RE BALANCE เทรนด์ปี 2021 สมการใหม่ของการใช้ชีวิตให้สมดุล

“RE BALANCE” หนึ่งในเทรนด์ปี 2021 โดย COTTO ผลลัพธ์จากการสำรวจมุมมอง “Re-Desire for Life” ของผู้คนยุคใหม่ที่มีต่อการใช้ชีวิตและการอยู่อาศัยนับจากนี้ สะท้อนแนวคิดการปรับเปลี่ยนสมการใหม่ของการใช้ชีวิตให้สมดุล โดยผสานองค์ประกอบแห่งความสุขไว้ในอัตราส่วนที่พอดีในแบบของตัวเอง ทิ้งกฏบาลานซ์แบบ 1:1 ทิ้งไป เพราะสัดส่วนแห่งความสุข ทุกคนสามารถกำหนดเองได้

ท่ามกลางความเปลี่ยนแปลงทั้งจากปัจจัยแวดล้อมรอบตัว และภายในจิตใจของเรา จะทำอย่างไรให้เกิดความสมดุลในความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์ เทคโนโลยี และธรรมชาติ เกิดการใช้ชีวิตบาลานซ์ระหว่างคุณภาพความเป็นอยู่ที่ดีทั้งร่างกายและจิตใจ จนถึงการอยู่อาศัยในบ้าน ที่สร้างสมดุลให้กับชีวิตได้ในทุกวัน ที่น่าสนใจคือยิ่งโลกขับเคลื่อนสู่ความก้าวหน้ามากขึ้นเท่าไหร่ ดูเหมือนมนุษย์จะยิ่งเพิ่มอัตราส่วนของธรรมชาติเข้ามาสู่พื้นที่อยู่อาศัยมากขึ้น นำมาสู่การ RE BALANCE สร้างสมดุลชีวิตใหม่ให้กับตัวเอง ที่น้ำหนักของความเป็นธรรมชาติเข้ามามีบทบาทต่อ Sense of Well-being ของเราอย่างมีนัยสำคัญ

Biophilic Design ธรรมชาติ และการอยู่อาศัย

          ในวันที่สมอง และจิตใจต้องแบกรับความเครียด ความเหนื่อยล้า และความรู้สึกอ่อนแอ เคยสังเกตตัวเองหรือไม่ว่าแค่ได้ชื่นชมกับวิวทิวทัศน์ธรรมชาติ หรือได้อยู่ในบรรยากาศที่เชื่อมโยงกับความเป็นธรรมชาติ ก็ช่วยฟื้นฟูบำบัดจิตใจเราขึ้นได้อย่างน่าประหลาด นั่นเป็นเพราะโดยธรรมชาติส่วนลึกแล้วมนุษย์เรารู้สึกผูกพันและเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ อย่างที่ Edward Wilson นักชีววิทยา สรุปไว้เป็นทฤษฎี “ไบโอฟีเลีย (Biophilia)” แสดงถึงความสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับธรรมชาติไว้ ดังนั้นจึงกล่าวได้ว่าธรรมชาติบำบัดขับเคลื่อนจากแรงดึงดูดตามสัญชาติญาณของมนุษย์นั่นเอง และมีอิทธิพลมาถึงแนวคิดการออกแบบที่เรียกว่า “Biophilic Design” ซึ่งเป็นการนำธรรมชาติเข้ามาเชื่อมต่อกับพื้นที่อยู่ทั้งทางตรง อย่างการปลูกต้นไม้ในบ้าน การเปิดช่องหน้าต่างให้มองเห็นวิวธรรมชาติข้างนอก เป็นต้น และทางอ้อม คือการสร้างความรู้สึกให้สัมผัสกับความเป็นธรรมชาติได้ ผ่านแสง กลิ่น จนถึงลวดลายพื้นผิวที่มีอยู่ในธรรมชาติ

Sense of Well-Being เติมคุณภาพชีวิตที่ดี ทั้งร่างกายและจิตใจ

          ที่อยู่อาศัยสำหรับคนเมืองกลายเป็นพื้นที่ Sanctuary ที่สงบ ปลอดภัย และชาร์จพลังใหม่ให้พวกเขาพร้อมลุยในทุกสถานการณ์ ทำให้บ้านถูกออกแบบให้สามารถเติมเต็มคุณภาพการใช้ชีวิตที่ดี และส่งเสริมทั้งสุขภาพกาย และสุขภาพใจ ตั้งแต่การมีพื้นที่สำหรับเล่นโยคะ ออกกำลังกายเบาๆ ถึงการได้ทำกิจกรรมงานอดิเรกสร้างสรรค์อื่นๆ ที่ชอบ อย่างการทำงานฝีมือ การจัดสวน รดน้ำต้นไม้ หรือแม้แต่การนั่งเฉยๆ ชมวิวสวนนอกหน้าต่าง ก็ช่วยบำบัดจิตใจให้สมดุลได้ ซึ่งการอยู่เฉยๆ ไม่ทำอะไรนี้ ถือเป็นวิถีแห่งความสุขตามปรัชญานิกเซน (Niksen) เพื่อให้สมองและจิตใจของเราได้พักและผ่อนคลาย ปล่อยให้สัญชาตญาณการรับรู้ของเราไหลไปกับการชื่นชมสิ่งรอบตัวโดยธรรมชาติ ด้วยเหตุนี้ธรรมชาติจึงเข้ามามีบทบาทในพื้นที่อยู่อาศัย เพื่อเติมพลังและบำบัดจิตใจให้กับคนเมืองมากขึ้น ตั้งแต่การปลูกต้นไม้ในกระถางจัดวางตามมุมต่างๆ การสร้างสวนเล็กๆ การเปิดมุมมองสู่วิวทิวทัศน์ธรรมชาติให้มากขึ้น และการสร้างคอร์ทยาร์ดเป็นศูนย์กลางของบ้าน ทำให้ชีวิต RE BALANCE ปรับสมดุลได้เสมอเมื่อต้องการ

Natural Elements วัสดุเชื่อมโยงกับธรรมชาติ

          แม้ว่าโลกของเทคโนโลยีก้าวหน้าจะยกระดับการพัฒนาคุณภาพการใช้ชีวิตของมนุษย์ให้ดี สะดวกสบาย และปลอดภัยยิ่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันเราก็ยังต้องการโลกแห่งธรรมชาติที่เป็นปัจจัยพื้นฐานแห่งชีวิต เพื่อยกระดับและเติมพลังจิตวิญญาณของเราให้สมดุล ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ แสง อากาศ กลิ่น เสียง ผิวสัมผัสที่เชื่อมโยงกับธรรมชาติ และการเลือกใช้วัสดุที่ได้แรงบันดาลใจมาจากไม้หรือหินธรรมชาติ เพื่อนำมาตกแต่งพื้นและผนัง ที่สร้างสรรค์บรรยากาศสภาพแวดล้อมของพื้นที่อยู่อาศัย ให้เชื่อมโยงความรู้สึกกับโลกธรรมชาติได้อย่างกลมกลืน ให้เราสัมผัสได้ถึงความชีวิตชีวา อบอุ่น และสงบ เป็น Emotional Well-Being ที่สมดุลท่ามกลางความสัมพันธ์ระหว่างเทคโนโลยี มนุษย์ และธรรมชาติ

Work Life Balance ความสมดุลของการใช้ชีวิต และการทำงาน

          เมื่อบ้านยุคใหม่ต้องสามารถปรับเปลี่ยนฟังก์ชั่นของพื้นที่ให้ยืดหยุ่นรองรับกับทุกกิจกรรมการใช้ชีวิต ทั้งอยู่อาศัย และการทำงาน เช่นเดียวกับออฟฟิศ ที่อาจถูกปรับเปลี่ยนบรรยากาศให้มีความอบอุ่นสบายเหมือนอยู่บ้านมากขึ้น เมื่อเส้นแบ่งระหว่างบ้านและออฟฟิศเริ่มเบลอมากขึ้น ความท้าทายคือเราจะแบ่งเวลาให้สมดุลพอดีระหว่างการทำงานและการใช้ชีวิตอย่างไร และสร้างสภาพแวดล้อมอย่างไรที่ช่วยปรับสมดุลจิตใจของเราได้ มีผลการวิจัยบอกว่า สถานที่ทำงานที่ดึงความเป็นธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่ จะช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการทำงานได้ 8% ลดความกังวลได้ 6% พร้อมเพิ่มอัตราความเป็นอยู่ที่ดีได้ 13% ดังนั้นเพียงมุมโต๊ะทำงานที่มีต้นไม้ แสง และอากาศปลอดโปร่ง ก็ช่วยให้เราจิตใจสงบ ผ่อนคลาย เพิ่มความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นได้ เสมือนการได้รับพลังจากธรรมชาติมาช่วยรักษาสมดุลจิตใจในระหว่างทำงาน ไม่ว่าจะอยู่ที่บ้าน หรือออฟฟิศ