
ชีวิตอีกหนึ่งมุมของ นักออกแบบอักษร “อนุทิน วงศ์สรรคกร”
“อนุทิน วงศ์สรรคกร” คงจะเป็นชื่อที่หลายคนมักจะจดจำได้ในฐานะของนักออกแบบ หนึ่งในผู้ก่อตั้งบริษัทออกแบบตัวอักษรชื่อดังอย่าง “คัดสรร ดีมาก” เจ้าของฟอนต์ภาษาไทยที่เราคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีตามสื่อออนไลน์และออฟไลน์ แต่มีน้อยคนนักที่จะรู้ว่าอีกมุมหนึ่งของหนุ่มนักออกแบบคนนี้ เขายังเป็นผู้ถ่ายทอดวิธีคิดและมุมมองชีวิตผ่านการร้องเพลงด้วยเช่นกัน
Cadson Demak Records มีจุดเริ่มต้นมาจากการปล่อยสตรีมมิ่งอัลบั้มเพลงประกอบ The Sound of Cadson Demak ที่ The Black Codes สร้างสรรค์ขึ้นเพื่อ คัดสรร ดีมาก ใช้สำหรับเปิดสร้างบรรยากาศในงานสัมมนา หรืองาน BITS (Bangkok International Typographic Symposium) ก่อนที่อนุทินจะหยิบเอางานอดิเรกซึ่งคือการร้องเพลง มารวมกับความชำนาญในทำเพลงของทีมงานหลายทีมที่ คัดสรร ดีมาก เลือกที่จะทำงานด้วย จนเกิดเป็นผลงานเพลงแรกอย่าง “ข้อความนั้น (Luv.txt)” ขึ้น โดยได้โปรดิวเซอร์อย่างแต๊บ – ธนพล มหธร แห่ง Freshment และนักแต่งเพลงอย่างแอ้ม – อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์ มาร่วมสร้างสรรค์ เพื่อทำเป็นของขวัญมอบให้ลูกค้าแทนคำขอบคุณ ก่อนจะมีผลงานเพลงอื่นๆ ปล่อยออกมาให้เราได้ฟัง ไม่ว่าจะเป็นเพลง วันนี้และทุกๆ วัน, หลับลืม, ระหว่างบรรทัด และ ไปกับใจ

Performed : อนุทิน วงศ์สรรคกร
Produced : ธนพล มหธร
Written : อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์
Arranged : ธนพล มหธร และ ศุภกิจ ฟองธนกิจ
Guitar : อรรถกร ดาวทองประเสริฐ
Bass : อริษย์ ไทรรัตตัญญู
ล่าสุด Cadson Demak Records กำลังเข้าสู่ปีที่สามแล้ว พร้อมกับการปล่อยผลงานใหม่ ที่นำเอาฟอนต์ที่พวกเราต่างคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีอย่าง “สุขุมวิท” มาตีความและถ่ายทอดเป็นบทเพลง IAMEVERYTHING จึงชักชวนนุ กลับมาพูดคุยกันอีกครั้ง ถึงความจริงจังในบทบาทนี้ พร้อมหาคำตอบว่าหลังจากคลุกคลีกับเพลงมาตลอดระยะเวลาเกือบสามปี แนวดนตรีที่เป็นตัวตนของ Cadson Demak Records ที่แท้จริงแล้วเป็นอย่างไร
เก็บชั่วโมงแห่งการฝึกฝนมาตลอด แต่คุณก็ยังบอกว่าตัวเองไม่ใช่ผู้เชี่ยวชาญ
ผมจะเรียกตัวเองว่าผู้เชี่ยวชาญไม่ได้เลย สามารถพูดคำว่า “ไม่ได้” ได้อย่างเต็มปาก การทำงานเพลงก็เหมือนกับการทำงาน Type Design เลยนะครับ เพราะมันเป็นงานคราฟท์ที่ใช้ความชำนาญในหลายๆ ศาสตร์ ยกตัวอย่างเช่น การเขียนเนื้อเพลง มันจะมีเรื่องของ Literacy เข้ามา ด้วยการย่อใจความที่เราจะนำเสนอ หรือพูดให้กระชับลงด้วยคำแค่ไม่กี่พยางค์ แถมยังต้องเล่าเรื่องและลงกับทำนองของเพลงอีก เป็นการเจอกันระหว่างดนตรีกับอักษรศาสตร์ หลังจากที่เราลองทำดูแล้ว พบว่าการทำงานเป็นงานที่ใช้บุคลาการเยอะมาก
ทุกวันนี้ผมยังมองหาพัฒนาการของตัวเองในเรื่องร้องเพลง เพราะอยากจะทำให้มันออกมาดี ตัวผมเองก็ไม่รู้หรอก ว่ามันดีขึ้นไหม แต่ถ้าเราทำอะไรบ่อยๆ มันก็คงต้องดีขึ้น เหมือนกับตอนเราหัดขี่จักรยาน ในตอนแรกมันก็ยังไม่แข็งหรอ แต่พอฝึกไปนานๆ เป็นอาทิตย์หรือเป็นเดือน เราก็ต้องเก่งกว่าตอนที่หัดขี่ในวันแรกอยู่แล้ว และตัวผมเองมีทัศนคติที่ว่า อยากรู้อะไร ผมก็แค่ออกไปเรียน เอาจริงๆ คนวัยกลางคนส่วนใหญ่ไม่กล้าถามเด็ก อีกส่วนหนึ่งไม่อยากเสียเวลาเรียนรู้อะไรใหม่ ยิ่งเรียนจะยิ่งรู้ว่าเราไม่ได้เชี่ยวชาญอะไรใดๆ เลย

ตั้งแต่ปล่อยเพลงแรกมาเมื่อสามปีที่แล้ว เราไม่คาดคิดว่าจะมีเพลงอื่นๆ ตามมาอย่างต่อเนื่อง จนตอนนี้เข้าสู่ปีที่สามแล้ว ทำไมคุณถึงจริงจังกับการทำเพลงขนาดนี้
ผมก็ไม่รู้ว่าคนข้างนอกมองกลับเข้ามาแล้วคิดว่าเราจริงจัง แต่ตัวผมยืนยันเลยว่า ผมทำเพราะมันเป็นกระบวนการที่สนุก ทุกวันนี้เราทำงานที่เราอยากทำ ไม่ว่างานนั้นจะเป็นอะไร ออกแบบ บริหารธุรกิจ สอนหนังสือ หรือทำเพลง มันเป็นแค่นั้นเลยจริงๆ ก็เคยถามตัวเองเหมือนกันนะว่าเราทำสิ่งนี้ไปเพื่ออะไร ถามตัวเองจริงๆ ว่าถ้าเราต้องตอบคำถามนี้แบบ Punch Line หนึ่งประโยคมันคืออะไร ผมหาคำตอบที่ดีกว่า “ก็อยากทำ” ไม่ได้
แล้ว Cadson Demak Records ยังคงทำเพลงออกมาด้วยจุดประสงค์อะไร
ต้องบอกก่อนว่าตลอดสามปีที่ผ่านมา มันยังไม่หลุดจากโหมดของงานอดิเรกเลย เพราะมันไม่ได้สร้างรายได้ให้เราได้ มีหลายสิ่งที่ คัดสรร ดีมาก ทำ อย่าง งานสัมมนา งาน BITS หรือ Cadson Demak Press เองก็ตาม มันไม่ได้สร้างรายได้อะไรกลับมา แต่ที่เรายังคงทำต่อ เพราะว่ามันสามารถสะท้อนกลับมาสู่ธุรกิจหลักได้ เพลงมันส่งข้อความของคัดสรร ดีมาก ผ่านไปในช่องอื่นๆ ได้ ผมคิดว่าเพลงจะช่วยทำให้คนฟังเข้าใจวิธีการคิด มุมมองที่มีต่อโลกของพวกเรามากขึ้น ว่าเป็นแบบไหนและเพราะอะไรจึงทำให้งานออกแบบที่ออกมาจาก คัดสรร ดีมาก ถึงเป็นแบบนั้น
และการทำให้เพลงมันกลับมาซัพพอร์ตธุรกิจ มันก็สะท้อนปรัชญาวิธีการทำงานของเราด้วย เพราะไม่ว่าจะทำอะไรออกมาก็ตาม เราจะไม่ทำให้มันจบเป็นอย่างๆ ไปอย่างเสียเปล่า ยกตัวอย่าง เวลาเราทำพรีเซนเทชั่นหรือทำอบรมบรรยาย หลังจากจบงานแล้ว เราก็เอาเนื้อหาและวิธีการบรรยายมาเขียนเป็นบทความในเว็บไซต์ นอกจากจะช่วยบันทึกการทำงานของเราแล้ว มันยังช่วยอธิบายงานออกแบบต่างๆ ที่เราทำด้วย ซึ่งเราก็สามารถที่มาผลิตทำเป็นหนังสือต่อได้อีกด้วย การทำงานของคัดสรร ดีมาก มันมีความลื่นไหลของมันอยู่ ถ้าเกิดได้อ่านหนังสือที่ชื่อ ‘จึงเรียนมาเพื่อทราบ’ ก็จะเข้าใจสิ่งที่เราทำเลย ซึ่งในภาษาของเขา จะเรียกมันง่ายๆ ว่า “บิดให้ได้ทุกหยด” และเมื่อเราทำเพลง ก็ไม่น่าจะแปลกอะไรถ้าเรื่องอื่นที่เราทำสะท้อนออกมาในนั้น ทุกวันนี้ที่ทำงานเรื่องเพลงกว่า 80% ก็มีแต่ผู้เชี่ยวชาญที่เป็นรุ่นลูกศิษย์ รุ่นน้องๆ ทั้งนั้น ซึ่งก็ยังยึดโยงกับวิธีการทำงานของ คัดสรร ดีมาก ที่เชื่อมต่อกันระหว่างหลายๆ คน หลายๆ ความสนใจ

จากมุมมองของคุณ ความต่างระหว่างธุรกิจกับงานอดิเรกมันคืออะไร
สำหรับผม จุดตัดเรื่องธุรกิจหรือเรื่องงานอดิเรกมันอยู่ที่ว่า ถ้าเป็นงานอดิเรก เราไม่ต้องบาลานซ์ความชอบของเรากับความคาดหวังของคนอื่น แต่ถ้าพอเราไปคิดกับมันเป็นธุรกิจ เราต้องสร้างบาลานซ์ตรงนั้น ก็ต้องมาดูว่าที่สมการแบบไหน แน่นอนถ้าสิ่งที่เราทำแบบที่เราอยากทำ แล้วคนอื่นชอบด้วยมันก็เป็นเรื่องบวก แต่คนไม่ชอบแล้วเราเดือดร้อนไหม ถ้าเดือดร้อน อันนั้นคือคุณกำลังคิดกับมันเป็นธุรกิจ
ในแง่ของกระบวนการทำงานออกแบบตัวอักษรและการทำเพลง มันคล้ายคลึงหรือแตกต่างกันมากน้อยขนาดไหน
มันแทบเหมือนกันเลยครับ จริงๆ แค่เปลี่ยนจากคำว่าฟอนต์ออก แล้วเติมคำว่าเพลงเข้าไปแทนแบบนี้เลย ผมมองว่าค่ายทำฟอนต์กับค่ายเพลงมันมีความคล้ายคลึงกันในการทำงาน
จากที่ลองฟังเพลงทั้งหมด เราพบว่ามันเป็นเพลงป็อปที่ไม่เหมือนเพลงป็อปทั่วไป เพราะคุณจะซ่อนข้อความระหว่างบรรทัดบางอย่างเข้าไปในเนื้อเพลงด้วย
ผมมองว่าผลงานเพลงของเราเป็นเหมือนเพลงป็อปเพื่อชีวิต ถ้าเกิดลองเอาเสียงร้องของผมออก แล้วไปดูที่เนื้อเพลงจริงๆ จะเห็นว่าเราไม่ได้ทำเพลงป็อปตลาด ที่แบบว่า “ฉันรักเธอ เธอรักฉัน ฉันไม่รักเธอ เธอไม่รักฉัน ฉันอกหัก” มันจะไม่เป็นแบบนั้นเลย เพลงของเราจะสะท้อนวิธีคิดในการทำงานของ คัดสรร ดีมาก อยู่ประมาณหนึ่งเลย ถ้าเกิดคนที่อ่านบทความของ คัดสรร ดีมาก มาโดยตลอด พอมาฟังเพลงแล้วจะพบเลยว่ามันมีภาษาที่สอดคล้องกันอยู่ หรือมันจะมีวิธีการมองแต่ละเรื่องผ่านเลนน์ชุดเดียวกัน

Performed : อนุทิน วงศ์สรรคกร
Produced & Arranged : สุเมธ กิจธนโสภา
Melody written : วินัย กิจเจริญจิรานนท์
Lyrics written : วินัย กิจเจริญจิรานนท์, อนุทิน วงศ์สรรคกร
Vocal directed : วรุตม์ อ่อนอุ่นจิตร
Chorus performed and designed : วรุตม์ อ่อนอุ่นจิตร, อัจฉริยา ดุลยไพบูลย์
Recording Engineered : ชาลี นิภานันท์ ณ สตูดิโอบ้านรอง
Mixed & Mastered : สุเมธ กิจธนโสภา
ยกตัวอย่างจากผลงานล่าสุดอย่าง “สุขุมวิท” กำลังสะท้อนเรื่องราวอะไร
อย่างที่ทราบกันว่าสุขุมวิทเป็นฟอนต์ที่คุณสามารถพบเห็นได้ทุกที่ ตามท้องถนน กวาดตาไปก็เจออยู่รอบๆ เรา เป็นฟอนต์ที่อยู่สามารถพบเห็นได้ในระหว่างการเดินทาง เราเลยอยากให้เพลงสุขุมวิทพูดถึงการเดินทาง และพูดถึงการเปลี่ยนแปลงด้วยว่า สักวันหนึ่งมันเป็นสัจธรรมชีวิตคนเรามันจะต้องมีทางแยก ซึ่งหน้าที่ของทางแยกก็คือพาเราไปถึงที่หมายใหม่ๆ

และตัวฟอนต์สุขุมวิทเอง มันจะต้องถูกนำกลับมาทำเวอร์ชั่นใหม่เสมอ เพื่อให้สอดคล้องกับความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี ในขณะที่ผู้ใช้งานไม่จำเป็นต้องรู้ว่าต้องปรับปรุงหรือเพิ่มเติมอะไรบ้าง เขาแค่ต้องการรู้ว่ามันยังใช้งานได้อยู่หรือไม่เท่านั้น เราจึงอยากเล่าเรื่องเหล่านี้เป็นเพลง เราเลือกเล่าออกมาเป็นสามแบบ ในสามเวอร์ชั่น Light, Regular และ Bold ที่ล้อไปกับความเป็นฟอนต์ของมัน อย่างเวอร์ชั่น Bold เราก็ชวน โป้ โยคีย์เพลย์บอย มาสื่อสารในแบบของเขา เพลงนี้โปรดิวซ์โดย โน๊ต - สุเมธ กิจธนโสภา แห่ง YaakLab แล้วก็เขียนโดย วิน - วินัย กิจเจริญจิรานนท์

เรื่องแนวดนตรีหละ มันจะถูกนิยามได้ว่าเป็นแนวดนตรีแบบไหน
ตอบง่ายๆ คือ เป็นแนวที่เราฟัง เป็นแนวที่ผมกับป่าน – พงศ์ธร หิรัญพฤกษ์ ฟัง คือเราเติบโตมากับดนตรีแบบนั้น มันเลยอาจจะหนักไปทางแนวอิเล็กทรอนิกส์หน่อยๆ เพราะปฏิเสธไม่ได้ว่ามันเป็นสิ่งหนึ่งที่อยู่ในตัวเรา ซึ่งก็เป็นกระบวนการปกตินะครับ เราถูกปลูกมาในบรรยากาศแบบนั้น ผมก็ไม่เคยคิดจะไปจำกัดแนวเพลงนะครับ เพราะผมรู้สึกว่า ถ้ามันเหมาะสมจะเป็นแบบไหน ก็ควรจะทำออกมาเป็นแบบนั้น และถ้าจะนิยามมันก็คงเป็น Sophisticate Pop หรือสั้นๆ ว่า Sophisti-pop
หากจะให้เลือกเพลงที่ชอบที่สุด เพลงนั่นคือ.. ?
เหมือนกำลังโดนถามว่าตั้งแต่ทำฟอนต์มา ชอบฟอนต์ไหนมากที่สุด ซึ่งมันตอบไม่ได้เลย กับฟอนต์เองผมก็ไม่เคยเอ่ยว่าชอบตัวไหนมากกว่าตัวไหน เพราะมันตอบไม่ได้ เพราะถ้าหากลองเปลี่ยนจากมุมคนถามมาเป็นคนที่ถูกถาม คุณจะรู้สึกแบบเดียวกับผมเลยว่า พอเราเป็นคนที่สร้างงานขึ้นมา เราจะเห็นทุกแผล ทุกข้อผิดพลาดทั้งหมด ถ้ากลับไปทำใหม่จะต้องแก้อะไรบ้าง กับการทำเพลงเองก็เหมือนกัน เพราะเราขลุกตัวอยู่กับมัน เราจะเห็นอีกภูมิทัศน์หนึ่ง บางทีเวลาย้อนกลับไปฟังเพลงเหล่านั้นอีกรอบ ผมจะรู้สึกว่า “โห้ ตรงนี้ไม่น่าเป็นแบบนี้เลย ถ้าจะทำออกมาเป็นแบบนั้นแทน” แต่ถามว่าผลงานที่ทำออกมามันดีไหม มันดี ณ ตอนนั้นแล้ว เพราะหูของเราคิดว่านี่คือดีแล้ว ณ ตอนนั้น
เสียงร้องและทำนองดนตรีที่เราจะได้ฟังจาก Cadson Demak Records ในอนาคต
เร็วๆ นี้ เราจะมี EP (Extended play) ตอนนี้ ขั้นตอนการทำเพลงเสร็จหมดแล้ว มีประมาณ 6 เพลง ซึ่งน่าจะทำให้ทุกคนเข้าใจเกี่ยวกับแนวดนตรีของ Cadson Demak Records มากขึ้นว่าเป็นไปในทิศทางประมาณไหน มีมุมมองหรือทัศนคติแบบไหน รวมถึงสิ่งที่เราอยากจะนำเสนอในเนื้อเพลง
ตอนนี้พี่อู่ - ไตรเทพ วงศ์ไพบูลย์ เขามิกซ์เสียงเสร็จแล้ว กำลังส่งไปทำแสตมป์เปอร์ เราจะผลิตออกมาเป็นแผ่นไวนิล เพื่อทำเป็นของขวัญปีใหม่ ในตอนช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม และทั้ง 6 เพลงนี้ก็ไม่ได้มีเฉพาะผมคนเดียวที่เป็นคนร้อง ยังมีเพลงที่ร้องโดยศิลปินอ่านอื่นด้วย ทั้ง นู๋ - มนต์ทิพย์ ลิปิสุนทร, นท พนายางกูร รวมถึงน้องๆ ดีไซเนอร์จากคัดสรร ดีมาก เราก็ชวนเขาทำมาเพลงด้วย และตัวผมเองยังมีอีกโปรเจ็กต์หนึ่งด้วยครับ เป็นโปรเจ็กต์วงเฉพาะกิจที่ทำร่วมกับ ปอม - ขวัญชัย อัครธรรมกุล จาก Craftsmanship ชื่อวงว่า Postscript จะเป็นอย่างไรก็ต้องรอติดตามครับ

Performed : อนุทิน วงศ์สรรคกร
Author : วินัย กิจเจริญจิรานนท์
Composer : วินัย กิจเจริญจิรานนท์
Arranger : ชาลี นิภานันท์
Producer : ชาลี นิภานันท์, วินัย กิจเจริญจิรานนท์
Guitar : คงยศ คุณจักร์



