


The RE VIBE of Phannapast
เม็ดกระเบื้องโมเสก Mural Art Tile เล็กๆ ถูกปะติดปะต่อเป็นงานศิลปะยาวหลายเมตร ถ่ายทอดเรื่องราวที่กระตุ้นให้ทุกคนได้ลองค้นหาตัวเองให้ลึกในทุกซอกหลืบจิตใจ เพื่อเรียนรู้และยอมรับความเป็นตัวเอง เช่นเดียวกับเบื้องหลังทุกการทำงาน รวมถึงการใช้ชีวิตของ ปัณพัท ที่ เกิดขึ้นจากการตกตะกอนและร้อยเรียงการเรียนรู้ตัวเอง การเรียนรู้โลก ทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคต เข้ามาผสมผสานสู่ความเป็นเธอ ผ่านงานศิลปะที่เต็มไปด้วยสีสัน รายละเอียด และเรื่องราวภายใต้เอกลักษณ์ลายเส้น ผ่านที่อยู่อาศัยที่ “RE VIBE” เชื่อมโยงตัวตนของเธอทั้งในอดีต ปัจจุบัน และอนาคตเข้าด้วยกัน พร้อมสร้างสรรค์แรงบันดาลใจใหม่ๆ ได้เสมอ


จากการเรียนรู้ตัวตน การเรียนรู้โลก สู่การสร้างเอกลักษณ์ความเป็น Phannapast
“ไม่ว่าจะทำอะไร ยูนจะเริ่มต้นจากการเรียนรู้ว่าตัวเองชอบ ไม่ชอบอะไร อย่างยูนรู้ตัวเองว่าเป็นคนแพ้ที่โล่ง รู้สึกไม่ปลอดภัย ทำให้ชอบสเปซที่มีสีสัน มีองค์ประกอบต่างๆ รอบตัว เพื่อให้รู้สึกปลอดภัย ในส่วนของการทำงาน ยูนก็จะต้องกลับไปเรียนรู้โลกที่ผ่านมาว่า คนมีวิถีชีวิต มีความคิดอย่างไร แล้วมาดูว่าในปัจจุบันคนยังคิดเหมือนเดิมหรือเปล่า มีอะไรที่ทำให้เขามีความคิดกับสิ่งนั้นเปลี่ยนแปลงไปบ้าง ดังนั้นการสร้างอัตลักษณ์สำหรับยูนจึงมาจากการค่อยๆ เรียนรู้ตัวเอง ค่อยๆ เรียนรู้เรื่องราวต่างๆ ที่เปลี่ยนไป แน่นอนว่าโลกเราเปลี่ยนไปทุกวัน มีเทรนด์ใหม่ๆ เกิดขึ้น มีวิถีชีวิตใหม่ๆ เกิดขึ้น แต่ทั้งหมดนี้เราต้องนำมาย้อนดูด้วยว่า เรารู้สึกกับสิ่งนั้นอย่างไร คิดอะไรอยู่ แล้วจับมาชนกัน การเรียนรู้อดีตก็เพื่อเข้าใจตัวเองในปัจจุบัน จากนั้นจึงนำสิ่งที่เป็นอนาคตเข้ามา Twist ให้ทุกอย่างกลมกลืน และเป็นวิถีชีวิตของเราในปัจจุบัน ซึ่งทุกผลงานของยูนใช้วิธีคิดแบบนี้ค่ะ”


นิทรรศการ Venus in the Shell กับความร่วมมือระหว่าง COTTO x Phannapast
“นิทรรศการ Venus in the Shell เป็น Solo Exhibition ครั้งที่ 2 ของยูน โดยถ่ายทอดเรื่องราวภายในจิตใจผ่านการตีความจากประสบการณ์ต่างๆ ในชีวิต โดยได้ร่วมงานกับแบรนด์ COTTO ในส่วนของ ‘Moonlight Dive’ ที่อยู่ในนิทรรศการนี้ ถ่ายทอดเรื่องราวการดำน้ำลงไปในเงามืดใต้แสงจันทร์ ที่สะท้อนเหมือนตัวเราดำดิ่งลึกเข้าไปในเงาของเรา สำรวจภายในจิตใจของเรา เพื่อรู้จักกับตัวตนในนั้นว่าตัวเรานั้นมีสัตว์ประหลาดตัวไหนซ่อนอยู่บ้าง โดยยูนแทนอารมณ์ต่างๆ อย่างความโกรธ ความไม่ชอบใจ ความเอาแต่ใจ ฯลฯ ด้วยสัตว์ประหลาดต่างๆ โดยชิ้นงานสร้างสรรค์จาก Mural Art Tile ของแบรนด์ COTTO ซึ่งเป็นกระเบื้องโมเสกทำจากวัสดุรีไซเคิล ที่ใช้เทคนิคเรียงเม็ดกระเบื้องทีละเม็ดเป็นภาพงานศิลปะขนาดยาว 16 เมตร สูง 2.3 เมตร ซึ่งต้องใช้เวลาในการทำทั้งหมดถึง 1,500 ชั่วโมงค่ะ”


การใช้ชีวิตผ่านมุมมอง RE-DESIRE FOR LIFE
“การใช้ชีวิต และการอยู่อาศัยของเรา มันก็เป็นสิ่งที่สะท้อนความชอบ ความคิด และแนวคิดของเรา ที่ต้อง RE VIBE หรือค่อยๆ เรียนรู้ตัวเองไปเรื่อยๆ ค่อยๆ จัดแต่งสิ่งที่เป็นเราเข้าไป ซึ่งบ้านของยูนมันคงไม่โมเดิร์นจ๋า เหมือนกับงานของยูนที่เข้ากับยุคปัจจุบัน คำนึงถึงอนาคต และยังเรียนรู้สิ่งที่เป็นอดีตหรือเป็นรากอยู่ ดังนั้นแนวทางการแต่งบ้านของยูนก็คงจะไม่ทิ้งของเก่าออกไป แต่จะทำให้ทุกอย่างสามารถรวมอยู่กันได้อย่างกลมกลืน ไม่ว่าจะเป็น สิ่งที่สะสมที่เป็นของวินเทจ งานเซรามิกที่ชอบ ซึ่งยูนไม่ได้ชอบของที่เป็นวัฒนธรรมเดียว แต่ชอบของจากหลายที่ แล้วนำมาจัดเข้าด้วยกันให้เป็นเราขึ้นมา ดังนั้นถามว่าสไตล์เป็นแบบไหน ก็คงเป็นสไตล์ที่มีของจุกจิก เหมือนเข้าไปในห้องเก็บของสะสมอะไรบางอย่าง บางจุดอาจจะดูรกนิดหนึ่ง แต่มันก็เป็นชีวิต ยูนอยู่ในที่ที่จัดเป็นระเบียบเรียบร้อยทุกองศาไม่ได้นะ”
สเปซในบ้านที่เสริมพลังสร้างสรรค์
“มุมทำงานที่มีแสงธรรมชาติ และมีลมพัดตลอดเวลา ซึ่งยูนเพิ่งรีโนเวทมุมนี้ให้มีหน้าต่างบานใหญ่หันไปในทิศที่เปิดรับแสงธรรมชาติเข้ามาตลอดเวลา แสงก็จะลงที่โต๊ะทำงานยูนพอดี ส่วนงานเฟอร์นิเจอร์ยูนจะชอบเรียบๆ พื้นๆ และเพิ่มความมีสีสันด้วยของประดับตกแต่งแทน ส่วนตัวยูนชอบเฟอร์นิเจอร์ไม้ แต่ปัจจุบันนี้อาจจะไม่ได้ใช้ไม้ 100% เพราะการดูแลรักษาค่อนข้างยาก ก็จะเลือกใช้วัสดุเป็นกระเบื้องเข้ามาแทนบ้างค่ะ”


วิถีชีวิตใหม่ กับมุมมองใหม่ ผ่านโลกยุคใหม่หลังโควิด-19
“คนอยู่บ้านมากขึ้น อยากจะมีสเปซของตัวเองมากขึ้น และเริ่มหาพื้นที่ ที่เป็นตัวเองมากขึ้น เป็นพื้นที่ที่เราสามารถเข้าไปหลบได้ และเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเราจริงๆ เทคนิคการแต่งบ้านของยูนคือยูนจะไม่แต่งให้เป็นบ้านตัวอย่าง และยูนจะเข้าไปอยู่ก่อน แล้วเราจะรู้ว่าเราให้ความพิเศษกับมุมไหน และเราค่อยๆ ทำบ้านนั้นให้เป็นบ้านของเราขึ้นมา ดังนั้นต่อไปคนจะค่อยๆ เรียนรู้ ค่อยๆ ทำบ้าน ไม่จำเป็นจะต้องคิดรวบยอดแล้วจัดการให้จบทีเดียว เพราะสุดท้ายแล้วบ้าน การตกแต่ง หรือการใช้ชีวิตมันก็คือ RE-DESIRE ที่เราค่อยๆ เรียนรู้กันไปเรื่อยๆ และสร้างแรงบันดาลใจได้เรื่อยๆ”




