
RE CO เทรนด์รักษ์โลกที่ผสานแนวคิด ECO + Cool!
เข้าสู่ยุคที่แนวทางรักษ์โลก ไม่ใช่แค่การปลูกป่า แยกขยะ หรือลดการใช้ถุงพลาสติก แต่ต้องผสานเป็นส่วนหนึ่งในไลฟ์สไตล์ของคนยุคใหม่ที่ทันสมัย รักความมีสไตล์ ใส่ใจตัวเอง เช่นเดียวกับการดูแลโลก ดังนั้นภายใต้การขับเคลื่อนโลกสู่เศรษฐกิจหมุนเวียน (Circular Economy) เพื่อการใช้ทรัพยากรให้เกิดประโยชน์สูงสุด ที่มีทั้งการวางเป้าหมายลดขยะให้เหลือศูนย์ (Zero Waste) การลดใช้พลังงาน จนถึงแนวทาง Upcycle ที่ไม่ใช่แค่การรีไซเคิล แต่เป็นการแปรรูปขยะหรือวัสดุเหลือใช้สู่ผลิตภัณฑ์ใหม่ที่สวยงาม มีคุณค่า และโดนใจผู้ใช้รุ่นใหม่มากขึ้น ทำให้จากแนวคิด ECO จึงมาสู่วิถี “RE CO” เทรนด์ใหม่ปี 2021 ที่ความเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมมาพร้อมความ Cool + Chic หนึ่งในเทรนด์ที่เกิดจากการถอดรหัส “RE-DESIRE FOR LIFE” ผ่านมุมมองการใช้ชีวิต และการอยู่อาศัยของคนยุคใหม่โดย COTTO

ECO + Cool&Chic
รักสไตล์ + รักษ์โลก
วิถี ECO สำหรับไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ ไม่ใช่แค่เรื่องพื้นฐานอย่างการแยกขยะ การประหยัดพลังงาน หรือการงดใช้พลาสติกแบบครั้งเดียวทิ้งเท่านั้น แต่รวมถึงการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมที่ต้องสอดประสานไปด้วยกับไลฟ์สไตล์ ตัวตน และรสนิยมของพวกเขาด้วย เพราะแนวคิด ECO-Friendly สำหรับคนยุคปัจจุบันต้องมีความสร้างสรรค์ ไม่ยึดติดกับกรอบเดิมๆ ดังนั้นสิ่งที่พวกเขาเลือกต้องสะท้อนทั้งการให้คุณค่ากับความเป็นตัวเอง เช่นเดียวกับตระหนักถึงคุณค่าสิ่งแวดล้อม งาน ECO จึงไม่ใช่แค่ผลลัพธ์จากกระบวนการ Recycle หรือแปรรูปขยะให้กลับมามีประโยชน์ใช้สอยใหม่ได้อย่างมีประสิทธิภาพเท่านั้น แต่ต้องผ่านการ Re-Styling หรือ Re-Design ใหม่ เพื่อถ่ายทอดความเป็นงานดีไซน์ที่น่าใช้ น่าจดจำ และทำให้เกิดความภาคภูมิใจเมื่อใช้งาน โดยที่เราอาจไม่รู้เลยว่างานเฟอร์นิเจอร์สุดเท่ที่อยู่ตรงหน้านั้นมาจาก Waste ที่คนเคยมองข้ามมาก่อน มาจากขยะพลาสติกในครัวเรือน เป็นเหล่ากองกระดาษแข็งที่ถูกทิ้งไว้ หรืออาจจะเป็นแผ่นโพลีคาร์บอเนต กระป๋อง ชิ้นส่วนคอมพิวเตอร์ แก้วกาแฟ และอีกมากมายที่ถูกตีค่าว่าเป็นขยะไร้ค่า ก่อนจะถูกนำมาแปรรูปใหม่สู่งานดีไซน์สวยงาม ที่อาจจะเป็นเก้าอี้สักตัวที่เรากำลังนั่งอยู่ และมันกำลังเข้าไปนั่งอยู่ในใจคนรุ่นใหม่ผู้รักความมีสไตล์ และรักษ์โลกได้เรียบร้อยแล้ว

Sustainable Modernity
ความทันสมัยที่ยั่งยืน
ผู้คนเริ่มมี ECO-conscious มากขึ้น และนำแนวคิด 4R (Reduce, Reuse, Recycle, Repair) มาปรับใช้ในชีวิตประวันตามไลฟ์สไตล์ของตนเองอย่างเป็นธรรมชาติมากขึ้น ตั้งแต่การบริโภค การเลือกใช้สิ่งของ มาถึงการอยู่อาศัย ทำให้ปัจจุบันทั้งนักออกแบบและแม้แต่ตัวผู้อยู่อาศัยเองต่างก็เริ่มมองหาทางเลือกใหม่ ๆ ให้กับการตกแต่งภายใน และสร้างงานสถาปัตยกรรม ที่ช่วยลดการใช้ทรัพยากรใหม่ที่มีอยู่อย่างจำกัด ลดขยะ และลดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม ทำให้เกิดงานออกแบบเฟอร์นิเจอร์ และการพัฒนาวัสดุก่อสร้างที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์โมเดิร์นของคนยุคใหม่ได้อย่างยั่งยืนขึ้น ผ่านการเลือกใช้วัสดุรีไซเคิล หรือวัสดุที่สามารถนำไป Recycle หรือ Renewable ได้ ล่าสุดเราได้เห็นงานสถาปัตยกรรมที่ฟาซาดทำจาก PVC รีไซเคิล ซึ่งเป็นวัสดุมาจากกรอบหน้าต่าง และรางน้ำที่เป็นเศษเหลือทิ้งในชุมชน ถูกนำมาสร้างขึ้นเป็นพาวิลเลียนในเนเธอร์แลนด์ เป็นตัวอย่างแสดงให้เห็นว่าแนวคิด Circular Economy สามารถทำได้จริงในโลกงานสถาปัตยกรรม

From Trash to Tile
การแปรรูปวัสดุ ให้กลับมามีคุณค่าในโลกการออกแบบ
เมื่อขยะกำลังล้นโลกทั้งที่ทับถมอยู่บนกอง Landfill และที่จมลึกอยู่ใต้ท้องทะเล ทำให้แนวทาง Upcycle คือกระบวนการสำคัญต่อจากนี้ในการลดปริมาณขยะเดิมที่มีอยู่ และลดการใช้ทรัพยากรใหม่ในการผลิต โดยเปลี่ยนขยะและเศษวัสดุไร้ค่าให้กลับมามีคุณค่าอีกครั้งในโลกการออกแบบ หนึ่งในนั้นคือการแปรรูปขยะพลาสติกให้เปลี่ยนมาเป็นแผ่นกระเบื้องสำหรับงานตกแต่งอาคารทั้งภายในและภายนอก ที่สามารถต่อยอดความคิดสร้างสรรค์ได้มากมาย ก่อให้เกิดมุมมอง “Trash is Sexy” ตามคำกล่าวของ อาเธอร์ หวง (Arthur Huang) นวัตกรชาวไต้หวัน ผู้ก่อตั้งบริษัท Miniwiz ที่พัฒนาเครื่อง Trashpresso สำหรับ Upcycle ขยะพลาสติกเพื่อขึ้นรูปใหม่เป็นแผ่นกระเบื้องให้ใช้ประโยชน์ใหม่ ดังนั้นคงจะดีถ้าพื้นและผนังในบ้านของเรามาจากวัสดุที่เป็นมิตรกับแวดล้อม และยังมีภาพลักษณ์โดดเด่นสวยงามได้ไม่แพ้กระเบื้องทั่วไป

Stone in Cityscape
เติมเต็มภูมิทัศน์ธรรมชาติ ที่สร้างเอกลักษณ์ให้พื้นที่
วัสดุทดแทนธรรมชาติถูกนำมาใช้ในงานออกแบบและตกแต่งพื้นที่มากขึ้น เพื่อช่วยลดการใช้ทรัพยากรธรรมชาติที่มีอยู่อย่างจำกัด ไม่ว่าจะเป็น ไม้ หรือหิน อีกทั้งวัสดุทดแทนธรรมชาติที่ถูกพัฒนาขึ้นมานั้นยังมาพร้อมคุณสมบัติที่ทนทาน ดูแลรักษาง่าย และมีความสวยงามที่ไม่ต่างกับวัสดุธรรมชาติแท้ ดังนั้นแนวคิด ECO จึงมาควบคู่กับความเป็นธรรมชาติอย่างที่มนุษย์หวนหาได้ อย่างการตกแต่งงานพื้น ผนัง หรือเฟอร์นิเจอร์ ที่สร้างสรรค์บรรยากาศเหมือนได้ชมภูมิทัศน์ของชั้นหินในธรรมชาติได้ทุกวัน ผ่านเท็กซ์เจอร์ของพื้นผิววัสดุที่มีมิติ ให้ความรู้สึกแข็งแกร่ง แต่ก็มีความสวยงามละเมียดละไมด้วยลวดลายและสีสันที่เป็นเอกลักษณ์ ที่น่าสนใจคือมาพร้อมโทนสีดาร์กเข้มขรึมสะท้อนคาแรคเตอร์ที่แตกต่างจากโทนสีงาน ECO ทั่วไป ทำให้ Black is the new green อาจเป็นเทรนด์สำหรับ ECO Design ยุคต่อจากนี้