“Asleeper Café and Campground”
ความฝัน คาเฟ่ แคมปิ้ง และเพลงโฟลค์ ส่วนผสมลงตัวของ หนึ่ง–เกรียงไกร วงษ์วานิช

หากคุณเป็นคนยุค 90’s คุณน่าจะรู้จัก หนึ่ง–เกรียงไกร วงษ์วานิช ในฐานะนักแต่งเพลงและมือกีตาร์ของ Friday วงดนตรีที่มีเพลงฮิตมากมาย และถ้าคุณเป็นคนนักฟังเพลงยุค 2000’s คุณก็น่าจะจำได้ว่า เกรียงไกร มีอัลบั้มเดี่ยวภายใต้ชื่อ Sleeper One ที่ได้รับการยกย่องว่าเป็นงานเพลงร็อคไซคีเดลิกที่ยอดเยี่ยมอีกชุดหนึ่ง เช่นเดียวกับที่เขาทำค่ายเพลงอิสระในนาม “No More Belt” และเป็นโปรดิวเซอร์ไปด้วย ปัจจุบัน หนึ่ง-เกรียงไกร หรือ หนึ่ง Sleeper One ยังคงทำเพลงอย่างต่อเนื่องและย้ายฐานที่มั่นไปอยู่ที่อำเภอหางดง เชียงใหม่ เป็นเวลาหนึ่งทศวรรษแล้ว ล่าสุดเขาและเพื่อนร่วมกันทำ “Asleeper Cafe and Campground Hangdong Cnx.” ร้านกาแฟ ที่เป็นแคมป์กราวนด์ สำหรับผู้ที่ชื่นชอบบรรยากาศแคมปิ้ง กาแฟหอมกรุ่น อากาศสดยื่นและเสียงเพลงโฟลค์ที่เพิ่งเปิดตัวในช่วงปีใหม่ที่ผ่านมา ซึ่งเขาบอกกับเราว่าทั้งหมดนั้นคือส่วนผสมกลมกล่อมของชีวิตของเขาในตอนนี้

หนึ่ง–เกรียงไกร วงษ์วานิช

ชีวิตที่เปลี่ยนไปตามสภาพแวดล้อม
ผมย้ายมาอยู่เชียงใหม่ 11 ปีแล้ว ตอนนั้นค่าย No More Belt ที่กรุงเทพฯ หยุดลง ผมก็ย้ายไปดูแลคุณยายที่ท่านแก่แล้วที่สมุยอีก 2-3 ปี แล้วคุณยายก็เสีย ประกอบกับผมก็ไม่อยากอยู่กรุงเทพฯ แล้ว ก็เลยย้ายมาอยู่เชียงใหม่เป็นการถาวร ผมมาซื้อที่ที่หางดงไว้เพราะมันไม่ไกลจากเมืองขับรถออกจากนิมมาน (เหมินทร์) แค่ครึ่งชั่วโมงเอง แต่ก็ได้ที่ติดภูเขา อากาศก็ดี น่าจะเป็นทีที่ผมทำงานได้ ผมก็ย้ายมานี่เลย มาปลูกบ้านทำสตูดิโอ ทำงานเพลงต่างๆ ที่นี่ ตอนแรกมันก็ปรับตัวลำบากนิดหน่อยนะครับ เพราะมันอยู่ในสวนลำไย อยู่กลางป่า กลางคืนมันเงียบมาก แต่อยู่ๆ ไปมันก็ชินไปเอง พอเริ่มปรับตัวได้ เราก็เริ่มชอบชีวิตที่นี่ มันทำให้เรามีเวลาในการทำงานมากขึ้น ไม่ต้องเสียเวลาเดินทาง ได้ละลัยดกับทุกอย่างมากขึ้น ตื่นเช้ามาได้รดน้ำต้นไม้ ได้ปลูกผัก ตอนกลางคืนได้ชงชาร้อนดื่มท่ามกลางอากาศเย็น มันทำให้มู้ดเราดีขึ้นนะ ซึ่งมันสำคัญมากเพราะเราเป็นนักแต่งเพลง พอมู้ดมันดี การทำงานเพลงมันก็ดี หลังๆ เพลงของเราก็เปลี่ยนไปอย่างเห็นได้ชัด เป็นไปตามสภาพแวดล้อม เพลงของ Sleeper One ก็เลยกลายเป็นเพลงโฟลค์ไปแล้วตอนนี้ (หัวเราะ)

ที่มาของร้าน “Asleeper Cafe and Campground Hangdong Cnx.”
มันเริ่มจากพอผมอยู่ไปได้สัก 8 ปี ก็พอจะคุ้นเคยกับชาวบ้านแถวนี้จนสามารถขอซื้อที่ข้างๆ ที่ติดๆ กันได้ แล้วที่นี่ความที่ที่ดินมันผืนใหญ่ เราก็เลยแบ่งกับเพื่อนสนิทสมัยเรียนสถาปัตย์ฯ ด้วยกันชื่อคุณไช้ คุณไช้เขาเป็นเจ้าของโฮสเทลที่กรุงเทพฯ อยู่ตรงสะพานควายชื่อ ‘A’hostel’ แล้วก็ยังมีร้านกาแฟชื่อ ‘Coffee kapi’ พอที่ดินมันติดกันเราก็เลยตัดสินใจทำร้านกาแฟ ร้านอาหารที่เป็นโฮสเทลร่วมกันโดยใช้ชื่อว่า Asleeper Café and Campground หลักๆ ก็เป็นร้านกาแฟ มีอาหารที่เน้นผักออร์กานิก เพราะเรามีแปลงปลูกผักเอง ส่วนชั้นสองผมก็ทำสตูดิโอทั้งทำเพลงเองและให้เช่า ส่วนที่พักก็จะแบ่งเป็นสองส่วนผมเรียกว่า ส่วนแรกคือ Campground เป็นเตนท์เตียงคู่ที่มีระเบียงส่วนตัว อันนี้มี 4 หลัง ส่วนที่สองเป็นเนินตั้งแคมป์ มีเต็นท์ให้เช่า แล้วก็มีบ้านอีกหลังไว้รองรับคนที่มาเป็นครอบครัว อยากนอนสบายขึ้นมาอีกหน่อย

ดีไซน์ที่สอดคล้องไปกับสภาพแวดล้อม
อย่างที่บอกว่าผมกับไช้เรียนจบสถาปัตย์มา เราก็พอมีความรู้อยู่บ้าง แต่คุณไช้นี่เขามีออฟฟิศออกแบบอยู่ที่กรุงเทพฯ ด้วย หลักๆ เขาก็เป็นคนออกแบบ คอนเส็ปต์ก็คือเราคิดจากบริบทรอบข้างที่มันแทบจะอยู่กลางป่า มองออกไปเห็นแต่ต้นไม้ เราเลยพยายามใช้วัสดุทุกอย่างที่ค่อนข้างดิบ ปูนเปลือย อืม จริงๆ ยิ่งกว่าเปลือยอีกนะ (หัวเราะ) เรียกว่าโชว์งานโครงสร้างเลยดีกว่า อย่างเสาหรือคานนี่ตั้งเสร็จไม่ฉาบ ไม่จับเซี้ยม ปล่อยมันไป และพยายามใช้ไม้กับเหล็กสีดำมาผสม เพราะว่าเราอยากให้คนที่มาได้ชมธรรมชาติมากกว่ามาดูอาคารหรือการออกแบบของเรา ส่วนเฟอร์นิเจอร์เราก็ใช้ของเก่า พวก ตู้ไม้ ตู้โบราณ ตู้ขาม้า ขากรวย เพราะเชียงใหม่เขาก็ขึ้นชื่อเรื่องงานไม้อยู่แล้ว เราก็ใช้ไปตามนั้นไม่อยากเอาอะไรที่ไม่ใช่บริบทของพื้นที่โดยรอบมาใส่เข้าไป ส่วนเรื่องของกาแฟ เนื่องจากว่าเรามี ‘A’hostel’ ที่เขาทำร้านกาแฟอยู่แล้ว เขามีน้องๆ บาริสตา ที่เชี่ยวชาญเรื่องการชงกาแฟ การเลือกเมล็ดกาแฟอยู่แล้ว ส่วนนี้ก็เลยง่าย ประกอบกับเราอยู่เชียงใหม่ มันใกล้แหล่งปลูกกาแฟสำคัญ ก็มาจากแถวนี้แหละครับ ไม่ได้มาจากที่อื่นสักเท่าไหร่

บ้าน ร้าน ออฟฟิศ
จริงๆ เราเกิดร้านมาได้แค่เดือนเดียวเท่านั้นนะครับ แต่ก็ถือว่าผลตอบรับดีพอสมควร มีทั้งนักท่องเที่ยว นอนแคมป์ มีทั้งศิลปินที่แวะมาทำเพลงกับสตูดิโอของเรา เราไม่ได้ตั้งเป้านะครับว่าเราจะต้องมีลูกค้าเยอะ เพราะที่นี่มันเป็นที่ของเราเอง เป็นบ้านของเราเอง เป็นสตูดิโอของเราเอง เป็นออฟฟิศออกแบบของไช้เอง คือมันเป็นทั้งบ้านและและออฟฟิศของพวกเราอยู่แล้ว มันแค่เพิ่มส่วนร้านกาแฟ ร้านอาหาร โฮสเทล ไปเท่านั้นเองไม่ได้มากมายอะไร

อนาคตที่ดี
อนาคตก็คงเน้นเรื่องร้านอาหารที่ทำจากผลิตผลการเกษตรที่เราปลูกเองมากขึ้น อย่างที่บอกว่าผมปลูกผักกินเอง มันปลอดสารพิษ ออร์กานิค 100 % เลย เราก็เลยอยากให้คนที่มาพักได้กินอาหารที่ดีต่อสุขภาพอย่างน้อยก็ตลอดเวลาที่พักอยู่ที่นี่ ส่วนเรื่องร้านหรือโฮสเทลก็หวังว่าพอสถานการณ์โควิดคลายแล้ว คนจะมามากขึ้น แน่นอนว่าหน้าหนาวคนมาพักรับความหนาวเยอะอยู่แล้ว แต่ฤดูอื่นอาจจะร้อนหน่อยแต่ก็อยากให้แวะมากินกาแฟก็ยังดีนะครับ อย่างน้อยก็อากาศบริสุทธิ์ ส่วนเรื่องงานเพลงของผมก็คงทำไปเรื่อยๆ อย่างที่บอกว่ามู้ดของมันเป็นโฟลค์มากขึ้นตามสภาพแวดล้อม ศิลปิน No More Belt ก็คงไปทางนี้มากขึ้น ไม่แน่นอาจมี เฟสติวัล เล่นเพลงโฟลค์เล็กๆ จัดขึ้นที่นี่ก็ได้ครับ

สนใจ“Asleeper Cafe and Campground Hangdong Cnx.” ติดต่อที่ https://www.facebook.com/Asleeper-Cafe-and-Campground-Hangdong-Cnx-103978441597368/