

Photograph : Spaceshift studio


บ้านสองชั้นบนที่ดินแปลงหัวมุมล้อมด้วยรั้วกลาสบล็อค ลดถอนความแข็งของตัวบ้านลงหลังคาทรงสูงทำให้เหมือนมีชั้นลอยเพิ่มขึ้นอีก มีโปรแกรมการใช้งานพื้นฐานเหมือนบ้านทั่วไป แต่สามารถใช้สอยจบภายในพื้นที่ชั้นสอง ลักษณะเดียวกับบ้านเขตร้อนในเอเชีย หรือบ้านทรงไทยใต้ถุนสูงแล้วปิดผนังเรียบเป็นทรงกล่อง รูปลักษณ์บ้านแบบสัจนิยมเช่นภาพวาดบ้านตอนเด็กๆ บ้านแบ่งพื้นที่ส่วนตัวออกอย่างชัดเจนโดยใช้ประโยชน์จากชั้น และโถงบันไดของบ้านเป็นแกนหลักให้สมาชิกต่างมีพื้นที่เป็นของตนเองอาศัยอยู่คู่ขนานกันไปโดยไม่รบกวนกัน ด้วยมุมมองการออกแบบพื้นที่ให้แมวเป็นสมาชิกที่ต้องคำนึงถึงในช่วงเวลาที่อยู่ร่วมกันและแยกกันอยู่เองได้ ทำให้ผลลัพธ์ของงานออกมาแตกต่าง

(ซ้าย) “รั้วและกำแพงเป็นสิ่งแรกที่เราเห็นก่อนเห็นบ้าน” มีแนวคิดย้อนแย้งซึ่ง “รู้ว่ามีแต่ไม่เจอ รู้ว่ามีคนเดินแต่ไม่รู้ว่าใคร” แต่ส่งผลต่อจิตวิทยาให้คนไม่กล้ามาจอดรถริมกำแพงบ้านหรือมาทำอะไรกับกำแพง กลาสบล็อคขุ่น และใสวางแรนด้อมเหมือนเป็นเลนส์ขยายละลายผนังผืนใหญ่ด้วย Pixel เล็กๆ ทำให้บ้านที่เป็นกล่องดูเล็กลง เมื่อรวมกับระแนงไม้ด้านหลังทำให้พื้นที่ลึกลับขึ้น “ทำให้รับรู้ว่ามีสิ่งเคลท่อนไหวแต่ไม่รู้ว่าคืออะไร”
(ขวา) บ้านทรงกล่องมีหลังคาจั่วสูงธรรมดา สร้างตามกฎหมายของระยะร่นและพื้นที่เปิดโล่ง

รูปด้านกำแพงบ้าน ผู้ออกแบบใช้ภาษาออกแบบเรียบง่ายวางไม้เรียงเป็นเส้นตั้งซ้ำๆ ในรูปแบบเดียวขั้นด้วยขนาดไม้ที่ต่างกัน นอกจากหลังคาจั่วทรงสูงแล้ว รูปแบบการเรียงไม้เป็นอีกส่วนหนึ่งที่ทำให้บ้านดูสูงเหมือนสองชั้นครึ่ง

ชายคาที่ยื่นออกมาช่วยบังสายตาแต่ยังมีแสง สร้างร่มเงากันน้ำ ทำให้แสงกระจายเข้าสู่ภายในอย่างสบายตา เป็นเอกลักษณ์บ้านแบบ Asian Tropical ที่สามาระถอยู่กับแดดกับลมอย่างกลมกล่อม


บ้านสองชั้นถูกแบ่งออกเป็นสองฝั่งโดยมีโถงบันไดอยู่กลางบ้าน ข้างล่างประกอบด้วยโรงจอดรถ โถง ห้องนอนแขก ห้องเล่นโยคะ และที่นั่งรับประทานอาหารบริเวณส่วนเดียวกับสวนทรายซึ่งแมวสามารถลงมาเล่นได้

“หลายคนบอกบ้านเหมือนบ้านญี่ปุ่น แต่ความจริงเป็นบ้านแบบไทยที่มีโจทย์ต้องการสวนส่วนตัว สัมผัสบรรยากาศธรรมชาติ แต่มีความแอบซ้อนอยู่หน่อยนึง โดยมีโจทย์ของต้นไม้อยู่ในร่มแล้วโตได้” คุณจูน เซคิโน ได้บรรยายของโจทย์สวนภายในบ้าน

บ้านออกแบบให้รับอากาศธรรมชาติ มีสวนที่มีต้นไม้ แต่สะอาด ปลอดภัย ไม่เปียกเลอะ

(ซ้าย) ชายคาและผนังระแนงไม้มีส่วนช่วยบังสายตา และกระจายแสงภายในบ้านได้ละมุนขึ้น ทั้งช่วยให้บรรยากาศของบ้านละมุนเป็นธรรมชาติมากขึ้น
(ขวา) ดีเทลผนังไม้ของบ้านใช้วิธีเข้าลิ่มแบบโบราณซึ่งไม่มีหมุดตะปูบนไม้เลยตามความชื่นชอบของเจ้าของ
เมื่อบ้านและเจ้าของเป็นหนึ่งเดียวกัน เจ้าของบ้านมีบุคลิกน่าสนใจที่สามารถเล่าออกมาในบุคลิกของบ้านเช่นเดียวกัน
“เขาไม่ต้องการอะไรที่มันโฉ่งฉ่าง ไม่ชอบโชว์ แต่มองแล้วมีบางอย่างที่ไม่สามารถมองเห็นได้จนกว่าเวลาที่เขาต้องการให้เห็นผ่านการแสดง” คุณจูน เซคิโน สถาปนิกและหนึ่งในผู้ก่อตั้งสตูดิโออธิบายบุคลิกที่เชื่อมโยงระหว่างบ้านและเจ้าของ “ตัวไอซ์เองเป็นคนที่ไม่ชอบโชว์ ไอจีก็ลบทิ้ง การที่เขาไม่โชว์คือการโชว์ที่สุดสำหรับเขาแล้ว” ความย้อนแย้งนี้กลายเป็นสิ่งกระตุ้นทำให้คนอยากค้นหามากขึ้นเพราะต่างสัมผัสพลังงานที่ “รู้ว่ามีแต่ไม่รู้ว่าคืออะไร เรียบง่ายแต่ทำให้คนต้องหยุดดู มีความลึกลับที่น่าสนใจ” ภาพรวมของบ้านเหมือนมิติคู่ขนานแบบโกสต์เฮ้าส์ (Ghost House) ที่สมาชิกแต่ละคนพบกันเมื่อคลื่นความถี่ตรงกัน บางครั้งไม่เห็นแต่รู้สึกถึงกัน โดยไม่มีใครต้องการอยู่ในที่ส่วนตัวหรืออยู่ด้วยกันตลอดเวลา บ้านจึงมีพื้นที่และองค์ประกอบปรับเปลี่ยนไปตามอารมณ์ของเจ้าของ ใช้ภาษาการออกแบบของเส้นตรงธรรมดารูปแบบเดียวซ้ำๆ เท่ากันให้สมบูรณ์มากที่สุด จนเกิดความเรียบง่ายตรงไปตรงมาแต่ดูน่าค้นหาในเวลาเดียวกัน
ด้วยบุคลิกที่ชัดเจนกับความชอบของตน ความตรง ใส่ใจรายละเอียด แม้ผ่านการคุยกันในวันแรกสามารถวิเคราะห์บุคลิกของบ้านจนได้ไดอะแกรม คอนเซ็ปท์ แนวคิด พร้อมโจทย์ที่ตอบการใช้งานของสมาชิกภายในบ้าน แต่บทสนทนาของบ้านหลังนี้เพิ่งได้เริ่มต้นขึ้น “ขั้นตอนพรีเซนท์ผ่านไปเร็วมาก แต่ขั้นตอนการสร้างบ้านเสมือนการทำโมเดล 1:1” ผู้ออกแบบเล่าเสริมเปรียบเรื่องราวระหว่างทางตลอด 4 ปี ซึ่งผู้ออกแบบและเจ้าของบ้านต่อบทสนทนากันจนออกมาเป็นบ้านแบบทุกวันนี้ “มันเหมือนการตัดโมเดลที่ตัดไปแก้ไป ซึ่งแม้ตัดโมเดล study ไว้แล้ว มี concept แล้ว แต่ของจริงมันคือการเดินทางที่เปลี่ยนผนังกระดาษและแผ่น PVC เป็นวัสดุของจริง”

โถงบันไดเป็นแกนของบ้านที่ใช้แบ่งพื้นที่ความเป็นส่วนตัวของบ้าน และเป็นพื้นที่ติดตั้งผลงานศิลปะสะสม หลังคาจั่วของบ้านมีสัดส่วนสูงกว่าปกติ โถงบันไดตรงกลางไม่มีดาว์ไลท์ อาศัยแสงธรรมชาติเข้ามาและกรองด้วยส่วนกระจายแสงให้ความสว่างแกพื้นที่ และราวจับทำหน้าที่เป็นกันตกและใส่ไฟไว้ใต้ตัวราวจับ มีแสงสว่างลอดออกมาประมาณ 1 เมตร แมวก็สามารถเดินไปมาได้



เจ้าของบ้านใช้ชีวิตภายในบ้านค่อนข้างมาก บ้านถูกออกแบบให้พื้นที่ชั้น 2 เป็นพื้นที่อยู่อาศัยสามารถแบ่งออกเป็นสองฝั่งหลังคาจั่ว ฝั่งขวาเป็นส่วนห้องทำงาน ห้องนั่งเล่นดูโทรทัศน์ ห้องแมว ห้องรับประทานอาหาร สวนและครัวอยู่ในตำแหน่งเดียวกับชั้นล่าง ทางซ้ายเป็นห้องนอนมาสเตอร์ Walk-in Closet ห้องน้ำ บ้านมีโปรแกรมเช่นบ้านธรรมดาทั่วไป


วิถีชีวิตของแมวในบ้านหลังนี้สามารถอยู่กับมนุษย์ได้ แต่เวลาที่เจ้าของไม่อยู่บ้านแมวต้องอยู่ได้โดยไม่ลำบาก เป็นวิถีชีวิตของคนและแมวที่อาศัยอยู่คู่ขนานกันไป โดยที่ไม่รบกวนกัน เป็นที่มาของทางเดินแมว ประตูแมวภายในบ้านที่สามารถเดินจากห้องส่วนตัวของแมวมาที่สวนเพื่อชื่นชมธรรมชาติ แล้วค่อยมากินข้าว เป็นส่วนหนึ่งของการออกแบบโดยใช้แนวคิดว่าแมวเป็นสมาชิกในบ้านด้วยเช่นกัน

(กลาง) สวนในร่มชั้นสองเห็นกระถางที่สั่งทำเฉพาะ มีรูปแบบและวัสดุที่ไม่กลมกลืนกับแนวความเป็นบ้านตะวันออกมากจนเกินไป

(ซ้าย) บริเวณสวนชั้นสองสามารถเห็นหลังคาสโลปได้ชัดเจน ช่องแสงบนฝ้าสโลปสูงถูกออกแบบจุดที่แสงลงมาในแต่ละจุด
(ขวา) ห้องนอนมาสเตอร์ที่สามารถชมสวนชั้นสองและรับแสงธรรมชาติที่สบายตา
สร้างบ้านบนสเกล 1:1
คุณจูนยกตัวอย่างเรื่องราวแต่ละบทมากเพื่อให้เห็นภาพยิ่งขึ้นที่นอกจากงาน Defect ที่ต้องมีบ้างเป็นเรื่องปกติ “ตั้งแต่ทำงานนี่เป็นลูกค้ารายแรกที่บอกให้รื้อเสาหลังคา เพราะเขาจำรายละเอียดได้ว่าไม่เหมือนในโมเดล ไอซ์เป็นคนตรงมากๆ และความชัดเจน คำว่า ‘ไม่’ ของเขาคือ ‘ไม่ชอบ’ เพื่อไม่ให้เรื่องมันยืดเยื้อ เราจึงตัดสินใจรื้อเพื่อความสบายใจแก่ทุกฝ่าย”
เนื่องจากการออกแบบที่ต้องการให้แสงผ่านช่องแสงบนหลังคาสโลปลงมาตามจุดทำให้เป็นจุด Defect ที่ทำไปแก้ไป แต่งานรื้อใหญ่ที่สุดจากโจทย์หนึ่งที่เกิดขึ้นระหว่างก่อสร้างคือบริเวณโถงบันไดของบ้าน “ตอนแรกโถงบันไดเป็นจุดที่ออกแบบให้แสงลงมาได้อย่างเต็มที่ พอทำไปแล้วถึงรู้ว่าเขาต้องการติดตั้งงานศิลปะบริเวณโถงนี้ ซึ่งถ้าเป็นแบบเดิมมันติดตั้งไม่ได้เพราะพวกผลงานศิลปะ พวกรูปภาพอาจถูกแดดเลียหมด ไหนๆ มันก็มาจะสุดแล้วก็เอาให้สุด เราก็รื้อกันไป”
หลังรื้อหลังคาส่วนกระจายแสงออก ทีมผู้ออกแบบใช้วิธีสำรวจแสงโดยเอากล้องไปติดตั้งแต่เช้าถึงเย็นเพื่อให้รู้ทิศทางการลงของแดดในโถงบ้าน แล้วออกแบบป้องกันแนวขอบเส้นระยะปลอดภัยสำหรับการวางผลงานศิลปะจนได้แบบโถงบ้านอย่างในปัจจุบัน
นอกจากนี้โจทย์ระหว่างทางหลักๆ ซึ่งคุณจูนเล่าถึงโจทย์ของพื้นที่แมวต้องขยายเพื่อให้จำนวนที่เพิ่มขึ้นอยู่ได้อย่างสบาย ทั้งเรื่องต้นไม้จากสองต้นเหลือเพียงต้นเดียว และต้องอยู่ในร่มแล้วโตได้
จนถึงส่วนอินทีเรียซึ่งทางคุณเปา ผู้ร่วมก่อตั้งเป็นผู้ดูแลต่อ โดยเรื่องเฟอร์นิเจอร์ คุณไอซ์ซึเป็นคนเลือกเข้ามาเอง แล้วกล่าวตรงๆ อย่างเต็มใจกับผู้ออกแบบว่า “พี่ไม่ต้องห่วงเฟอร์นิเจอร์ที่ผมเลือกเข้ามาส่งเสริมงานพี่แน่นอน ไว้ใจผมนะครับ!”
“ความชัดเจนลงรายละเอียดของเขาตั้งแต่ต้น ดูเป็นเรื่องน่าปวดหัวแต่เป็นสิ่งที่ทำให้เราทำงานได้ง่ายขึ้น ระวังขึ้น เพราะมีหลายเรื่องที่เขาไม่ยอมและยอมได้เป็นบางเรื่อง” คุณจูนเสริมข้อสรุปในการรับมือปรับวิธีให้เหมาะสมกับลูกค้า คำอธิบายบรรยายตามแต่สถานการณ์การตัดสินใจในช่วงเวลานั้นเห็นได้ว่ากว่าจะเป็นบ้านหลังนี้ไม่ใช่เรื่องง่าย เหมือนโครงการทั่วไปต่างมีมุมก่อนความสมบูรณ์ของงานทุกชิ้น รวมถึงโจทย์ระหว่างทางที่ต้องปรับเปลี่ยนเพื่อการอาศัยภายในบ้านอย่างมีความสุข

เจ้าของบ้านผู้ที่อยากได้บ้านสะท้อนตัวตน อยากเห็นความมีอะไรบนความเรียบง่ายซึ่งเกิดจากภายใน
“รู้ว่ามีแต่ไม่รู้ว่าคืออะไร มีความย้อนแย้ง เรียบง่ายแต่ทำให้ต้องหยุดดู ไม่เห็นมีอะไรไปเกาะแต่ทำไมมันถึงมีมิติลึกเข้าไป กลางวันเป็นอารมณ์แบบนึง กลางคืนเป็นอารมณ์อีกแบบ บ้านมีความเป็นขาวดำๆ มืดสว่างๆ อยู่ตลอดเวลา ส่วนตัวบ้างไม่ส่วนตัวบ้าง โชว์บ้างไม่โชว์บ้าง การที่ไม่โชว์ที่สุดคือการโชว์ที่สุดของบ้านนี้”
Project : I c e . su house
Architect : Junsekino A+D
Interior : Junsekino I+D
Landscape : Kaizentopia
Builder : GA house
Interior Builder : Akepakin interior and construction
Project Loacation : Bangkok, Thailand
Project Complete Year : 2021
Photo : Spaceshift studio

