
พลอย - หฤษฎี ลีละยุวพันธ์ แห่ง PHTAA กับแนวคิดเรื่องแสงธรรมชาติ บ้าน และผู้อยู่อาศัย
พื้นที่ภายในที่กว้างขวาง หรือห้องสไตล์ลอฟต์ อาจเป็นหนึ่งในโจทย์การตกแต่งภายในที่หลายคนตั้งไว้ แต่เมื่อเราทุกคนต้องกักตัวและเว้นระยะห่างทางสังคม จนรู้สึกเหมือนถูกบังคับให้อยู่แต่บ้านตลอดระยะเวลากว่าสองปีที่ผ่านมา ก็ทำให้เทรนด์ของการสร้างบ้านและการตกแต่งภายในได้มีเปลี่ยนแปลงไป และคลื่นลูกใหม่ของการเปลี่ยนแปลงในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร มาค้นหาคำตอบไปพร้อมกันผ่านประสบการณ์ของสถาปนิกและอินทีเรียดีไซเนอร์หนึ่งในผู้ก่อตั้ง PHTAA Living Design อย่างพลอย - หฤษฎี ลีละยุวพันธ์ พร้อมไปสำรวจบ้านในความต้องการของพลอยจากมุมมองเจ้าของบ้าน
แน่นอนว่าแนวโน้มที่เกิดการเปลี่ยนแปลงนี้ ย่อมมาจากประสบการณ์ของผู้ใช้งานหลังผ่านวิถีชีวิตแบบ New Normal เป็นหลัก ทำให้แนวคิดการออกแบบบ้านในยุคนี้เน้นไปที่เรื่องของภายใน “เจ้าของบ้านให้ความสำคัญกับ Identity หรือความเป็นตัวตนของตัวเองมากขึ้น เขาจะใส่สิ่งของที่ตัวเองชอบ ฟังก์ชั่นภายในที่ตัวเองอยากได้ หรือกิจกรรมที่ตัวเองชอบทำเข้ามาอยู่ในบ้าน” พลอยตอบจากมุมมองของนักออกแบบภายใน
ซึ่งในการทำงานออกแบบสักหนึ่งชิ้นแล้ว เธอจึงมักจะหยิบยกเอาประสบการณ์การทำงานหรือประสบการณ์ส่วนตัวมาเป็นแรงบันดาลใจ ตั้งแต่เหตุการณ์อันแสนธรรรมดาในชีวิตประจำวัน เช่น การออกไปเดินนอกบ้านหรือเดินบนท้องถนน ไปจนถึงประสบการณ์แปลกใหม่ที่ได้จากการออกไปท่องเที่ยว พบเจอกับสิ่งใหม่ แล้วเก็บไว้เป็นแรงบันดาลใจอยู่ในห้องสมุดส่วนตัว ก่อนจะหล่อหลอมออกมาเป็นชิ้นส่วนพิกเซลหลากหลายชิ้น แล้วนำมารวมกันจนกลายเป็นแรงบันดาลใจ

เมื่อถอดหมวกของนักออกแบบ และถอยกลับมามองในฐานะของเจ้าของบ้านแล้ว พลอยชอบบ้านที่มีแสงธรรมชาติส่องเข้าถึง เพราะแสงเหล่านี้ตัวช่วยสร้างชีวิตชีวา บริบท และบรรยากาศที่แตกต่างให้กับพื้นที่ภายในบ้านได้เป็นอย่างดี เช่น แสงของพระอาทิตย์ในตอนเช้าจะให้ความรู้สึกสดชื่น ถ้าเป็นวันที่ฝนตก ก็จะให้บรรยากาศที่มืดครึ้ม ธรรมชาติเลยทำให้ชีวิตภายในบ้านมีมิติขึ้นโดยที่เจ้าของบ้านไม่รู้ตัว

ช่องแสง หน้าต่าง หรือบานประตูที่เป็น Void ให้แสงและลมธรรมชาติเข้ามาสร้าง Visual Connection ระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอกของบ้านจึงนับเป็นองค์ประกอบทางสถาปัตยกรรมที่สำคัญ หลากหลายโปรเจกท์ที่นักออกแบบสาวคนนี้รับผิดชอบ จึงมีการนึกถึงแนวคิดเรื่อง Inside living out, outside living In. ที่มีการเชื่อมโยงกันของระหว่างพื้นที่ภายในและภายนอก ผ่านประตูและหน้าที่มีความเป็น Frameless อยู่เสมอ เพราะฟังก์ชั่นของมันสร้างวิถีของการอยู่อาศัยได้น่าสนใจมากขึ้น
แม้ว่าในแง่ของการดีไซน์ เรื่องของฟังก์ชั่นการใช้งานมักจะเป็นสิ่งสำคัญตามที่สถาปนิกชาวเยอรมันอย่าง Ludwig Mies Van der Rohe เคยกล่าวเอาไว้ว่า Form Follows Function แต่ในความคิดจากประสบการณ์การทำงานของพลอยแล้ว ทั้งฟอร์มและฟังก์ชั่นต่างก็เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่ตอบโจทย์เรื่องดีไซน์ได้ โดยที่ฟอร์มไม่จำเป็นต้องตามฟังก์ชั่นเสมอไป แต่ยังสามารถผสมผสานกันเพื่องานออกแบบที่ดีที่สุดได้

เช่นเดียวกับประตูและหน้าต่างที่ทำหน้าที่เป็นทางผ่านให้แสงและลมธรรมชาติพัดเข้าสู่ภายในของบ้าน ที่ต้องมีทั้งกรอบที่ผ่านการออกแบบมาอย่างสวยงาม ให้ความเป็น Frameless ที่ไม่กีดขวางสายตา ควบคู่ไปกับการซ่อนฟังก์ชั่นการใช้งานที่สามารถตอบสนองความต้องการและความเสริมปลอดภัยให้กับผู้ใช้งาน เพื่อความสวยงามของบ้านยุคใหม่ที่น่าอยู่มากกว่าเดิม

สอบถามข้อมูลสินค้า: https://bit.ly/3y1xj9T
ดูรายละเอียดสินค้า ATIS: https://bit.ly/3FsTUAk
อี-แคตตาล็อก: https://bit.ly/3mrEHcm