความรู้สึก และเชิงกายภาพ เป็นที่มาของงานนี้” ตาล - ธนพล แก้วพริ้ง ช่างภาพ ผู้กำกับ Photo Editor และ ศิลปิน ที่มีทั้งผลภาพนิ่งและภาพเคลื่อนไหว ผู้พร้อมขบถจากระบบ และอาศัยสัญชาติญาณไร้กฏเกณฑ์ในการถ่ายทอดมุมมองภาพออกมาได้อย่างเฉียบเท่ โดยตอนนี้กำลังจัดนิทรรศการเดี่ยว “Love & Fire” บอกเล่าถึงจุดเริ่มต้นแนวคิด
“ไฟเป็นตัว Transform อะไรบางอย่างในความรู้สึกเรา รวมทั้งในสังคมเราด้วย เช่น สีดาลุยไฟ ซึ่งเป็นเรื่องของการที่จะทำให้คนหนึ่งบริสุทธิ์มากขึ้น จนถึงพิธีกรรมบางอย่างทั้งในศาสนาพุทธ หรือศาสนาต่าง ๆ ที่มีการใช้ไฟเข้ามาเกี่ยวข้อง นอกจากนี้ไฟยังเกี่ยวข้องกับเรื่องของยกสถานะ ไฟคืออำนาจที่มีมาตั้งแต่อดีต ตั้งแต่สมัยที่คนยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าไฟคืออะไร ก็ยกมาเป็นเทพเจ้า วันหนึ่งสัญลักษณ์ต่าง ๆ ของไฟ ก็ยังสืบเนื่องมาจนถึงปัจจุบัน ทั้งในแง่ของ DNA ที่เรารู้สึกกับมัน ในแง่ของประวัติศาสตร์ ความรู้สึกที่ส่งผ่านมา สัญญะต่าง ๆ และการใช้ไฟมาเกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะเป็นการสร้างความศักดิ์สิทธ์ในอะไรบางอย่าง จนถึงบิดเบือนเพื่อเปลี่ยนสถานะของความรู้สึก ของสังคม หรือความชอบธรรม นอกจากนี้ไฟยังสะท้อนถึงความรักในรูปแบบที่ทำให้เราคลั่งไคล้ จนถึงบิดเบือนความจริง และหลงจนไม่มีออก โดยไฟเป็นตัวที่โหมโรงเข้ามา”
“ไฟ” สำหรับตาล จึงถูกเชื่อมโยงทั้งด้านประวัติศาสตร์ การเมือง ศาสนา สังคม จนถึงการระบายอารมณ์ความรู้สึกผ่านภาพถ่าย ที่ถ่ายทอดสภาวะเชิงกายภาพของไฟที่กำลังลุกโชน ความมอดไหม้ ความร้อนรุนแรงที่แผดเผาวัตถุ ที่ชวนให้ตีความต่อในนิทรรศการนี้ ซึ่งจะมีผลงานเก่าส่วนหนึ่งมาประกอบกับผลงานใหม่ด้วย
“งานนี้ถูกพัฒนาต่อเนื่องมาจากงานเก่าที่ชื่อว่า Entrapment ซึ่งทำไว้ตั้งแต่ประมาณ 10 ปีที่แล้ว ถ่ายทอดการถูกกักขังโดยอะไรบางอย่าง เช่น การที่เราบังคับธรรมชาติให้เป็นอีกรูปแบบหนึ่งตามความต้องการของมนุษย์ เราควบคุมทุกอย่างเพื่อตอบสนองตัวเอง สำหรับงานใหม่พูดถึงสัญญะที่เป็นไฟ ในแง่ของความรู้สึกที่สะท้อนออกมา”

"ทั้งหมดทั้งมวลคือ Fire มันเป็นด้วยตัวมันเองอยู่แล้ว ส่วนเรื่อง Love เป็นแค่ความขยายความ ทั้งความลุ่มหลง และทำให้เรามีความสุข ทั้งต่อหน้าและลับหลัง ทั้งกายภาพและความรู้สึกข้างใน จึงนำไฟมาเล่าเรื่องผ่านความรู้สึกนี้”

“และที่ต้องเผา เพราะมันมีบางสิ่งที่เราอยาก Reset ใหม่ จนถึงอาจจะมีบางช่วงความรู้สึกที่เราอยากเผาทำลาย แต่เรารู้ว่าอาจจะไม่ใช่การแก้ปัญหา จึงใช้วิธีการเล่าเรื่องผ่านภาพถ่ายในแง่ของความรู้สึก ที่ไฟคือ การรีเซ็ต คือการหลอมรวม จนถึงการสะท้อนออกไปเพื่อให้คนรู้สึก”
“เผาทำลายในสิ่งที่มันไม่สามารถเผาได้ในชีวิตจริงของเรา เป็นการระบายอารมณ์”
ดังนั้นเบื้องหลังกระบวนการถ่ายภาพที่จะจัดแสดงในนิทรรศการ “Love & Fire” ที่ HOP PHOTO GALLERY ระหว่างวันที่ 24 กันยายน – 20 พฤศจิกายน 2565 นี้ จึงบอกได้เลยว่า “สิ่งที่เห็นในงานที่มันเผา มันก็เผาจริงเกือบทุกอย่าง มัน Burn มันแผดเผาจนขนจะไหม้อยู่แล้ว แม้แต่คนทำเองก็จะโดนแผดเผาด้วย เลยเป็นงานที่อยากให้มาชม และมาแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกัน”
เชิญทุกคนมาร่วมกันสำรวจภาพถ่ายชุดนี้ ระวังว่าไฟที่กำลังโหมอยู่ในภาพถ่ายอันทรงพลังนั้น จะลามลุกโชนมาสู่ความรู้สึกนึกคิดบางอย่างของเราให้หลอมรวม หรือลอกกระเทาะออก แล้วได้คำตอบบางอย่าง

นิทรรศการเดี่ยวโดย ธนพล แก้วพริ้ง
ภัณฑารักษ์ จิรวัฒน์ เอื้อสังคมเศรษฐ์
24 กันยายน – 20 พฤศจิกายน 2565
HOP PHOTO GALLERY
ชั้น 3 โซน MUNx2 ซีคอนสแควร์ ศรีนครินทร์