

มือยักษ์สามมือที่ประกอบกันเป็นเจ้าโลก หรือมือปริศนาที่คับคล้ายคับคลาว่าจะเป็นของคนในเครื่องแบบ กำลังสุขสมอารมณ์กาม ล้วงลึกลงไปในอนุเสาวรีย์ประชาธิปไตย คงจะเป็นภาพที่ใครหลายคนเห็นผ่านตาในช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาอย่างแน่นอน “MADE BY THAIHAND” เป็นผลงานภาพวาดของ Y U T T E Z หรือ เตอร์ – ทีปต์ ฟรานซิส อีกหนึ่งศิลปินที่ระบายความโกรธที่มีต่อความผิดปกติในสังคมไทย ผ่านท่วงท่าการกระทำของมือปริศนา ผลงานชุดนี้เกิดมาจากไอเดียแบบไหน มาฟังคำตอบจากเจ้าตัวไปพร้อมๆ กับ IAMEVERYTHING ได้เลย


(เตอร์ – ทีปต์ ฟรานซิส)
เตอร์เบิกเนตรเรื่องการเมืองตอนไหน
ผมไม่แน่ใจเลยครับ แต่ชัดๆ ก็น่าจะเป็นช่วงก่อนมาทำวงดนตรี สมัยที่ยังเล่นกลางคืนอยู่ ตอนนั้นมีเพื่อนผมคนหนึ่งที่กำลังจะลงสมัครเล่นการเมือง เราเลยได้มานั่งถกกันว่ามันมีเรื่องอะไรบ้างที่มันผิดปกติหรือมีปัญหา แล้วมีเรื่องหนึ่งที่ผมรู้สึกแย่มากก็คือ หนังสือที่เราเรียนมามันมีการบิดเบือนข้อมูล ผมมีความเชื่อว่าทุกวันนี้โลกมันขับเคลื่อนไปด้วยข้อมูล ข้อมูลที่เป็นความจริง พร้อมกับการพิสูจน์เพื่อให้โลกมันสามารถพัฒนาขับเคลื่อนไปได้ ผมเลยรู้สึกว่าทำไมต้องปิดซ่อนหรือบิดเบือนข้อมูล ผมเลยเริ่มมีคำถามเกิดขึ้น สงสัยเยอะมาก แต่ผมก็ไม่รู้ว่าจะขับเคลื่อนยังไงดี ที่ผ่านมาเราอยู่ในสังคมแบบแดกฉี่ไว้ผี มันอยู่ในรากเหง้าของคนในสังคมมานาน มันเลยเป็นเรื่องที่ขับเคลื่อนค่อนข้างยาก


เลือกที่พูดถึงการเมืองบนเฟซบุ๊กส่วนตัวแบบเดิมต่อไปก็ได้ ทำไมต้องออกมาวาดภาพ
ไม่มีอะไรทำครับ (หัวเราะ) สิบกว่าปีที่ได้ทำอาชีพนักดนตรี อาจจะเป็นวงที่ไม่ได้มีชื่อเสียงอะไรมากในปัจจุบัน แต่ผมสบายใจและมีความสุขกับอาชีพนี้มาก ภาวะโควิดหรือการถูกยกเลิก ถูกลืม ถูกเลื่อน ไม่มีความแน่นอนอะไรทั้งสิ้นในอนาคตที่ผมเห็น มันมีความจำเป็นที่ต้องหาหนทางทำอย่างอื่น ส่วนมากก็จะมาขายอาหาร ซึ่งผมคิดว่าตัวเองทำมันไม่ได้ดี และยังไปแย่งพื้นที่ของร้านอาหารที่ผู้ประกอบการที่เชี่ยวชาญ แล้วพวกเขาก็ยังเอาตัวรอดได้ยากในปัจจุบัน ผมไม่ได้มีต้นทุนอะไรมาก ก็เลยมานั่งวาดภาพ แต่ก็ทดลองอะไรมั่วซั่วไปเรื่องในแบบของผม จนมาวันหนึ่งที่อารมณ์โมโหจัดแล้วไปเห็นสัญญาณมืออันหนึ่ง ที่โกหกว่าจะชนะทั้งที่ตัวเองแพ้อยู่ ก็เลยวาดออกเป็นภาพมือภาพแรก แล้วจริงๆ ผมมีไอเดียการวาดภาพประกอบด้วยมืออยู่แล้ว เลยนำมารวมๆ กัน ก็เลยวาดต่อมาเรื่อยๆ เป็นภาพซีรีย์ MADE BY THAIHAND
แล้วภาพวาดของเตอร์เล่าเรื่องหรือตั้งคำถามเรื่องการเมืองในแง่ไหน
คือคอนเซ็ปต์ของผมจะเป็นตามชื่อ MADE BY THAIHAND เลยครับ ผมจะหยิบเอาสถานการณ์ปัจจุบันเอามาวาดเล่าว่าในเมืองไทยตอนนี้เกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยมี ‘มือ’ ที่อยู่ใกล้ตัวทุกคนที่สุดมาเป็นตัวเล่าเรื่อง เพราะผมรู้สึกว่ามือมันเป็นสัญลักษณ์ของการสร้างอะไรบางอย่าง ดังนั้นงานของผมมันก็กำลังเล่าว่าไอมือพวกนี้มันกำลังพยายามทำอะไรบางอย่างอยู่ ไม่ว่าจะสิ่งเล็กสิ่งใหญ่อะไรก็ตาม หรืออะไรที่มันใหญ่หรือเล็กมากๆ มันก็ไม่จำเป็นต้องเป็นมือเดียวที่ทำ
และถ้าถามว่างานของผมมันกำลังตั้งคำถามหรือกำลังสื่อสารอะไรเบื้องหลัง ผมก็ไม่รู้เหมือนกันครับ เพราะผมคิดว่าตัวเองทำหน้าที่ในการเล่าเรื่องไปหมดแล้ว ผมไม่ได้มีหน้าที่มาอธิบายต่อว่าตัวเองพูดเรื่องอะไรในงาน เพราะมันเป็นสิ่งที่คนดูจะเอาไปตีความต่อเอง สิ่งเดียวที่ผมจะเขียนให้ชัด ที่อ่านออกง่ายที่สุดก็คือชื่องานครับ


ผลงานบางชิ้นมีสัญญะเกี่ยวกับเพศด้วย เรื่องนี้มาเจอกับการเสียดสีการเมืองได้อย่างไร
จะอธิบายให้เข้าใจยังไงดี “เธอชอบหมู คุณชอบหมี ผมชอบ_ี ขอบคุณครับ” ผมเองก็เป็นมนุษย์คนหนึ่งที่มีความกำหนัด มีอารมณ์อะไรแบบนี้เป็นปกติอยู่แล้ว มันเลยไปปรากฏอยู่ในชิ้นบ้าง สำหรับผมแล้วเรื่องพวกนี้มันมีมุมมองความงามอยู่ เลยไม่ได้คิดว่าผลงานของตัวเองจะออกไปในทางลามก และจริงๆ เรื่องพวกนี้มันเป็นเรื่องที่สามารถพูดกันได้ เพราะการสืบพันธุ์เป็นเรื่องปกติของมนุษย์มากๆ ครับ
ออกมาพูดเรื่องการเมืองแบบนี้แล้วไม่กลัวถูกจับหรือแฟนเพลงที่เขาติดตามคุณจาก The Jukks จะหายไปบ้างหรือ
ถ้ากลัวโฆษณามีปัญหา กระทบเรตติ้ง นอนอยู่บ้าน แล้วประเทศไทยจะพัฒนาได้ยังไง เลิกนึกถึงตัวเองแล้วทำเพื่อส่วนรวมสักที

บทบาทของศิลปินช่วยขับเคลื่อนการเมืองและประชาธิปไตยได้มากน้อยขนาดไหน
สำหรับผม คนที่ขับเคลื่อนเรื่องนี้ได้มากที่สุดก็คือเด็กรุ่นใหม่ ที่เขาเดือดร้อนกับระบบที่ไม่ก้าวไปข้างหน้า หรือพ่อแม่ที่เพิ่งมีลูกเองก็เดือดร้อน เพราะเขารู้สึกกังวลว่าในอนาคตลูกของเขาจะต้องเติบโตมาเผชิญสถานการณ์เช่นนี้อีกหรือ แล้วถามว่าศิลปินมีบทบาทตรงไหน ผมคิดว่าดนตรีเป็นสิ่งวัยรุ่นยอมหลับตาเปิดใจรับความรู้สึกทางด้านหู ศิลปินที่เป็นคนสร้างมันขึ้นมาจะเข้ามามีบทบาทในฐานะคนที่มีอิทธิพลต่อความคิดของคนกลุ่มนี้ เพราะพวกเขาจะฟังสิ่งที่เรากำลังพูดผ่านผลงาน ถ้าจะยกตัวอย่าง ผมเองก็เป็นเด็กคนหนึ่งที่ชอบฟังเพลงวงร็อคหรือพังก์ ซึ่งพอเอาเนื้อเพลงไปแปลความหมายแล้ว พวกเขาไม่ได้พูดแค่เรื่องความรักที่ไม่สมหวังเท่านั้น แต่ยังพูดเรื่องสังคมหรือการเมืองด้วย เป็นการถ่ายทอด บอกเล่าที่แยบยล เข้าหูได้ดี ไม่ใช่แค่ศิลปินเท่านั้นด้วยนะครับ ไม่ว่าจะเป็นอินฟลูเอนเซอร์ ยูทูเบอร์ ดารา ต่างก็มีอิทธิพลต่อความคิดคนในสังคมเหมือนกันทั้งนั้น

ถ้าการเมืองดี ศิลปะก็จะมีเสรีภาพ ก็คงจะไม่ถูกปิดกั้นใช่ไหม
ผมคิดว่าศิลปะมีเสรีภาพ มันไร้ขอบเขตของมันอยู่แล้ว ถ้าลองคิดดูดีๆ ศิลปะก็ถูกฉาบอยู่ในสังคมมาเกือบทุกยุค ไม่ว่าจะเป็นยุคมืด ยุคสว่าง ยุคศาสนา มันก็จะมีศิลปะเข้าไปเคลือบอยู่แล้ว ผมเลยมองว่าถ้าการเมืองดีแล้ว มันน่าจะทำให้ศิลปะไปได้ไกลขึ้นมากกว่า เพราะศิลปินไทยมีทักษะ มีความสามารถ แต่ว่าการเมืองในตอนนี้ เขาไปโฟกัสแค่คนบางกลุ่ม หรือเรื่องบางเรื่องเท่านั้น แล้วไปทำให้เด็กที่สนใจหรือคนที่ทำงานอยู่ในวงการศิลปะ ดูเป็นคนประหลาด ดังนั้นถ้าการเมืองดี มันน่าจะสนับสนุนหรือผลักดันวงการศิลปะไปได้ดีมากกว่าในปัจจุบัน
ช่วงนี้เราเห็นคนออกมาแสดงความคิดเห็นในเชิงที่ว่า “ด่าหรือการเสียดสีไปก็ไร้ประโยชน์” เตอร์คิดว่าจริงหรือเปล่า
คุณพอจะคิดว่าภาพออกไหมว่าคนที่เรากำลังพูดด้วย เขาแม่งพูดโกหกไปเรื่อยๆ ทั้งที่เรารู้อยู่แล้วว่าสถานการณ์มันเป็นอย่างไร แต่เขาก็ยังโกหกไปเรื่อย ฟังแล้วผมรู้สึกแย่เว้ย ถ้าเป็นมุมมองส่วนตัวของผมแล้ว ผมจะสบายใจมากที่ได้แซะซักนิดหน่อย เพราะเขากำลังทำสิ่งที่ผิดอยู่ ไม้บรรทัดในสังคมมันกำลังบิดเบี้ยว

รัฐบาลหน้าด้านขนาดนี้ เตอร์คิดว่ามันยังมีหวัง หรือจะมีการเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นจริงหรือเปล่า
ตอนเด็กๆ ผมชอบดูภาพยนตร์แล้วก็จะจินตนาการถึงเรื่องเทคโนโลยีต่างๆ ที่มันล้ำสมัย พอมาในตอนนี้ ผมยังไม่ตายเลย แต่ได้เห็นคนใช้อุปกรณ์ทัชสกรีน หรือมีเทคโนโลยีแบบไอร่อนแมนพวกนี้แล้ว ผมก็เลยรู้สึกว่าทุกอย่างแม่งขับเคลื่อนกันได้ ผมอาจจะได้เห็นการเปลี่ยนแปลงอะไรหลายๆ อย่างเกิดขึ้นก็ได้ และก็หวังว่ามันจะเป็นการเปลี่ยนแปลงในทางที่ดี เพราะผมเห็นอะไรที่มันเกินคำว่าแย่ไปแล้ว ผมเชื่อว่าคงไม่มีใครอยากกลับไปอยู่ในสภาพแบบเดิมๆ เหมือนผมได้ลองกินขี้ แล้วมันไม่อร่อยเลย ครั้งหน้าผมก็จะไม่กินมันอีก แต่นี่ก็ปี 2021 แล้วผมยังเห็นคนวนกลับมากินขี้อยู่เรื่อยไป ไม่เข้าใจท่าน
กลับกันถ้าคุณเป็นรัฐบาลเผด็จการซะเอง คุณจะทำยังไงต่อสถานการณ์ในปัจจุบัน
โห้ ผมไม่เคยคิดอยากจะเป็นรัฐบาลเสียด้วยสิ (หัวเราะ) การเป็นประชาธิปไตยหรือเผด็จการ มันมีข้อดีข้อเสียด้วยกันทั้งคู่แหละ แต่ไม่ใช่เผด็จการและยังมาเสนอหน้าบอกว่า นี่ประชาธิปไตยนะจ๊ะ