DESIGN:----

ARCHITECTURE / RESTAURANTS

Shabu Lab
ห้องปฏิบัติการทางชาบูแห่งใหม่ กับการออกแบบ
เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการชิมขั้นสูงสุด

  ป้ายไฟนีออนฉาบแสงสีแดงและสีฟ้าลงไปบนผนังอาคารสีขาว ข้อความบนป้ายเขียนคำว่า “Shabu Lab” ผนังกระจกผืนใหญ่บริเวณชั้นล่างเผยให้เห็นพื้นที่ภายในซึ่งเป็นห้องสีขาวสะอาดตา โต๊ะตัวใหญ่เรียงรายเป็นระเบียบเรียบร้อย ที่นี่คือห้องทดลองแห่งที่สองในการสร้างสรรค์วัฒนธรรมชาบูที่สดใหม่ ทั้งเรื่องรสชาติและบรรยากาศในการกิน

  ร้าน Shabu Lab สาขาใหม่นี้เปลี่ยนตึกแถวสองคูหาหน้าตาธรรมดาๆ ในย่านเกษตรให้กลายเป็นห้องปฏิบัติการทางชาบูที่ดูสนุกสนานและมีประสิทธิภาพในการกินสูงสุด ผู้ที่เข้ามารับหน้าที่ออกแบบห้องทดลองแห่งนี้คือทีมงานจาก IF (Integrated Field) เหล่านักออกแบบที่อินกับการกินชาบูเป็นทุนเดิม “ผมและน้องๆ ในทีมชอบกินชาบู เวลาไปกินชาบูเราก็จะมีความรู้สึกต่างๆ เกิดขึ้น เช่น ร้านชาบูมันน่าจะมีอย่างนี้นะ มันน่าจะดีนะ...ถ้ากินชาบูแล้วมันเป็นอย่างนั้นอย่างนี้” คณิน มัณฆนะชาติ ผู้ออกแบบเล่า “พอมีโอกาสได้ทำร้านชาบูก็เลยเป็นความสนุกที่เราได้ทำอะไรกับสิ่งที่เราชอบอยู่แล้ว”

  แนวคิดในการใช้อุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์มาสร้างบรรยากาศในการทดลองคิดค้นปรุงรสชาติของน้ำซุปและน้ำจิ้มต่างๆ ซึ่งทำให้ Shabu Lab สาขาแรกประสบความสำเร็จได้รับการนำกลับมาขยายความในการออกแบบร้านใหม่แห่งนี้ โดยทีมนักออกแบบได้ตั้งสมมติฐานใหม่เพื่อสร้างประสบการณ์ความอร่อยกับชาบูได้อย่างมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ซึ่งตัวแปรที่สำคัญก็คือพื้นที่บนโต๊ะ “ปกติแล้วเวลากินชาบู ปัญหาที่เกิดขึ้นคือโต๊ะจะไม่ค่อยกว้างเท่าไร แล้วอุปกรณ์ก็เยอะ มีทั้งถ้วยน้ำจิ้ม จาน ถาดเนื้อ ถาดผัก ของจะเกะกะเต็มไปหมด” คณินอธิบาย “เราก็เลยลองเอาคอนเซ็ปต์ของห้องทดลองมาใช้ การทดลองทางวิทยาศาสตร์มันจะคล้ายกับการกินชาบู คืออุปกรณ์มันจะเยอะ เพราะฉะนั้นในห้องทดลองก็จะมีตู้ไว้เก็บอุปกรณ์ต่างๆ”

  จากตู้เก็บของเหนือโต๊ะทดลองในห้องแล็บกลายเป็นชั้นเก็บของเหนือโต๊ะชาบูในร้านแห่งนี้ ชั้นลอยที่เปิดโล่งออกแบบมาเพื่อวางภาชนะเปล่าหรือขวดน้ำซุปสำหรับเติม ชั้นลอยที่มีฝาปิดใช้เก็บกระเป๋า เสื้อคลุม หรือข้าวของส่วนตัวที่ไม่ต้องการให้กลิ่นอาหารติดออกไปจากร้าน ชั้นลอยนี้ทำให้แต่ละโต๊ะมีพื้นที่ว่างสำหรับการทดลองชิมได้อย่างเต็มที่ อีกทั้งยังทำให้สามารถเพิ่มจำนวนโต๊ะและที่นั่งภายในร้านได้มากขึ้นอีกด้วย

  กลไกการทำงานในร้านมีส่วนสำคัญต่อผลการทดลองชิม ทีม IF จึงออกแบบ Experimental Station โดยรวมพื้นที่จัดเก็บ จัดเตรียม และวางอาหารไว้ในจุดเดียวกัน เพื่อให้พนักงานปฏิบัติการได้โดยสะดวก สามารถควบคุมความสดและความสะอาดของอาหารได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด “เราออกแบบให้ส่วนที่เป็นไลน์บุฟเฟต์กับส่วนที่พนักงานเตรียมของรวมถึงสต๊อกของซึ่งเป็นตู้เย็น อยู่ในตำแหน่งเดียวกัน” คณินอธิบาย “เพราะฉะนั้น พนักงานก็แค่เปิดตู้เย็น เอาผักออกมาจากใต้โต๊ะ แล้วก็เอาขึ้นมาหั่นบนโต๊ะ หั่นเสร็จแล้วก็เอามาวางดิสเพลย์ที่ไลน์ได้เลย ง่ายต่อการทำงาน พนักงานไม่ต้องมาขวักไขว่แย่ง Circulation ของลูกค้าในร้าน”

  บรรยากาศภายในที่ดูสะอาดตาเกิดจากส่วนผสมของสีขาวบนผนัง สีคอนกรีตเปลือยบนพื้น และสีเงินของสแตนเลสบนโต๊ะกับเคาน์เตอร์ เพื่อเพิ่มความน่าสนใจให้ห้องทดลองทางชาบูแห่งนี้ ทีม IF ได้ใช้ไฟนีออนสีแดงและสีฟ้าซึ่งเป็นสีประจำร้านมาแต่งแต้มความสดใสลงไปในจุดต่างๆ นอกจากนั้น ยังมีการนำข้อมูลทางวิทยาศาสตร์มาเพิ่มความสนุกผ่านการออกแบบลวดลายกราฟิกในร้านอีกด้วย “กลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะสื่อสารจะค่อนข้างเด็กหน่อย เพราะฉะนั้น สิ่งที่เราเอาเข้ามาช่วยคือLayer ของงานกราฟิกที่ดูสนุกๆ น่ารักๆ” คณินเล่า “เราเอาพวก Content ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ เช่นตารางธาตุ และ Quote ของนักวิทยาศาสตร์ดังๆ มาเล่นให้ร้านมันดู Friendly และเข้าถึงง่าย สื่อสารความเป็นวิทยาศาสตร์ได้แบบสนุก ชัดเจนขึ้น”

  ผนัง Aluminum Composite สีขาวที่หุ้มภายนอกอาคารไม่เพียงสื่อถึงภาพลักษณ์ขาวสะอาดของห้องทดลองทางชาบูแห่งนี้ หากยังได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่ประชาสัมพันธ์เพิ่มประสิทธิภาพทางการสื่อสารระหว่างทางร้านกับลูกค้าอีกด้วย “ลักษณะการใช้งาน Facade ของร้านอาหารมักจะต้องการพื้นที่สำหรับติดป้ายโฆษณาโปรโมชั่น” คณินกล่าว “เราก็เลยออกแบบ Facade สีขาวให้มันเรียบๆ และมีพื้นที่ด้านขวาไว้สำหรับห้อยป้ายไวนิล ด้านบนเราก็เตรียมที่สำหรับแขวนไว้ มีไฟไว้ส่องเวลากลางคืนด้วย”

  ในขณะที่บริบทรอบๆ อาคารเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ทีม IF ได้ใช้ความคิดสร้างสรรค์ทำปฏิกิริยาในการออกแบบเพื่อเปลี่ยนสายโทรศัพท์ที่ยุ่งเหยิงวุ่นวายด้านหน้าอาคารให้กลายเป็นองค์ประกอบส่วนหนึ่งซึ่งเพิ่มลูกเล่นให้ห้องทดลองแห่งนี้ดูสนุกและน่าสนใจมากยิ่งขึ้น “ตอนแรกมีสายโทรศัพท์วิ่งผ่านหน้าร้านเยอะมากและมันค่อนข้างรกรุงรัง ซึ่งเราไม่สามารถจะเอามันออกได้” คณินเล่า “เราก็เลยออกแบบให้ผนังอาคารมีช่องให้สายพวกนี้วิ่งเข้ามาในอาคารแล้วลอดผ่านหลัง Facade เราไปโดยทำให้มีความรู้สึกเหมือนกับว่าสายพวกนี้พุ่งเข้ามาในตึกแล้วชาร์จพลังให้ห้องแล็บ”

  ที่ Shabu Lab แห่งใหม่นี้ ทีมออกแบบจาก IF ได้จัดเตรียมพื้นที่ไว้ให้ผู้คนที่สนใจในวัฒนธรรมชาบูได้เข้ามาลองสร้างสมมติฐาน ใส่ตัวแปร คิดค้นรสชาติที่อร่อยเหาะถูกใจในบรรยากาศของห้องปฏิบัติการทางชาบูที่สนุก สะอาด และตอบโจทย์ทุกความต้องการในการทดลองชิมอย่างแท้จริง

Project: SHABU LAB
Building: Type Restaurant
Location: Bangkok, Thailand
Owner: Fooder Co., Ltd.
Architect: IF (Integrated Field Co.,Ltd.)
Interior architect: IF (Integrated Field Co.,Ltd.)
Landscape architect: IF (Integrated Field Co.,Ltd.)
Environmental graphic: IF (Integrated Field Co.,Ltd.)

Other collaborators
Lighting designer: Kullakaln Gururatana
Electrical engineer: Site 83
Sanitary engineer: Site 83
Main contractor: Kornkanok Engineering
Interior contractor: Kornkanok Engineering
Lighting contractor: Kornkanok Engineering
D&W contractor: Kornkanok Engineering
Signage contractor: D.R. Advertising

Area Interior: 150 sq.m.

Design: October 2019
Completed: August 2020

Photographer: Ketsiree Wongwan