HIGH BRICK HOUSE BY STUDIOMITI
บ้านอิฐทรงสูงเชื่อมพื้นที่ของคู่รักนักบิน
Writer : Nada Inthaphunt
Photograph : Spaceshift studio

ณ ด้านหน้าบ้านก่ออิฐสูงสี่ชั้นของย่านพักอาศัย วังหิน เขตลาดพร้าว ได้กลายเป็นสถานที่แปลกตายอดนิยมของผู้คน อาจด้วยความสูงที่โดดเด่นกว่าบ้านในบริเวณเดียวกัน หรือรูปทรงและวัสดุย้อนแย้งกับความรู้สึกปกติที่คนภายนอกอาจมองว่าสวยสะดุดตา แต่มีความพิเศษเฉพาะตัวกับเจ้าของบ้าน

สองสามีภรรยานักบินคือเจ้าของบ้านอิฐทรงสูงได้ติดตามผลงานการออกแบบ Starbucks วังน้อย หนึ่งในผลงานวัสดุอิฐของ Studiomiti จึงติดต่อ คุณเติ้ล เผดิมเกียรติ สุขกันต์ สถาปนิกและหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งสตูดิโอ ให้เป็นผู้ออกแบบบ้านอิฐโดยถอดออกมาจากความชื่นชอบส่วนตัวของเจ้าของ ซึ่งมีความผูกพันธ์กับบ้านในประเทศอังกฤษที่มีลักษณะภายนอกเป็นบล็อคสร้างด้วยอิฐติดกัน มีชั้นใต้ดินและบันไดเดินเข้าบ้านที่ชั้นสอง

บ้านบนขนาดพื้นที่ 68 ตารางวา ขนาดเล็กซึ่งไม่เพียงพอต่อการใช้งานและความต้องการ แวดล้อมด้วยชุมชนบ้านเดี่ยวชั้นเดียวหรือสองชั้น เมื่อคุณเติ้ล เผดิมเกียรติ สุขกันต์ ได้มีโอกาสสำรวจพื้นที่พบจุดชมวิวที่ดีตั้งแต่ชั้นสอง ประกอบกับเมื่อข้ามบล็อคถนนเป็นบริเวณสามแยกนำสายตาเห็นได้ทั่วถึง

หัวใจหลักของบ้านคือโถงบันไดเหล็กลอยซ้อนเกลียวทำหน้าที่เชื่อมพื้นที่บ้านฝั่งหน้าและฝั่งหลังที่ถูกแบ่งเพื่อให้สมาชิกในบ้านเชื่อมโยงกันด้วยสายตา

(ซ้าย) บันไดเหล็กสู่ชั้น 3 และ 4 ถูกวางให้ตำแหน่งเหลื่อมกับบันไดสู่ชั้น 2 เกิดระดับมิติของพื้นที่ลอยเหนือโถง รับแสงธรรมชาติจากสกายไลท์ของชั้น 2 ช่องเปิดด้านหน้าบ้าน และการเรียงผนังอิฐด้านข้างบ้าน
(ขวา) การเรียงอิฐของบ้านมีความพิเศษจากการใช้ช่างเรียงอิฐชำนาญการให้ความหนาของผนังบ้านที่บางลงได้กว่าการเรียงอิฐของบ้านทั่วไป

บ้านอิฐทรงสูงถูกสร้างบนที่ดินบ้านเดิมของเจ้าของซึ่งเคยอาศัยอยู่กับคุณแม่บนพื้นที่ขนาด 68 ตารางวา หันหน้าทางทิศเหนือ หน้ากว้างประมาณ 12 เมตร มีขนาดค่อนข้างเล็กไม่เพียงพอต่อการใช้งาน ประกอบกับบริบท และสภาพแวดล้อมของบ้านเดี่ยวหนึ่งหรือสองชั้นที่รายล้อม บ้านจึงมีจุดชมวิวที่ดีตั้งแต่ชั้น 2 ขึ้นไป พื้นที่ถูกออกแบบดันการใช้งานให้สูงขึ้น
ผู้ออกแบบใช้แนวคิดการรักษาปฏิสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกสองคนภายในบ้าน โดยมีโถงบันไดเหล็กลอยซ้อนเกลียวเป็นศูนย์กลางของบ้านเชื่อมพื้นที่การใช้งานส่วนหน้าและหลังบ้านที่ถูกแยกออกเข้าด้วยกัน พื้นที่แต่ละส่วนแบ่งระดับชั้นให้พื้นที่อยู่เหลื่อมกัน เพื่อให้สมาชิกเห็นกันโดยรอบแล้วสามารถมองวิวภายนอกได้ทุกส่วน และทำให้พื้นที่โปร่งโล่ง

บันไดเดินขึ้นสู่ทางเข้าบ้านที่ชั้น 2 ซึ่งเป็นชั้นแรกของพื้นที่อยู่อาศัยให้ความรู้สึกการเข้าบ้านที่เฉพาะตัว เตรียมพื้นที่สำหรับต้นไม้ให้ความร่มรื่น และแทรกฟังก์ชั่นสอดคล้องการใช้งาน และความต้องการเฉพาะตัวที่สร้างบรรยากาศเดียวกับความชื่นชอบของเจ้าของบ้าน

พื้นที่อยู่อาศัยชั้นแรกให้ความโปร่งโล่ง และกระจายแสงได้ทั่วบริเวณ

พื้นที่การใช้งานส่วนหน้า และหลังบ้านถูกแยกและเชื่อมด้วยคอร์ทของชั้นสอง โดยพื้นที่แต่ละส่วนแบ่งระดับชั้นให้พื้นที่อยู่เหลื่อมกัน เพื่อให้สมาชิกเห็นกันโดยรอบแล้วสามารถมองวิวภายนอกได้อย่างไม่ถูกบดบัง

บริเวณห้องนอนของนักบินมีแสงสว่างน้อยให้บรรยากาศกลางคืน เนื่องจากตารางบินที่สามารถมีได้ทั้งกลางวันกลางคืน

ห้องทำงานและอ่านหนังสือ

โถงเชื่อมชั้น 2 และ 3 เชื่อมปฏิสัมพันธ์พื้นที่อยู่อาศัย

(ซ้าย) Walk-in Closet ห้องนอนหลัก ปิดด้วยบานไม้พ่นสีดำซึ่งเป็นสีวัสดุรองภายในบ้าน
(ขวา) ห้องน้ำของห้องนอนหลักเพิ่มช่องแสงธรรมชาติบริเวณรูปด้านของบ้าน

ส่วนของชั้นรองรับความต้องการอเนกประสงค์ เสมือนเป็นพื้นที่เสริมนอกจากการใช้งานหลัก
(ซ้าย) ที่จอดรถประตูปิดอัตโนมัติมีแผ่นเหล็กดำกั้นพื้นที่ระหว่างภายนอกและโถงภายในบ้าน ทำหน้าที่เป็นทั้งรั้วกั้น และเฟอร์นิเจอร์ของบ้าน
(ขวา) ต้นชมพู่ ต้นไม้เดิมของบ้านเก่า ต้อนรับอยู่บริเวณที่จอดรถให้ร่มเงาเป็นพุ่มสูงที่ชั้น 2

ห้องออกกำลังกายและบ่อน้ำช่วงเว้นระยะด้านนอก ห้องซึ่งใส่ตามความชอบและออกกำลังกายเป็นกิจวัตรของเจ้าของบ้าน

ดาดฟ้า ห้องหนังสือและส่วนบริการอเนกประสงค์บนชั้นบนสุดของบ้าน

การดันพื้นที่ให้สูงขึ้น ผู้ออกแบบตัดสินใจเรียงพื้นที่การใช้งานแนวตั้งเรียงตัวขึ้น 4 ชั้น มีพื้นที่อยู่อาศัยหลัก 2 ชั้น โดยชั้นบนสุดและล่างสุดออกแบบเป็นพื้นที่รองรับการใช้งานหลัก ทางเข้าของบ้านถูกออกแบบให้อยู่ที่ชั้น 2 เป็นส่วนเริ่มต้นของพื้นที่อยู่อาศัยเช่นบ้านเดี่ยว 2 ชั้น ธรรมดาหลังหนึ่งที่ประกอบด้วยห้องนั่งเล่น ห้องครัว ห้องรับประทานอาหาร ชั้นถัดไป มีห้องอ่านหนังสือ ทำงาน ห้องนอนสำหรับเจ้าของบ้าน และห้องสำหรับแขกอย่างละห้อง ในขณะที่ชั้นแรกประกอบด้วยที่จอดรถ ห้องออกกำลังกาย เสมือนชั้นใต้ดิน ส่วนชั้นบนสุดเป็นดาดฟ้า ห้องหนังสือและส่วนบริการอเนกประสงค์ สอดรับกับลักษณะบ้านแบบที่ทั้งคู่ชื่นชอบ

บ้านซึ่งใช้อิฐเป็นวัสดุหลักทั้งภายนอก และภายในถูกถอนน้ำหนักด้วยความโปร่งโล่งของพื้นที่ตัดกับวัสดุเหล็กสีดำบางของขอบประตู บันได ราวบันได ชั้นวางของ เมื่อสัมผัสกับแสงธรรมชาติผ่านช่องเปิดและการเรียงผนังอิฐโดยช่างชำนาญการ รวมถึงช่องแสงสกายไลท์เหนือบันไดคับให้พื้นที่ภายในลดความหนักทึบของวัสดุ ประกอบกับการเรียงลวดลายผนังอิฐ และการตัดถอนมวลพื้นที่ภายนอกอาคารเป็นทางเข้า ทำให้มวลอิฐทึบตันของบ้านมีความโปร่งเบาลอยย้อนแย้งแต่พิเศษกว่าเคย

บ้านมวลอิฐที่เกิดจากการเรียงตัวแนวตั้งขึ้น 4 ชั้น 500 ตร.ม. ถูกตัดถอนมวลพื้นที่ทางเข้าเพื่อลดความหนักของวัสดุ ด้วยการยื่นคานเหล็ก 3.5 เมตร ทำให้ก้อนพื้นที่ชั้น 3 และ 4 เสมือนลอยท้าทายแรงโน้มถ่วงกลางอากาศ ในขณะเดียวกันส่งผลให้บ้านโปร่งลอยย้อนแย้งกับความรู้สึก

Studiomiti ออกแบบบันไดหนีไฟตามกฎหมายอาคารสูงตั้งแต่สี่ชั้นขึ้นไป โดยใช้เหล็กฉีกเป็นวัสดุปิดผิวแทนการปิดทึบ เพื่อให้แสง ลม และน้ำ ทะลุผ่านได้เนื่องจากเป็นพื้นที่ปิดที่ไม่ได้ใช้งานประจำให้

บริเวณช่องแสงตามระยะร่นใช้เหล็กฉีกที่โปร่งแต่คงทนแข็งแรงเพื่อเป็นอีกหนึ่งส่วนป้องกันความปลอดภัยภายในบ้าน

ชั้น 1 และ 2 ระยะร่นตามกฎหมาย ผู้ออกแบบอาศัยช่องแสงสกายไลท์บริเวณหลังคารับแสงธรรมชาติ ลดความแน่นของกำแพงผนังวัสดุอิฐลง

แผ่นเหล็กดำกั้นระหว่างพื้นที่ เป็นเฟอร์นิเจอร์บิวท์อิน ทั้งให้ความโปร่งไม่บดบังแสงและการเชื่อมมองทางสายตา

Studio Miti | Facebook
Project : High Brick House
Architect : studiomiti
Lead Architect : Padirmkiat Sukkan
Architect : Thanwa chantarasena
Interior : Chamaiporn lamaiphan, Atcha chamnanchak, Narinrat Chaichat
Main Contractor : Jarin Detchutrakul
Interior Contractor : Chinnapat Changto
Manufacturers : Lamptitude, At East Lighting, KS Wood, The Mission One, it windows
Area : 500 m2
Project Complete Year : 2021
Project Loacation : Bangkok, Thailand
Photo : Spaceshift studio