

ตีโจทย์การท่องเที่ยวยุคโซเชี่ยลครองเมือง ด้วยงานดีไซน์ที่ถ่ายรูปแล้วปัง
Text: THT
Photography courtesy of SALA Hospitality Group
กูรูในวงการท่องเที่ยวเคยคาดการณ์ไว้ว่า สมุยจะเป็นที่สุดท้ายในเมืองไทยที่สามารถฟื้นตัวจากพิษโควิด สาเหตุหลักๆ เพราะสมุยนั้นเปรียบไปก็เหมือนของเล่นของฝรั่ง ค่าครองชีพโดยรวมจัดว่าสูงไม่แพ้ภูเก็ต แถมยังมี supply เหลือเฟือ ห้องเช่าโรงแรมเล็กโรงแรมน้อยไปจนถึงห้าดาวมีให้เห็นกันแทบจะทุกตารางนิ้ว ที่สำคัญ คนไทยไม่เที่ยวหรอกเพราะค่าตั๋วเครื่องบินที่ผูกขาดไว้โดยสายการบินเดียวนั้นแพงระยับ
แต่ในช่วงสองสามเดือนที่ผ่านมา โลกโซเชี่ยลกลับพบว่าเหล่า instagramer มากมายไปปรากฏกายอยู่ที่สมุย จนเกิดคำพูดที่น่าหมั่นไส้เบาๆ ว่า “ใครๆ ก็อยู่สมุย”

โอเค ส่วนหนึ่งคือโปรฯ ตั๋วเครื่องบินที่ถูกลงจนเปิดให้คนไทยก็บินได้ และอีกส่วนคือโรงแรมน้อยใหญ่ที่ไร้นักท่องเที่ยวจำเป็นต้องลดแลกแจกแถมกันกระหน่ำ แต่ นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าโรงแรมที่ลดแหลกจะมีนักท่องเที่ยวไปพักล้นหลามอะไร เอาเข้าจริงเมื่อไปสำรวจพื้นที่ต่างๆ ในสมุย กลับพบว่าเมืองยังคงสภาพร้างอยู่มาก ร้านรวงต่างๆ ที่เคยครึกครื้นอยู่ในเฉวงปิดกันไปแทบจะทั้งหมด แต่... กลับมีโรงแรมอยู่แห่งหนึ่งที่คนแน่นแทบจะทุกวัน สอบถามเบื้องต้นได้ความว่า occupancy วันธรรมดาอยู่ที่ 70-80% ไม่ต้องพูดถึงเสาร์อาทิตย์ที่น่าจะเดินชนกันสูสีไม่แพ้วัดไอ้ไข่
แน่นอน… โรงแรมที่ว่าจะเป็นอะไรไปไม่ได้นอกจาก SALA SAMUI Chaweng Beach Resort

แม่เหล็กตัวหลักที่ SALA SAMUI Chaweng Beach Resort ใช้ดึงดูดให้แฟนๆ มาเช็คอินคือ งานออกแบบที่มี Onion เป็นผู้รับผิดชอบ ในวงการสถาปนิกนั้นว่ากันว่า Onion ขึ้นชื่อในเรื่องงานออกแบบที่ถ่ายรูปสวย (คือของจริงก็สวย แต่ถ่ายรูปออกมาแล้วสวยกว่า) ตัวอย่างก่อนหน้าก็อย่าง SALA AYUTTHAYA แล้วก็ยิ่งมาเห็นชัดขึ้นอีกใน SALA SAMUI

ครั้งนี้ Onion ยังคงใช้สีขาวสะอาดตาเป็นสีโทนหลัก แต่ที่โดดเด่นกว่าคือเส้นโค้งที่เมื่อรวมกับสีขาวก็เกิดเป็นแสงเงามีมิติ ให้ความรู้สึกโมเดิร์น และสีขาวยังตัดกับสีฟ้าของท้องฟ้า-น้ำในสระ สีเขียวของต้นไม้และสนามหญ้า เป็นอย่างดี บริเวณของโรงแรมที่องค์ประกอบทั้งหมดนี้ทำงานร่วมกันแล้วออกมาเป็นผลลัพธ์ที่ impact ที่สุดคือ สระว่ายน้ำทรงกลม Moon Pool ที่ล้อมรอบด้วยสนามหญ้าสีเขียว ลานอาบแดด (ที่เรียงรายด้วยเตียงอาบแดดทรงกลมขนาดใหญ่) ด้านหน้าหันออกสู่ทะเล และมีฉากหลังเป็นอาคารที่พักที่มี façade สีขาว และเส้นโค้งมนของซุ้มโค้งทอดตัวยาวต่อกันไป แน่นอนว่านี่คือมุมไฮไลต์ของโรงแรมที่ต้องมาถ่ายรูปด้วยการโพสต์ท่านอนอยู่บนห่วงยางสีขาวในสระน้ำ แต่ถ้าไม่สนใจจะถ่ายรูป มุมที่ว่าก็เป็นมุมที่น่าสนใจในแง่การออกแบบ เพราะเป็นการเชื่อมต่อล็อบบี้และชายหาดด้วยการทำเป็นพื้นที่โล่งขนาดใหญ่ที่ค่อนข้างจะเปิดเผยราวกับเวทีกลางแจ้ง แถมพื้นที่โล่งตรงนี้ที่เหมือนคอร์ทยาร์ดที่โอบล้อมด้วยอาคารที่พัก ก็ยังไม่บังวิวทะเลของห้องพักทั้งหมดอีกด้วย จัดเป็น luxury ข้อหนึ่งเลยก็ว่าได้



Moon Pool และคอร์ทยาร์ดที่ว่าอยู่ในเฟซ 1 ของโรงแรม ซึ่งคงไม่ต้องลงดีเทลอะไรกันมากเพราะมีรีวิวกันออกมาไม่ขาดสายอยู่แล้ว ส่วนเฟซ 2 ที่อาจจะไม่มีอะไรหวือหวาเท่าเฟซแรกเพราะไม่ติดทะเล แถมต้องข้ามถนนมาอีกฝั่ง สระว่ายน้ำก็เป็นทรงสี่เหลี่ยมสีขาวธรรมดา (แต่เราว่าบรรยากาศชิลกว่า Moon Pool อีก เพราะร่มรื่นกว่า เป็นพื้นที่ค่อนข้างปิดที่ค่อนข้างจะส่วนตัวกว่า และแทบไม่มีคนมาใช้เลย) และห้องพักไม่ใช่พูลวิลล่าที่เป็นวิวทะเลหมดเหมือนในเฟซแรก แต่พอเปิดให้บริการเมื่อปีที่แล้ว เฟซ 2 ก็สร้างความตื่นเต้นให้เหล่า instagramer อยู่ดี เพราะมีสปาที่มากับเส้นโค้งของธีมดวงดาวในระบบสุริยจักรวาล อยู่ในสีชมพูและเขียวซอฟต์ๆ ที่เปลี่ยนบรรยากาศจากสีขาวของเกือบทั้งโรงแรมได้อย่างดี (แต่เฟอร์นิเจอร์ยังคงขาวและเน้นงานไม้อยู่)




ถ้างานออกแบบเคยสร้างมูลค่าให้กับโรงแรมด้วยการเขยิบสถานะขึ้นเป็น design hotel มาแล้วในเมื่อ 20 กว่าปีก่อน ในยุคนี้เมื่อการท่องเที่ยวเปลี่ยนโฉมหน้าไปมากด้วยวัฒนธรรมแบบ iPhone eats (or sees) first งานออกแบบก็สามารถเป็นองค์ประกอบหลักที่สร้างความนิยมให้กับโรงแรมร้านอาหารและคาเฟ่ได้มากมายอย่างที่เราเห็นกัน นี่ไม่ใช่เรื่องใหม่อะไร และ SALA ก็คงรู้ดีว่าคนมาพักที่โรงแรมของพวกเขาเพราะอะไร ถึงได้มีคำแนะนำมุมถ่ายรูปภายในโรงแรมอยู่ในแอพฯ กันเลยทีเดียว
แต่ในกรณีของ SALA SAMUI Chaweng Beach Resort นั้น ความโดดเด่นของงานออกแบบที่แทบจะกลบองค์ประกอบอื่นๆ ของโรงแรม อย่าง F&B และบริการ ไปนั้น คำถามที่อดคิดไม่ได้ถัดจากนั้นก็คือ ปกติแล้ว คนที่ไปเที่ยวเพื่อหาสถานที่ใหม่ๆ ถ่ายรูป มักจะพักแค่คืนเดียวแล้วออกไปเสาะหาที่ใหม่ต่อไปเรื่อยๆ แล้วถ้าทุกคนมาพักโรงแรมที่นี่เพื่อจะถ่ายรูปแค่นั้น ไม่ใช่เพื่อพักผ่อนหรือดื่มด่ำกับงานดีไซน์อะไร เมื่อนักท่องเที่ยวกลุ่มนี้หมดไป แล้วแขกกลุ่มใหม่ที่มาพักจะเป็นประเภทไหน? จำนวนจะมีเท่าไร และโรงแรมจะทำยังไงถ้าสมมติว่าไม่มีแฟนประจำที่กลับมาพักซ้ำๆ เหมือนโรงแรมอื่นที่ผสมผสานองค์ประกอบทั้งหมดของความเป็นโรงแรมได้กลมกลืนกว่า


เอาเถอะ นี่อาจเป็นเรื่องน่าคิด แต่ก็คงไม่ใช่เรื่องที่จะต้องวอรี่อะไรกันมากนักในตอนนี้ เพราะกระแสท่องเที่ยวเพื่ออัพรูปยังคงมาแรงอย่างไม่มีทีท่าว่าจะแผ่วลงง่ายๆ เอาเป็นว่าถ้าคุณเป็นหนึ่งในจำนวนนั้น โดยเฉพาะว่าชอบงานดีไซน์กิ๊บเก๋ ห้องพักนอนสบาย ถ่ายรูปได้ทุกมุม...
SALA SAMUI Chaweng Beach Resort คือคำตอบที่ถูกต้องสำหรับคุณแล้วล่ะ


