Ability of curve with tension
เมื่อโลกเข้าสู่ยุคสมัยใหม่ โลกของวงการก่อสร้างได้เกิดวัสดุอันเหลือเชื่อมากมาย มันช่วยให้ความสะดวกสบายแก่มวลมนุษย์อย่างไม่น่าเชื่อ ทั้งราคาถูก แข็งแรง ใช้เวลาก่อสร้างน้อยกว่าแบบดั้งเดิม ไม่ว่าจะเป็นคอนกรีต เหล็ก กระจก ในขณะที่วัสดุแบบดั้งเดิมที่ไม่ได้ทำการพัฒนาปรับปรุง ล้วนถูกกวาดหายไปตามระลอกคลื่นแห่งกาลเวลา ในขณะที่ไม้ถูกลดทอนเป็นวัสดุตกแต่ง กรุปิดผิว ไม่สามารถนำมาเป็นโครงสร้างได้อย่างแพร่หลายเท่ากับวัสดุสมัยใหม่อื่น ๆ แม้ว่ะมีคุณสมบัติที่ยั่งยืน สามารถปลูกทดแทนได้ ไม่ได้ใช้แล้วหมดไปดั่งเช่นคอนกรีต หรือใช้พลังงานในการผลิตมากเช่นคอนกรีต
ในปัจจุบัน ประเทศญี่ปุ่น ไม้เป็นวัสดุที่นำเข้ามาประกอบเป็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัยจำนวนมาก เพราะสังคมญี่ปุ่นมีวัฒนธรรมการปลูกป่าไม้ทดแทนจนเกิดความยั่งยืน เราสามารถเห็นสถาปัตยกรรมร่วมสมัยที่มีรูปทรงหวือหวา แปลกตา แต่ย้อนกลับไปดูกระบวนการก่อสร้าง มันดูน่าอัศจรรย์มากที่ภายใต้รูปทรงเหล่านั้นถูกประกอบขึ้นจากไม้ ไม่ใช่เหล็ก ตามที่เราพบเจอจากสื่อต่าง ๆ ในคราวนี้จะพากันไปสำรวจการค้นหาศักยภาพที่เค้นให้หาคำตอบใหม่จากไม้ที่จังหวัดไอชิ ประเทศญี่ปุ่น
ในย่านชุมชน มีบ้านพักอาศัยหนาแน่นของไอชิ มีอาคารสนักงานรูปทรงแปลกตา คล้ายจานโค้งสีขาววางบนกล่องกระจก จานพาดยาวแอ่นโค้ง เมื่อมองไปยังใต้จานนั้นกลายเป็นโครงสร้างไม้พาดตัวยาวเกือบ 10 เมตร อาคารนี้เป็นสำนักงานขนาดเล็ก ผลงานการออกแบบสถาปัตยกรรมโดย Studio Velocity สำนักงานสถาปนิกญี่ปุ่นรุ่นใหม่ที่มีงานน่าสนใจในการตั้งคำถามถึงความเป็นไปได้ของโปรแกรมใหม่มาให้ดูเสมอ ในการตั้งคำถามถึงงานนี้ สถาปนิกมองมันด้วยคำถามที่เริ่มต้นว่า มีความเป็นไปได้ที่จะสร้างหลังคาโค้งแบนให้คนสามารถขึ้นไปใช้ได้จำนวนมากด้วยวิธีไหน? อย่างไรได้บ้าง?

คำตอบที่นำมาใช้พิจารณาคือ หากใช้โครงสร้างที่เป็นคอนกรีตเสริมเหล็ก และโครงสร้างเหล็กพร้อมไม้ประกบ จะใช้ราคาสูง แต่ได้ความหนาเป็นที่น่าพอใจของสถาปนิก ในขณะที่ใช้โครงสร้างที่ผสมแบบรูปทรงหลายเหลี่ยม พร้อมวัสดุตกแต่ง ผลลัพธ์ที่ได้จะเป็นโครงสร้างที่หนาเกินรับได้ จากการตั้งคำถาม สถาปนิกได้ข้อสรุปคือการสร้างหลังคาโค้งด้วยแรงโน้มถ่วง และแรงดึง จากวัสดุคือไม้สนไซเปรสญี่ปุ่น เป็นไม้ชิ้นเล็กที่ถูกนำมาประกบจนเป็นคานแบน สามารถรับน้ำหนักสำหรับผู้คนจำนวนมากได้ พร้อมกับพาดช่วงโครงสร้างเกือบ 10 เมตร


กระบวนการออกแบบคานโค้ง มาพร้อมกับการทดลอง แล้วทดสอบถึงขีดจำกัดของโครงสร้างไม้ประกบ เริ่มจากวางคานไม้แบน เริ่มเพิ่มแรงดัดในคานจากน้ำหนักที่กดลงไป 20 กิโลนิวตัน จนถึงจุดที่คานไม้แอ่นได้มากสุด แล้วติดตั้งเสารับแรงดึง 2 ต้น ระหว่างช่วงพาด จากนั้นเอาน้ำหนัก 20 กิโลนิวตันออก เสารับแรงดึงจะทำหน้าที่ที่เราไม่คุ้นเคย จากที่ปรกติเสาจะรับแรงอัด แต่ในคราวนี้จะรับแรงดึงจากการดึงตัวกลับของคานไม้แบนที่แรง 10 กิโลนิวตันต่อต้น จนเมื่อมีคนขึ้นไปใช้งานบนหลังคาที่รับได้จำนวน 150 คน หรือ 40 กิโลกรัมต่อตารางเมตร เสาจะรับแรงดึงน้อยลงที่ 7.5 กิโลนิวตันต่อต้น การทดลองหาคำตอบนี้สามารถรองรับความคิดของสถาปนิกที่ต้องการออกแบบอาคารสำนักงานที่มีพื้นที่อเนกประสงค์ รองรับกิจกรรมได้หลากหลาย จากสเปซภายในที่โปร่ง เชื่อมโยงเข้าหากันได้ทั้งหมด พร้อมกับลดความอึดอัดด้วยการเติมคอร์ตกลางอีก 3 แห่ง ที่สามารถเพิ่มความสว่างในสเปซ หากต้องการพื้นที่สันทนาการกลางแจ้ง สามารถขยายกิจกรรมด้วยการขึ้นไปใช้บนหลังคาได้อีก แม้หลังคาผืนใหญ่ แต่ลดการแกว่งตัวด้วยไม้ชิ้นเล็ก
หากมองที่การใช้วัสดุ ใช้วัสดุที่พบได้ทั่วไป เช่น บานกระจก พื้นคอนกรีตเปลือยผิว ไม้ที่เป็นวัสดุหลัก ไม้เป็นทั้งโครงสร้างและตกแต่งไปพร้อมกัน และหลังคาที่ใช้ waterproof painting ความเรียบง่ายช่วยขยายเนื้อหาให้ชัดเจน และช่วยขยายไปยังสิ่งที่เป็นใจความสำคัญได้อีกเช่นกัน






