ย้อนกลับเมื่อหนึ่งถึงสองปีที่แล้ว ถ้าหากถูกถามว่า ‘จะไปชมนิทรรศการภาพถ่ายดี ๆ ที่ไหนได้บ้าง?’ เราก็คงใช้เวลาในการคิดหาคำตอบอยู่พอสมควร เพราะพื้นที่หรือแกลเลอรี่ที่จัดแสดงนิทรรศการภาพถ่ายโดยเฉพาะนั้นแทบไม่ค่อยมีสักเท่าไหร่ แต่ถ้าหากถูกถามซ้ำใหม่อีกครั้งในตอนนี้แล้ว “Hub of Photography” หรือที่เรามักจะเรียกสั้น ๆ ว่า HOP ก็คงจะกลายเป็นชื่อแรกที่ขึ้นมาเป็นคำตอบ และก็คงไม่ใช่แค่สำหรับเราเท่านั้น แต่ชื่อนี้ก็น่าจะเป็นคำตอบในใจของบรรดาช่างภาพ นักเสพผลงานภาพถ่าย หรือผู้ที่คร่ำหวอดในวงการภาพถ่ายด้วยเช่นกัน

ถ้าอยากรู้ว่า HOP มีเป้าหมาย ความตั้งใจ รวมถึงมีพื้นที่การใช้งานแบบไหนบ้าง ก็เตรียมกล้องในมือให้ดี และตามไปถ่ายพร้อม ๆ ผ้าป่าน อีฟ และทอม กันได้เลย

ถ้าหาก HOP มีเป้าหมายที่อยากเป็นอีกหนึ่งแรงขับเคลื่อน แสดงว่าวงการถ่ายภาพไทยยังขาดการสนับสนุนที่มากพอใช่ไหม
ผ้าป่าน: จริง ๆ อาจจะต้องพูดภาพรวมก่อนว่าวงการศิลปะบ้านเรายังไม่ได้ถูกสนับสนุนมากพอ และประเทศไทยเองก็ยังตีความ ‘ศิลปะ’ อยู่เพียงไม่กี่แขนง ทำให้ภาพถ่ายก็ถูกหลงลืมไปด้วย เมื่อเทียบกับวงการอื่น ๆ แล้ว การถ่ายภาพก็อาจจะยังไม่ได้รับการสนับสนุนที่มากพอขนาดนั้น แต่มันก็ยังเติบโตอย่างออร์แกนิกได้ด้วยตัวเองนะคะ เพราะเทคโนโลยีที่พัฒนาจนคนเข้าถึงง่าย แล้วพอคนเริ่มหันมาบริโภคขึ้น แบรนด์ก็เข้ามาสนับสนุนในเชิง Commercial หรือภาคเอกชนอย่าง Seacon Development ที่เขาเห็นคุณค่าของการถ่ายภาพ เขาจึงเข้ามาสนับสนุนให้เกิดการเติบโตขึ้น มันก็เลยเป็นที่น่าสงสัยว่าทำไมภาครัฐไม่เคยเหลียวแลเราเลย ทั้งที่ควรเอื้อให้เกิดกิจกรรม พื้นที่ หรืออาชีพที่มั่นคง
ทอม: ใช่ คือประเทศไทยมีช่างภาพที่เก่งมากมาย โดยเฉพาะช่วงห้าปีที่ผ่านมา เราจะได้เห็นช่างภาพไทยหลายคนส่งผลงานจากไทยไปประกวดในระดับสากลจนมีชื่อเสียง ซึ่งมันเป็นนิมิตหมายอันดีเลยว่าความจริงแล้วช่างภาพไทยมีศักยภาพในการทำงานระดับสากล แต่ว่าระบบหรือกิจกรรมในประเทศ อาจจะยังไม่เอื้อให้ช่างภาพเหล่านี้ได้พัฒนาเติบโตอย่างมั่นคงในระยะยาว

นอกจากการผลักดันจากภาครัฐแล้ว มันยังขาดอะไรอยู่อีกหรือเปล่า ผ้าป่าน: น่าจะเป็นเรื่อง Ecosytem ของวงการภาพถ่ายไทยที่ยังไม่ครบเท่าไหร่ เพราะเมื่อระบบไม่เอื้อให้เกิดอาชีพหรือทำให้คนยังไม่เข้าใจคุณค่าของงานศิลปะแขนงนั้น มันเลยทำให้มีผู้บริโภคหรือคอลเลคเตอร์น้อย คือพอมองออกไปแล้วหาคอลเลคเตอร์ที่เก็บสะสมงานภาพถ่ายโดยตรงได้น้อยมาก รวมไปถึงบุคลาการในส่วนอื่นอย่างคิวเรเตอร์ที่คิวเรทงานภาพถ่ายโดยตรงก็ยังหาได้ยาก ทาง HOP เลยไม่ได้จะสนับสนุนแค่ทางช่างภาพเท่านั้น แต่เรายังสนับสนุนในส่วนอื่น ๆ ด้วย เพราะเรามองทั้งอุตสาหกรรมเลยว่ามันยังมีส่วนที่ยังขาดตรงไหนบ้าง ที่เราสามารถสร้างพื้นที่เพื่อเอื้อให้เกิดการสนับสนุนในส่วนเหล่านั้นได้


แล้วพื้นที่ของ HOP ถูกแบ่งและจัดสรรเพื่อสนับสนุนเป้าหมายเหล่านี้อย่างไรบ้าง
ผ้าป่าน: คือ HOP มีพื้นที่ที่ค่อนข้างเยอะเลย แต่เราจะทยอยเปิดเป็นแต่ละเฟสโดยเริ่มต้นจากแกลเลอรี่สองห้องก่อนค่ะ
อีฟ: ห้องแรกก็คือ HOP PHOTO GALLERY จะเป็นแกลเลอรี่หลักที่มีขนาดใหญ่ ห้องนี้ก็จะมีติดตั้งจัดแสดงผลงานของศิลปิน ซึ่งมีการคิวเรทงานโดยคิวเรเตอร์ที่ HOP เชิญมาร่วมงานกัน โดยเขาจะดูแลการทำงานในทุกส่วนเลยค่ะ
ผ้าป่าน: เราพยายามทำให้ห้องนี้ได้มาตรฐานของแกลเลอรี่ชั้นนำ ทั้งเรื่องระบบไฟหรือระบบระบายอากาศ เพื่อซัพพอร์ตการแสดงงานของศิลปินที่เคยจัดแสดงงานในเวทีระดับโลก และเพื่อสร้างแรงบันดาลใจและบรรยากาศให้บุคคลทั่วไปที่เข้ามาชมได้เห็นว่าการจัดแสดงงานแบบ Full Scale มันเป็นในลักษณะไหน
อีฟ: อีกหนึ่งแกลเลอรี่ที่อยู่ข้างเคียงกันก็คือ WHOOP! เป็นแกลเลอรี่ที่เปิดสำหรับทุกคนได้จัดแสดงนิทรรศการของตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นช่างภาพที่ยังไม่ค่อยมีคนรู้จัก คนทั่วไปที่มีความสามารถ หรือใครก็ตามที่เรามองเห็นว่าเขามีความน่าสนใจที่ต่อยอดได้ โดยเราจะซัพพอร์ตในเรื่องของการผลิตและติดตั้ง เพื่อทำให้เขารู้สึกว่าสิ่งที่เขาอยากทำ มันเกิดเป็นอาชีพในพื้นที่แห่งนี้ได้ นอกจากแกลเลอรี่ก็ยังมี FOTOINFO Learning Center โดยได้ทางทีม FOTOINFO เข้ามาช่วยดูแลเวิร์กช็อปของกลุ่มผู้ที่เริ่มต้นถ่ายภาพ หรือกลุ่มที่มีประสบการณ์ในระดับหนึ่ง ส่วนเฟสถัดไปที่จะเปิดในช่วงสิ้นปีนี้ก็จะเป็น HOP CLUB ที่เราสร้างขึ้นมาเพื่อซัพพอร์ตเป้าหมายต่าง ๆ ที่ได้พูดไป โดยจะมีในส่วนของห้องสมุด Photo Book Library ที่รวบรวมหนังสือภาพถ่ายและคิวเรทหมวดหมู่โดยผู้เชี่ยวชาญจาก Vacilando Bookshop และ Hardcover ให้ทุกคนได้เข้ามาหาความรู้ตามที่ต้องการได้อย่างหลากหลาย ครอบคลุมทุกแนวทาง แล้วส่วนถัดมาก็คือพื้นที่วางจำหน่าย Merchandise เพื่อให้ศิลปินที่เขาผลิตของออกมาแต่ยังไม่มีพื้นที่จัดแสดงหรือวางขาย ได้มีพื้นที่สร้างรายได้ให้กับตัวเอง


ทอม: นอกจากส่วนที่น้องอีฟได้อธิบายไปแล้ว ในเฟสถัดไปก็มีห้องที่จะเปิดใช้งานแล้วก็คือ Sandbox ที่เป็นห้องสำหรับจัดกิจกรรม ซึ่งเป็นพื้นที่กลางที่ไม่ว่าใครใน MUNx2 ก็สามารถใช้งานได้ โดยทาง HOP ก็จะมีการจัดเวิร์กช็อปต่าง ๆ ขึ้นในพื้นที่ Sandbox ครับ ในช่วงปลายปีเราก็ยังมีแพลนที่จะจัด Creative Market ที่รวบรวมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับงานภาพถ่ายต่าง ๆ ให้มาอยู่ในพื้นที่เดียวกันด้วย เช่น ร้านหนังสือ ร้านพิมพ์ภาพ คนทำกรอบรูป ร้านขายฟิล์มหรือกล้องมือสอง ส่วนปีหน้าก็มีแพลนที่จะจัด Photo Contest ในระดับนานาชาติขึ้นด้วยครับ
ผ้าป่าน: มันอาจจะดูเหมือนว่าเราวางแผนพื้นที่หรือกิจกรรมไว้หมดแล้ว แต่เป้าประสงค์จริง ไม่ใช่การเสกทุกอย่างขึ้นมาจากพวกเราแค่สามคนเท่านั้น แต่เรายังเปิดให้บุคคลทั่วไป ทั้งช่างภาพ คิวเรเตอร์หรืออื่น ๆ มาร่วมสร้างกิจกรรมไปพร้อมกันกับเราด้วยค่ะ เพราะการมีส่วนร่วมของคนที่อยู่ในวงการถ่ายภาพไม่ว่าจะเป็นอาชีพอะไรก็ตาม มันจะให้พื้นที่ที่ถูกสร้างขึ้นแห่งนี้ได้เติบโตและกลายเป็นคอมมูนิตี้ของคนในวงการนี้ได้อย่างแท้จริง

ผ้าป่าน: แน่นอน ถ้าสมมติว่าเราอยู่ในตัวเมืองยังไงมันก็ไกลอยู่แล้ว แต่ป่านอยากให้มองแบบนี้ว่า เพราะเรามัวแต่กระจุกทุกอย่างอยู่ที่ส่วนกลาง เรื่องงานศิลปะมันเลยไม่กระจายออกไปจากตัวเมืองสักที (และไม่ใช่แค่กรุงเทพฯ เท่านั้นด้วยค่ะ) ซึ่งการที่ HOP มาตั้งอยู่บริเวณนี้ก็ถือเป็นการเชิญชวนทุกคนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ตรงนี้ ให้มาชมงานศิลปะและใช้พื้นที่ไปด้วยกัน โดยที่คุณไม่จำเป็นจะต้องไปเข้าหาความเจริญที่อยู่ศูนย์กลางของกรุงเทพฯ เลย ส่วนเรื่องของการเดินทางเอง โครงข่ายของบีทีเอสก็กำลังจะไปถึงทุกที่แล้ว และโซน MUNx2 เองก็อยู่ติดกับรถไฟฟ้าเลย เมื่อไหร่ก็ตามที่บีทีเอสเปิดใช้งาน การเดินทางมายัง HOP ก็จะไม่ใช่อุปสรรคอีกต่อไป
ถ้าทำเป็น Visual Tour หรือ Online Exhibition จะไม่ดีกว่าหรือ? เพราะแทบจะไม่ต้องกังวลเรื่องสถานการณ์โรคระบาด และไม่ต้องใช้เวลาเดินทางด้วยซ้ำ
อีฟ: เราก็เคยวางแผนไว้แบบนั้นเหมือนกันค่ะ ว่าถ้าสถานการณ์ COVID-19 ยังไม่ดีขึ้น เราควรทำ Visual Tour ดีไหม เปิดให้เดินดูแกลเลอรี่หรือทำภาพเสมือนจริงไปเลย แต่เราก็ได้ข้อตกลงว่าเรายังอยากให้คนที่เข้ามาในแกลเลอรี่ได้บรรยากาศจริง ๆ อยู่เหมือนเดิม ได้เข้ามาสัมผัส ได้เห็นไฟหรือทุก ๆ อย่างที่เราคิด ถึงบางส่วนมันจะแชร์ผ่านออนไลน์ได้ แต่ประสบการณ์ที่ได้จากสถานที่จริงมันดีกว่า
ทอม: ขอเสริมอีกนิดนึง คือหลังจากที่เราได้ทำงานโปรโมทนิทรรศการ SELFPRESSION ลงในหน้าเพจแล้ว เราพบว่ายังมีปัญหาเรื่อง Censorship อยู่ด้วย เพราะในตอนนั้นมีภาพถ่ายของศิลปินท่านหนึ่งเป็นภาพเปลือย ที่ไม่ได้ Nude หรือนำเสนอในเชิงอนาจารเลย แต่อัลกอริทึมของเฟซบุ๊กมันตรวจสอบ เพจของเราก็เลยโดนบล็อกไปเลย พวกเราสามคนเลยยิ่งรู้สึกว่าพื้นที่นิทรรศการหรือการจัดงานแบบออฟไลน์ มันยังมีความสำคัญกับการทำงานอยู่มาก ๆ เพราะทุกคนจะได้สร้างสรรค์ผลงานได้อย่างเต็มที่ โดยไม่มีเงื่อนไขเรื่องการเซ็นเซอร์มาเป็นข้อจำกัดในการทำงานเลย
หลังจากเปิดตัวไปแล้ว ได้ผลตอบรับอย่างไรบ้าง
อีฟ: ดีเลยค่ะ สิ่งที่เรามีความสุขกันมาก ๆ ก็คือผลตอบรับจากช่างภาพ ซึ่งก็เรียกว่าเป็นคนรอบตัวดีกว่า ทุกคนตื่นเต้นกับสิ่งที่จะเกิดขึ้น เพราะนอกจากจะเป็นพื้นที่ไว้สำหรับแชร์แรงบันดาลใจหรือเป็นแกลเลอรี่สำหรับงานภาพถ่ายโดยเฉพาะแล้ว HOP ยังเป็นพื้นที่ที่ซัพพอร์ตเรื่องของสิ่งอำนวยความสะดวกหรือเรื่องการผลิตผลงานต่อช่างภาพได้จริง ๆ ส่วนคนทั่วไปหรือเป็น Art Lover ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมากเช่นกันค่ะ อาจจะเพราะว่าพื้นที่ศิลปะในกรุงเทพฯ มันไม่ได้มีมากขนาดนั้น การกำเนิดเกิดใหม่ของ HOP มันก็เลยกลายเป็นเรื่องน่ายินดีของทุกคน ทุกคนก็เลยอยากจะแวะเวียนเข้ามาชมเข้ามาแชร์ไปด้วยกันในพื้นที่แห่งนี้
ผ้าป่าน: อย่างตัวช่างภาพเอง นอกจากที่อีฟเล่าแล้ว เขาก็จะรู้ว่าถ้ามีลงทุนกับวงการนี้แล้ว เขาก็จะมีโอกาสที่จะได้ฝัน ได้หวัง หรือได้เติบโตต่อไปได้ ซึ่งถามว่าถือเป็นจุดเริ่มต้นที่สำเร็จหรือได้รับผลตอบที่ดีไหม ในแง่นี้เราคิดว่าเป็นผลลัพธ์ที่ดีมาก ๆ ถ้าทุกคนใจเต้นไปกับเราได้ เราก็ถือว่าสำเร็จตามเป้าหมายในขั้นต้นแล้วค่ะ


กลัวมั้ยว่าช่วงเปิดตัวอาจจะเป็นแค่ความตื่นเต้นที่ทำให้หัวใจเต้นแค่ครั้งเดียว
ทอม: ถ้าตอบตรง ๆ เลยก็ไม่กลัวนะ เพราะเรารู้สึกว่าทุกโปรเจกท์หรือทุกรายละเอียดที่เราเตรียมลงในแต่ละเฟสมันมีเรื่องให้ตื่นเต้นอยู่ตลอดเวลา และมันก็เป็นไอเดียที่ไม่ได้จู่ ๆ ก็อยากทำ แต่มันมาจากความต้องการ เรื่องราวหลากหลายที่น่าจะเกิดขึ้นได้ เป็นสิ่งที่เราได้รับมาเพื่อนพี่น้องช่างภาพด้วยกัน หรือเป็นสิ่งที่เราทั้งสามคนได้เห็นตลอดระยะเวลาการเป็นช่างภาพ จนอยากเห็นสิ่งนี้เกิดขึ้นในวงการภาพถ่าย ซึ่งล้วนแล้วแต่จะเป็นประโยชน์ให้ช่างภาพคนอื่น ๆ ได้นำไปต่อยอดได้ เราจึงเชื่อว่าทุกคนจะต้องตื่นเต้นไปกับทุกรายละเอียด ทุกนิทรรศการ หรือทุกเวิร์กช็อปในแต่ละเฟสที่จะเปิดตัวในอนาคตอย่างแน่นอน
ถ้าอย่างนั้นสำหรับสองนิทรรศการใหม่ที่กำลังจัดแสดงอยู่ในตอนนี้ มีอะไรที่น่าสนใจจนทำให้เราต้องไปชมทันทีหลังอ่านบทสัมภาษณ์จบ
ผ้าป่าน: ค่ะ สำหรับนิทรรศการของทั้งสองแกลเลอรี่ตอนนี้เป็น Solo Exhibition ทั้งคู่เลยค่ะ อย่างนิทรรศการ OBJECTS ของ HOP PHOTO GALLERY เราได้ร่วมงานกับ Waiting You Curator Lab ซึ่งเป็นทีมคิวเรเตอร์ที่เก่งมาก แล้วคนที่มาคิวเรทงานกับเราก็คือคุณจอยส์ - กิตติมา จารีประสิทธิ์ ซึ่งเป็นภัณฑารักษ์ที่อยู่พิพิธภัณฑ์ศิลปะร่วมสมัยใหม่เอี่ยมที่เชียงใหม่ โดยมาคิวเรทผลงานภาพถ่ายของพี่อ้วน อธิษว์ ศรสงคราม ที่เขาถ่ายวัตถุต่าง ๆ เก็บไว้นานแล้ว ซี่งพี่อ้วนก็จะมีวิธีการนำเสนอภาพวัตถุเหล่าได้ค่อนข้างน่าสนใจมาก และส่วนของ It’s so bright and confusing ในห้อง WHOOP! เป็นนิทรรศการภาพถ่ายของตั้ง ตะวันวาด หรือว่า TangBadVoice หลังจากที่ทำผลงานแร็ปมาสักพัก นี่คือการกลับมาทำงานและจัดแสดงนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรก ผลงานของตั้งมันมีความสนุกสนานซ่อนอยู่ในนั้น และการออกแบบวิธีการนำเสนอก็มีลูกเล่นน่าสนใจ เราจึงคิดว่าน่าจะสร้างความตื่นเต้นให้กับคนที่เข้ามาดูได้แน่นอนค่ะ
แม้ว่าเพิ่งจะเริ่มต้นเปิดให้ทุกคนเข้าไปทำความรู้จักและสร้างความคุ้นเคยได้เพียงไม่กี่เดือนเท่านั้น แต่เราเชื่อว่าในอนาคตหลังจากเปิดพื้นที่ทุกโซนอย่างเป็นทางการแล้ว Hub of Photography จะต้องกลายเป็นอีกหนึ่งสถานที่หลักอันเป็นหัวใจสำคัญของวงการศิลปะและวงการภาพถ่ายไทยในอนาคตอย่างแน่นอน

Facebook: @hubofphotographybangkok
Instagram: @hubofphotography


