นิทรรศการภาพวาดของคู่ซี้ศิลปิน Juli Baker และ Jaruwat
ผู้คนที่ได้พบ สิ่งที่ได้เจอ สถานที่ที่ได้ไป เรื่องราวในชีวิตประจำวันที่เคยเกิดขึ้น บางครั้งยังไม่จางหาย แต่ชัดเจนสดใสอยู่ในภาพวาดของเขาและเธอ “Juli Baker” หรือ ป่าน - ชนารดี ฉัตรกุล ณ อยุธยา และ “Jaruwat” หรือ เตว - จารุวัฒน์ น้อมรับพร
สองศิลปินรุ่นใหม่ที่ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือบันทึกโมเม้นต์ต่างๆ ในความทรงจำ จนเกิดเป็นคอลเลคชั่นงานศิลปะในนิทรรศการ BASED ON TRUE STORIES ที่เต็มไปด้วยสตอรี่ สีสัน และอารมณ์ที่หลากหลาย
สองศิลปินรุ่นใหม่ที่ใช้ศิลปะเป็นเครื่องมือบันทึกโมเม้นต์ต่างๆ ในความทรงจำ จนเกิดเป็นคอลเลคชั่นงานศิลปะในนิทรรศการ BASED ON TRUE STORIES ที่เต็มไปด้วยสตอรี่ สีสัน และอารมณ์ที่หลากหลาย

ภาพเพ้นท์สีสันจัดจ้านของทั้งคู่เมื่ออยู่รวมกันแล้วยิ่งดึงดูดสายตาเราให้เข้าไปสู่โลกของศิลปะที่ BASED ON TRUE STORIES หรือมาจากเรื่องจริงในชีวิตของพวกเขา ถ้ามองผิวเผินภาพวาดหลากสีของพวกเขาอาจคล้ายกัน แต่จริงๆ แล้วทั้งรายละเอียด ลายเส้นฝีแปรงนั้นแตกต่าง ทำให้เราสามารถแยกผลงานของพวกเขาได้ แม้จะจัดวางตำแหน่งงานปะปนกันอย่างไร้กฏเกณฑ์ มีเพียงผนังแรกที่งานของพวกเขาถูกจัดกลุ่มตามความเชื่อมโยงกันบางอย่าง ไม่ว่าจะด้วยเรื่องราว องค์ประกอบของภาพ การใช้สี จนถึงท่าทางโพสต์ของคนในภาพวาด ที่บังเอิญคล้ายคลึงกัน




ทำไมต้อง “BASED ON TRUE STORIES”
เตว : เราวาดรูปจากสิ่งที่อยากวาดในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะไปเที่ยวที่ไหน ไปเจอใคร ทำอะไร จนเมื่อนำงานมาวางกองรวมกันถึงได้มาเห็นภาพรวมของงาน
ป่าน : จริงๆ ตอนแรกเราก็คิดคอนเซ็ปต์ไม่ออก เพราะเราไม่ได้วาดรูปโดยมีคอนเซ็ปต์ชัดเจนขนาดนั้น แต่ส่วนใหญ่เราจะชอบวาดคนกับสถานที่อยู่แล้ว
ป่าน : จริงๆ ตอนแรกเราก็คิดคอนเซ็ปต์ไม่ออก เพราะเราไม่ได้วาดรูปโดยมีคอนเซ็ปต์ชัดเจนขนาดนั้น แต่ส่วนใหญ่เราจะชอบวาดคนกับสถานที่อยู่แล้ว




ภาพเดียวบอกเล่าอะไรได้มากมาย
เตว : เราไม่ได้วาดทุกอย่างตามเรื่องราวจริงทั้งหมด แต่จะเติมรายละเอียดในสิ่งที่เราอยากเติม หรือดัดแปลงให้ตรงกับรสนิยมของเราด้วย เช่น ภาพวาดภาพนี้ เป็นภาพวาดเพื่อนสนิทเตว แต่ก็ไม่ใช่เขาซะทีเดียว เพราะเตวเปลี่ยนเสื้อผ้า เปลี่ยนใฝของเขา เปลี่ยนลายกางเกงเป็นลาย Paul Smith ที่เราชอบ และเพิ่มแก้วของที่บ้านใส่อยู่ในภาพด้วย ภาพนี้วาดที่โรงแรมเอเชียในระหว่างที่เราดื่มค็อกเทลกัน แล้วจู่ๆ เขาทำท่านี้ขึ้นมาพอดี เลยให้เขาโพสต์ค้างไว้ ส่วนผมก็สเก็ตซ์ภาพเร็วๆ เก็บไว้


ป่าน : ส่วนภาพนี้เป็นภาพที่ป่านไปเที่ยวอิตาลีคนเดียว แล้วตรงใกล้ๆ โคลอสเซียม ในเมืองเก่าของกรุงโรม จะมีต้นไม้ที่ใบไม้อยู่รวมกลุ่มเป็นก้อนๆ และมีแบ็คกราวน์เป็นท้องฟ้า มองดูแล้วเหมือนรูปของเรอเน มากริต มุมนั้นเลยเป็นมุมที่ป่านชอบไปนั่งวาดรูป จำได้ว่าวันนั้นเป็นวันที่เราแฮปปี้มากแล้วบังเอิญกล้องหน้ามือถือของป่านมันลั่นกดถ่ายภาพพอดี เกิดเป็นภาพถ่ายหน้าป่านในมุมเสย ทำให้เป็นโมเม้นท์ที่จำได้ และอยากวาดภาพนี้ใส่กรอบไว้ ในภาพป่านยังเติมสายรุ้งเข้าไปด้วย

ทำไมถึงต้องชมนิทรรศการ “BASED ON TRUE STORIES”
ป่าน : เราชอบนิทรรศการครั้งนี้ที่สุดตั้งแต่แสดงงานมา สมมติถ้าเราเป็นคนนอกแล้วได้มาชมงาน เราก็ชอบเหมือนกัน เพราะเข้าใจง่ายนะ ตัวชิ้นงานก็สวยถูกใจเราด้วย
เตว : ส่วนตัวเราไม่ได้คาดหวังว่าชมภาพแล้วต้องตีความอะไร แต่ถ้ามาแล้วรู้สึกเพลิดเพลิน มีความสุข หรือชอบ เราก็จะดีใจ และยินดีด้วยนะที่เธอมีความสุข
เตว : ส่วนตัวเราไม่ได้คาดหวังว่าชมภาพแล้วต้องตีความอะไร แต่ถ้ามาแล้วรู้สึกเพลิดเพลิน มีความสุข หรือชอบ เราก็จะดีใจ และยินดีด้วยนะที่เธอมีความสุข



EVERYTHING จึงอยากชวนทุกคนมาแฮปปี้ไปด้วยกันกับภาพถ่ายหลากสี ต่างเรื่องราวของพวกเขา ที่จัดแสดงอยู่ ณ Yelo House ตั้งแต่วันนี้ถึงวันอาทิตย์ที่ 23 กันยายน 2561







