
สถาปัตย์ที่แบ่งปันคืนสู่สังคม
โดย VVA (VIN VARAVARN ARCHITECTS)
งานสถาปัตยกรรมเพื่อชุมชนเป็นแขนงหนึ่งที่ต้องประยุกต์มาตรฐานในตำราสถาปัตย์ทั่วไป และอาศัยการเรียนรู้ศึกษาความเข้าใจในบริบท รวมถึงวิถีชุมชนที่ขาดแคลนจากโครงสร้างพื้นฐาน งานในโครงการเหล่านี้มักอยู่บนข้อจำกัดมากมาย บนจุดประสงค์เพื่อมอบความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับสังคม


บ้านเพิงหมาแหงนสูงประมาณชั้นครึ่ง สีนํ้าตาลอ่อนจำนวน 9 หลัง มีทางเข้าของแต่ละหลังที่มีสีสันสดใส วางตัวอย่างค่อนข้างโดดเด่นเมื่อมองจากมุมสูง กระจายตัวอยู่บริเวณเดียวกันของชุมชนแออัดคลองเตย เป็นส่วนหนึ่งของโครงการปรับปรุงซ่อมแซมที่อยู่อาศัยให้กับผู้ด้อยโอกาสในกรุงเทพฯ และอีก 25 จังหวัดภาคกลาง ดำเนินงานโดยกองทัพภาคที่ 1 ร่วมกับภาคเอกชน และก่อสร้างด้วยทีมทหารช่าง เพื่อสนับสนุนโครงการจิตอาสา ตามพระบรมราโชบายของรัชกาลที่ 10
โครงการมีวิธีการคัดเลือกพื้นที่จากความสมัครใจของประชาชนในชุมชนลงชื่อเข้าร่วม ซึ่งมีบ้านทรุดโทรมต้องการปรับปรุงซ่อมแซมบ้านบนพื้นที่เดิม โดยมูลนิธิเจริญโภคภัณฑ์ (CPF) มีส่วนรับดูแลสนับสนุนในพื้นที่คลองเตย ได้ทาบทาม คุณวิน ม.ล.วรุตม์ วรวรรณ และทีมสถาปนิก Vin Varavarn Architects ซึ่งพิจารณาจากผลงานที่ผ่านการเข้าร่วมโครงการพัฒนาโรงเรียนตามถิ่นธุรกันดารและอีกหลายๆ ที่ โดยทีมเริ่มเข้ามาศึกษา ออกแบบบ้านตั้งแต่เฟสที่ 2 ช่วงต้นปี 2563

บ้านเพิงหมาแหงนที่มีสัดส่วนยืดหยุ่นต่อการก่อสร้างหน้างาน พร้อมสีสันประจำสีของแต่ละหลัง
บ้าน 9 หลัง โซนบ่อน้ำที่ทำการส่งมอบในต้นเดือนเมษายน ปี 2564 นี้ เป็นส่วนหนึ่งในเฟสที่ 3 ของโครงการ จากบ้านทั้งหมด 47 หลัง โดยทีมงานได้แบ่งพื้นที่การทำงานเป็นโซนต่างๆ โดยจะเริ่มจากโซนบ่อน้ำจำนวน 9 หลัง และโซนริมทางรถไฟจำนวน 15 หลัง แล้วจึงจะเข้าทำงานในพื้นที่อื่นๆ ต่อไป ซึ่งเป็นการเข้าร่วมออกแบบและพัฒนาครั้งที่ 2 ของทีม VVA โดยใช้การเรียนรู้จากการเข้าร่วมในครั้งแรกมาประยุกต์และคำนึงในการออกแบบมากขึ้น



สภาพความเป็นอยู่แต่ละหลังก่อนการเข้ามาปรับปรุงพื้นที่
ส่วนที่ยากและเป็นตัวแปรของงาน คือบ้านแต่ละหลังมีพื้นที่ที่ดินที่แตกต่างกัน จำนวนสมาชิกของแต่ละหลังซึ่งมีจำนวนผู้อยู่อาศัยที่หลากหลาย นอกจากเรื่องออกแบบแล้วต้องคำนึงถึงเรื่องวิธีการทำงานร่วมกับทีมทหารช่าง และวิธีการเขียนแบบที่รวดเร็ว มีประสิทธิภาพ จึงพัฒนามาเป็นแบบ Typical Detail ที่สามารถประยุกต์ใช้ได้ทุกหลัง
การวัดพื้นที่จริงไม่สามารถทำได้อย่างแม่นยำ เนื่องจากเป็นพื้นที่แออัด ทุกอย่างเป็นการกะการคาดคะเน เวลาสร้างจริงทุกอย่างมีความคาดเคลื่อนไปหมด ต้องคำนึงถึงพื้นฐานฝีมือของช่างด้วยวิธีการเรียบง่ายและสามารถให้ผู้ลงมือหน้างานตัดสินใจได้ในทันที อีกอุปสรรคสำคัญคือการเข้าถึงที่ก่อสร้าง ทุกอย่างที่ใช้สร้างต้องขนย้ายด้วยการเดินเท้าเข้าทางเดินชุมชนแออัดที่คับแคบ เครื่องมือที่หีบหิ้วเข้าไปได้ด้วยกำลังคน ทั้งหมดเกิดขึ้นภายใต้ระยะเวลาที่จำกัด
รูปแบบของบ้านจึงถูกออกแบบให้เรียบง่ายที่สุด คำนึงถึงรูปแบบที่สามารถปรับยืดหดเวลามีปัญหาหน้างานได้ ให้ส่วน Façade ของบ้านแต่ละหลังห่อหุ้มโครงสร้างเพื่อให้ช่างทำงานได้ง่ายขึ้น ลดภาระของงานละเอียดอ่อน โดยที่สัดส่วนของบ้านยิ่งมีการปรับเปลี่ยนยิ่งน่าสนใจ และโครงสร้างของบ้านยังคงใช้มาตรฐานตามเฟสที่ 2 จากความร่วมมือของทีมวิศวกรจิตอาสา

ทีมช่างทหารที่ดำเนินการก่อสร้างด้วยแรงงานคน จากวัสดุที่ผู้ออกแบบเลือก โดยความคำนึงถึงความทนทาน กันร้อน กันลามไฟ

การเลือกใช้วัสดุในโครงการผู้ออกแบบให้ความคำนึงถึงความทนทาน กันร้อน กันลามไฟ อันเป็นพื้นฐานไม่ต่างจากบ้านทั่วไป และควรให้ความสำคัญเป็นอย่างมากเพราะความเป็นอยู่ที่หนาแน่นนั่นเอง โครงสร้างของบ้านใช้เหล็ก ลงฐานรากด้วยแรงกำลังของทหาร ฐานรากเช่นคอนกรีตเสริมเหล็ก ผนังและพื้นกรุด้วยซีเมนต์บอร์ด ปูพื้นทับด้วยเสื่อน้ำมันหนาพิเศษ และหลังคาใช้เมทัลชีทแบบแซนด์วิช มีไส้กลางเป็นฉนวนโฟมแบบกันลามไฟหนา 5 ซม. เพื่อช่วยกันความร้อนให้ได้มากที่สุด

สีสันของชุมชนที่ค้นพบระหว่างพัฒนาในเฟสที่ 3 และแบบแปลนที่คำนึงถึงการกั้นห้องสร้างพื้นที่ส่วนตัวของแต่ละหลัง

ในส่วนความต้องการของชุมชนที่ได้เรียนรู้เพิ่มคือการแบ่งพื้นที่ให้เจ้าของบ้านได้เลือกสีที่ชื่นชอบ เพื่อให้ผู้อยู่เป็นส่วนร่วมหนึ่งในกระบวนการสร้างบ้านของตนเอง จึงเป็นที่มาของสีสันสดใสบริเวณทางเข้าของบ้านแต่ละหลัง ทั้งสามารถควบคุมให้มองอยู่ในภาพรวมของโครงการเดียวกันได้ เรื่องการกั้นห้องในบ้านที่มีขนาดเล็กซึ่งจากมุมมองผู้ออกแบบอาจจัดสรรพื้นที่การใช้งานไม่เพียงพอ แต่เจ้าของบ้านต่างอยากมีพื้นที่ส่วนตัวเป็นของตนเอง การกั้นห้องจึงเป็นสิ่งที่คนในชุมชนต้องการแม้จะมีขนาดพื้นที่ไม่มากก็ตาม และพื้นที่ที่เว้นว่างเอาไว้เมื่อบ้านเจริญเติบโตขึ้นตามธรรมชาติของชุมชน ส่วนบริเวณหลังคาหมาแหงนทรงสูงที่ช่วยให้บ้านมีขนาดเล็ก ดูโปร่งมากขึ้น และทำให้มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการต่อเติมในอนาคต


องค์ประกอบต่างๆ เหมือนการได้สมการมาแล้วใช้มุมมองของสถาปนิกแก้ซึ่งไม่มีถูกมีผิด ภายใต้ตัวแปรของงบประมาณและเวลามีอย่างจำกัด การก่อสร้างที่ยากลำบาก และความต้องการของชุมชน สิ่งสำคัญคือความเข้าใจบนพื้นฐานมาตรวัตรที่แตกต่าง บทบาทจึงตกอยู่กับสถาปนิกผู้แก้โจทย์ นำเสนอมุมมองอย่างไรให้ครอบคลุม เป็นกลางโดยไม่ยัดเยียด “มาตรฐานชีวิต” คนละแบบกับผู้ใช้งาน เพราะแม้จุดประสงค์หลักของโครงการถูกสร้างเพื่อมอบความเป็นอยู่ที่ “ดีขึ้น” แต่อาจไม่สำคัญเท่าให้ทุกฝ่ายเข้าใจผู้อยู่อาศัยเพื่อตระหนักถึงพวกเขามากขึ้น หากความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นสร้างสังคมที่ดีขึ้น เท่านั้นก็เพียงพอแล้วสำหรับการมีอยู่ของโครงการเพื่อชุมชนเหล่านี้

Links: Vin Varavarn Architects Ltd. | Facebook
THE 9 LOW-COST MICRO HOUSES FOR KLONG TOEY COMMUNITY PHASE 3
IN COLLABORATION WITH 1ST ARMY AND CHAREONPOKPHAND FOUNDATION
Architecture : Vin Varavarn Architects Engineer Consultants : Next Steps Design & Consultants
Landscape Architecture: Nong Nuch Garden, Shma Soen
Material Support : Shera, Suntech Steel Works, Beger
Location : BKK





