Doc Club & Pub. คอมมูนิตี้คนรักหนังกับโรงหนังแบบ Stand Alone แห่งใหม่ของคุณ หมู-สุภาพ หริมเทพาธิป และ คุณ ธิดา ผลิตผลการพิมพ์ สองผู้คร่ำหวอดอยู่ในวงการหนังของเมืองไทยมาเป็นเวลานาน กับบทบาทบรรณาธิการและเจ้าของนิตยสารที่เรียกได้ว่าหากใครที่ชื่นชอบการดูหนังเป็นชีวิตจิตใจอยู่แล้วต้องรู้จักกันเป็นอย่างดีกับ Bioscope นิตยสารสำหรับ Film lovers (and sick people) อีกทั้งยังเป็นผู้หยิบนำหนังสารคดีรวมไปถึงหนังคุณภาพมากมายเข้ามาให้เราได้รับชมกันกับ Documentary Club และวันนี้ทาง #Iameverything จึงได้มีโอกาสพูดคุยถึงเรื่องราวความเป็นมากับคุณ หมู-สุภาพ หริมเทพาธิป ในบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยกลิ่นอายของคนรักหนังอย่างแท้จริงกับ Doc Club & Pub. แห่งนี้นั่นเอง

จากหน้านิตยสารที่แปลเปลี่ยนมาสู่พื้นที่ของ “คนรักหนัง”

Doc Club & Pub. แห่งนี้เป็นเสมือนภาพที่เคยร่างเอาไว้ตั้งแต่สมัยทำนิตยสาร Bioscope เมื่อสัก 20 ปีก่อน ซึ่งตอนนั้นด้วยความคิดที่ว่าตัวเองทำงานเกี่ยวกับวงการหนัง และอยากทำให้วัฒนธรรมการดูหนังเข้าไปเป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรมในสังคมได้ นอกจากนิตยสารที่อัดแน่นไปด้วยข้อมูลของหนังแล้ว มันคงจะดีไม่ใช่น้อย ถ้าหากออฟฟิศมีพื้นที่สำหรับการฉายหนัง จึงได้ปรับเปลี่ยนพื้นที่ในออฟฟิศสร้างเป็นห้องฉายหนังขึ้นมา หนังต่าง ๆ ถูกฉายผ่านทีวีโบราณจอใหญ่ มีผู้คนให้ความสนใจกับพื้นที่ฉายหนังตรงนี้อยู่พอสมควร ซึ่งครั้งหนึ่ง มะเดี่ยว - ชูเกียรติ ศักดิ์วีระกุล ก็ได้มาขอใช้พื้นที่แห่งนี้ทดลองฉายหนังเรื่อง “คน ผี ปีศาจ” อีกด้วย

และนอกจากสถานที่ฉายหนังแล้วยังมีความสนใจในการจัดกิจกรรมเกี่ยวกับหนังอีกด้วย จึงเกิดการชักชวนผ่านโลกออนไลน์ในยุคนั้น ไม่ว่าจะเป็นทางเว็บไซต์ เว็บบอร์ด ซึ่งผลตอบรับก็เติบโตขึ้นมาเรื่อย ๆ มีผู้คนแวะเวียนมาขอใช้พื้นที่ ทำกิจกรรม เสวนา พูดคุย จนกระทั่งนิตยสารปิดตัวลง เราก็ได้ไปค้นพบพื้นที่ใหม่ ๆ ในการฉายหนังมากมายอย่าง Warehouse 30 และได้ต่อยอดมาเป็นที่ Woof Pack แห่งนี้กับ Doc Club & Pub. สถานที่ที่เราทั้งคู่ได้พัฒนาภาพที่ตั้งเป้าเอาไว้ให้เกิดเป็นรูปเป็นร่างขึ้นมา

“พื้นที่ฉายหนังมันสามารถกลมกลืนไปกับพื้นที่ต่าง ๆ ตามแต่ละบริบทของพื้นที่ที่เข้าไปอยู่”

หลังจากที่ได้ทดลองทำพื้นที่ฉายหนังมาแล้ว ไม่ว่าจะเป็นที่ออฟฟิศ Bioscope หรือ Warehouse 30 เราได้มาคิดต่อยอดว่าจะสามารถแทรกตัวไปตามสถานที่อื่น ๆ อย่างเทศกาลหรือกิจกรรมฉายหนังได้อย่างไร ในช่วงแรกที่ทดลองฉายหนังที่ Warehouse 30 ด้วยลักษณะของพื้นที่เองยังไม่เป็นไปในแนวทางเดียวกับภาพที่คิดเอาไว้ แต่กลับกลายเป็นว่าพอหลังจากพื้นที่มันถูกดำเนินไปก็ทำให้เกิดบรรยากาศหรือบริบทแบบใหม่ขึ้นมาเช่นกัน เหมือนเป็นสถานที่ฉายหนังกึ่งพื้นที่ที่เอาไว้พูดคุย แลกเปลี่ยน รวมไปถึงจัดสัมนา จัดเสวนา จัดเวิร์คชอปต่าง ๆ เกี่ยวกับหนัง มันก็เป็นบรรยากาศที่น่าสนใจอีกแบบหนึ่งเหมือนกัน พอหลังจากที่ยุติการฉายหนัง Warehouse 30 ก็เลยได้เป็นอีกหนึ่งไอเดียที่จะนำมาผสมผสานกับพื้นที่ที่ใหม่ ๆ ที่เป็นมากกว่าโรงหนัง อยากให้เป็นพื้นที่ที่ทุกคนได้เข้ามาแลกเปลี่ยน พูดคุย กับทุกเรื่องราวของหนังได้นั่นเอง

เพิ่มอรรถรสของการดูหนังด้วยบรรยากาศแบบเต็มอิ่ม

ด้วยความที่เราทั้งคู่มีภาพในหัวเกี่ยวกับ Doc Club & Pub. มาประมาณหนึ่งแล้ว ว่าอยากจะสร้างขึ้นในทิศทางแบบไหน จึงเป็นการทำงานร่วมกันกับทางสถาปนิก เขาจะเป็นคนเอาโจทย์ไปทำต่อ ซึ่งผลลัพธ์ที่ออกมา พวกเขาช่วยเติมเต็มภาพและความต้องการของเราที่มี 

เติมเต็มความมั่นใจให้กับสถานที่แห่งนี้ได้เป็นอย่างดีเช่นกัน

ในส่วนของบรรยากาศ ความรู้สึกของการดูหนังเหมือนเป็นการได้ใช้เวลาพักผ่อน ฉะนั้นการออกแบบตกแต่งจึงอยากให้สอดคล้องกับบรรยากาศตรงนี้เป็นอย่างมาก สามารถปรับเปลี่ยนไปได้หลากหลายบรรยกาศได้ตามวันเวลา อย่างเช่น ช่วงกลางวัน บรรยากาศภายในร้านอยากให้เหมาะแก่การพูดคุย นั่งประชุม สัมนา ทำงาน จึงต้องมีการใช้เป็นกระจกมาแต่งเติมให้มีแสงเข้ามา ประกอบกับวิวเมือง เพื่อให้เกิดความรู้สึกปลอดโปร่ง โล่งสบาย ในส่วนของช่วงเวลากลางคืนก็จะลดแสงลงมา เปลี่ยนบรรยากาศที่จะให้ความรู้สึกเป็นอีกแบบหนึ่ง ซึ่งออกมามันก็สอดคล้องกับในส่วนของโรงหนังอีกด้วย

ตู้หนังสือ คลังความรู้ของผู้รักหนัง

ตู้หนังสือที่เปรียบเสมือนคลังความรู้ที่รอคอยให้ผู้คนที่เข้ามาใช้บริการได้มาเปิดอ่าน ซึ่งบรรดาหนังสือมากมายเหล่านี้ก็ได้รับการส่งต่อมาจากเพื่อน ๆ ในวงการ ทุกคนล้วนแล้วอยากจะแบ่งปันแนะนำหนังสือดี ๆ มากกว่าจะทิ้งเอาไว้แน่นิ่งอยู่ในตู้ เลยเกิดเป็นการส่งต่อให้กับคนอื่นที่เขาสนใจได้เข้ามานั่งอ่านกับพื้นที่ตรงนี้เสียดีกว่า

การคัดเลือกหนังกับ DNA ความเป็น Documentary Club

เริ่มแรกหนังส่วนใหญ่จะเป็นหนังแนวสารคดีอย่างชื่อของ Documentary Club เลย เพราะหนังแนวนี้มันเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับความเป็นไปของสิ่งต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นและให้มุมมองกับคนดูได้หลากหลายเป็นอย่างมาก รวมไปถึงพวกหนังแนวคลาสสิคจำนวนหนึ่งที่นำมาฉายด้วยเช่นกัน ต่อมาภายหลังก็มีหนังประเภทที่เราชื่นชอบและสนใจมีทยอยเข้ามาเรื่อย ๆ โดยส่วนใหญ่แล้วคัดเลือกมาจากผู้กำกับที่น่าสนใจ หรือหนังคุณภาพที่เคยฉายไปแล้วก็นำมาฉายย้อนหลังอีกครั้งเช่นกัน

ทำในสิ่งที่ยังไม่มีใครทำ
ตั้งแต่ที่งานเกี่ยวกับวงการหนังมา เรามีความคิดที่ว่า “อะไรที่มันมีอยู่แล้วหรือมีคนทำอยู่แล้วเนี่ย เราไม่ต้องไปทำ เรามาทำสิ่งที่ยังไม่มีให้มันเติบโตไปเป็นอีกแนวทางหนึ่งมันน่าจะดีกว่า” เพราะตลาดวงการหนังบ้านเรามันยังมีพื้นที่เหลืออยู่อีกมาก สิ่งเราคิดมันเลยเติมภาพของวงการนี้ให้มันเต็มยิ่งขึ้นไปได้ อย่างการทำนิตยสาร Bioscope ตอนนั้นที่เริ่มทำก็มองดูว่าหนังสือประเภทนี้ยังไม่มีใครทำ ถ้ามีคนทำแล้วเราก็อยากอ่าน แต่ถ้าไม่มีเราก็ขอทำเองเลยแล้วกัน เราอยากอ่านหนังสือเกี่ยวกับหนัง ซึ่ง Documentary Club เหมือนกัน มันมีหนังหลายเรื่องที่เราดูแล้วมันเป็นแรงบันดาลใจ มีหนังหลายเรื่องที่เปิดโลกเรามาก ทำไมยังไม่มีใครนำเข้ามาฉายสักที ก็เลยเกิดเป็นสถานที่ที่เรียกได้ว่าเป็นผลลัพธ์จากการทดลองครั้งใหม่นี้ Doc Club & Pub. แห่งนี้นั่นเอง

Film lovers are sick people

ความจริงแล้วเราทุกคนล้วนไม่ปกติ (หัวเราะ) ถ้าเราลุ่มหลงในอะไรมาก ๆ มันก็ย่อมไม่ปกติ การดูหนังก็เช่นกัน การมีพื้นที่ให้คนไม่ปกติเหล่านี้ได้มาคุยกัน มันถึงจะเป็นบรรยากาศการคุยที่ออกรสถึงเครื่อง ซึ่งสถานที่แห่งนี้พร้อมรองรับเหล่าผู้คนที่มีความสนใจในเรื่องที่คล้าย ๆ กัน ได้มานั่งพูดคุยแลกเปลี่ยนเรื่องที่น่าสนใจร่วมกัน เป็นพื้นที่จัดเสวนา พูดคุยหรือตั้งคำถาม รวมไปถึงคนที่ไม่ได้สนใจในสิ่งนั้น ๆ มาก่อน ก็สามาถเข้ามานั่งฟังได้เช่นกัน บางทีคำตอบที่ได้รับกลับไปก็อาจจะไปเป็นแรงบันดาลใจเราในส่วนอื่น ๆ ได้อีกด้วย

การกระจายตัวของวัฒนธรรมการดูหนัง

เรียกได้ว่าเป็นการทำงานร่วมกันก็คนในพื้นที่เลยก็ว่าได้ กับโปรเจกท์ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอนาคต มีผู้คนมากมายที่ทำงานร่วมกับทาง Documentary Club ซึ่งล้วนแล้วกระจัดกระจายกันออกไปตามแต่ละจังหวัด อย่างเช่นที่ เชียงใหม่ ขอนแก่น หรือ หาดใหญ่ เป็นต้น ด้วยความคิดว่า เราเสนอแล้วเขาตอบสนองสิ่งที่เราเสนอได้มันก็เป็นเหมือนแรงขับเคลื่อน เราอยากให้ทุกคนได้ดูหนังที่ดีและมีคุณภาพ ซึ่งมันก็เป็นอะไรที่ต้องใช้ผู้คนเข้ามาเป็นส่วนหนึ่งที่คอยเติมเต็มพื้นที่ตรงนี้ให้เต็มเปี่ยมมีชีวิตชีวามากยิ่งขึ้น ไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหน รวมทั้งการทำงานกับคนในพื้นที่ก็จะได้เข้าใจถึงอีกมุมมองหนึ่งว่า แต่ละพื้นที่ ผู้ชมต้องการหนังประเภทไหนหรือมีความสนใจหนังแบบไหนเป็นพิเศษ ล้วนแล้วมันย่อมแตกต่างออกไปในแต่ที่ เราก็เป็นเหมือนตัวกลางที่คอยเชื่อมพวกเขาเหล่านั้นด้วยการนำเสนอหนังที่ดีและมีคุณภาพสืบไป

“เราทุกคนล้วนมีหนังที่ตัวเองชื่นชอบและมองหาพื้นที่สำหรับพูดคุยแลกเปลี่ยนอยู่เสมอ”

ดังนั้น Doc Club & Pub. แห่งนี้จึงไม่ใช่สถานที่สำหรับใครคนใดคนหนึ่งหรือหนังแนวใดแนวหนึ่ง แต่เป็นเสมือนพื้นที่สำหรับเหล่าผู้คนที่ชอบอะไรที่คล้าย ๆ กันได้มาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน แม้แต่ผู้คนที่มีความชอบในสิ่งที่แตกต่างกันก็สามารถเข้ามาที่แห่งนี้เปิดรับมุมมองหรือข้อมูลใหม่ ๆ เพื่อเป็นแนวทางให้เราสามารถไปเรียนรู้หรือปรับใช้ได้ในอนาคตอีกเช่นกัน หากเปรียบเทียบสถานที่แห่งนี้ก็คงเป็นดั่งจอที่พร้อมจะฉายหนังแนวต่าง ๆ เพื่อรองรับเหล่าคนดูที่หลากหลายนั่นเอง แม้ตอนนี้การดูหนังแบบ Online Streaming กำลังเข้ามาเป็นหนึ่งในบทบาทสำคัญ แต่สุดท้ายการดูหนังในโรงก็ยังเป็นส่วนที่เติมเต็มผู้คนได้มากกว่าเช่นกัน การมีพื้นที่สำหรับการพูดคุย แลกเปลี่ยนของคนรักหนังมันควรที่จะต้องดำเนินต่อไป

การดูหนังในแบบฉบับ หมู-สุภาพ หริมเทพาธิป

สำหรับผม ๆ คิดว่า การดูหนังเรามักจะได้เห็นมุมมองที่มากขึ้น ซึ่งการดูหนังเองก็มีสถานะเหมือนอีเว้นต์หนึ่ง พอดูจบแล้วก็ออกมาพูดคุยแลกเปลี่ยนกัน แต่ก็ยังมีหนังนอกกระแสอีกจำนวนมากมายที่นอกเหนือจากเนื้อความของหนังแล้ว ยังมีการต่อยอดออกไปได้ในแนวกว้าง สมมติว่าคุณพึ่งดูหนังของปีกัสโซ่จบ แล้วเราไปหาหนังสืออ่าน ไปหาผลงานศิลปะดูเพิ่มเติม รวมไปถึงติดตามผลงานอื่น ๆ ผู้กำกับคนนั้น ซึ่งในปัจจุบันการดูหนังลักษณะนี้ยังไม่เป็นที่แพร่หลายเท่าไหร่นัก Documentary Club แห่งนี้เลยอยากจะเป็นอีกหนึ่งสถานที่ที่คอยเติมสิ่งเหล่าให้กับผู้คนที่สนใจในการดูหนัง มันอาจจะทำให้การดูหนังของเรานั้นหลากหลายมากขึ้นไปกว่าเดิมอีกด้วย

หากคุณกำลังอยู่ในช่วงค้นหาตัวเอง “การดูหนัง” มักจะเป็นอีกหนึ่งวิธีที่ใครหลายคนเลือกใช้ การมองหาหนังที่น่าสนใจสักเรื่อง ใช้เวลา ใช้ความคิด เปิดเปลี่ยนรับมุมมองใหม่ ๆ ไปกับเรื่องราวที่เกิดขึ้นเหล่านั้น อาจจะทำให้เราได้ตกผลึกและสร้างเป็นมุมมองใหม่ในการดำเนินชีวิตอีกแนวทางหนึ่งก็ได้เช่นกัน ไม่จำเป็นว่าเราจะต้องชอบในสิ่งที่คนอื่นชอบ หรือไม่ชอบในสิ่งที่คนอื่นไม่ชอบ ไม่มีอะไรผิดแปลกเลย เราคือตัวเรา มนุษย์ทุกคนย่อมมีความเป็นตัวเอง ตราบใดที่คุณยังไม่เจอสิ่งที่ชอบ การค้นหาตัวตนผ่านการดูหนัง วันหนึ่งเราก็จะตอบตัวเองได้ว่าสุดท้ายแล้วหนังแบบไหนที่เป็นตัวเราได้มากที่สุดได้เช่นกัน

การที่แต่ละคนมีความชอบที่ไม่เหมือนคนอื่น มันเลยกลายเป็นจุดแลกเปลี่ยนเพื่อเกิดการตั้งคำถามและหาคำตอบร่วมกันในสังคม ซึ่งมันจะขับเคลื่อนวงการนี้ให้ก้าวไปข้างหน้าได้มากยิ่งขึ้น หากพูดว่าขณะนี้เราอยู่ในสังคมที่เป็นเผด็จการเต็มรูปแบบ เราก็ควรจะมีความเป็นประชาธิปไตยในการรับฟังความเห็นของผู้อื่นเช่นกัน