
Under my roof
กิจกรรมหลากหลาย เกิดขึ้นได้ภายใต้ชายคาเดียวกันที่ 'The Roof House' ผลงานออกแบบโดย 'ลูกเล่นสถาปนิก'
ก๊วนสุภาพบุรุษตั้งวงสนทนาอย่างครื้นเครงอยู่ที่ลานด้านหน้า เสียงเปียโนดังแว่วมาจากมุมห้องด้านใน สุนัขตัวใหญ่วิ่งมาวิ่งไปอยู่ในสวนนอกชาน ทุกเหตุการณ์ดำเนินไปโดยไม่รบกวนซึ่งกันและกัน ภายใต้หลังคาทรงปั้นหยาของบ้าน The Roof House บ้านซึ่งเป็นส่วนต่อขยายที่ออกแบบมาเพื่อเป็นพื้นที่ส่วนกลางสำหรับรองรับกิจกรรมหลากหลายของสมาชิกทุกคนในครอบครัว
เมื่อบ้านเดิมมีพื้นที่ส่วนกลางไม่เพียงพอต่อการรองรับกิจกรรมที่แตกต่างกันของคนในบ้าน การออกแบบก่อสร้างส่วนต่อขยายบนที่ดินข้างเคียงจึงเริ่มต้นขึ้น "บ้านเก่าก็ใหญ่อยู่ แต่พื้นที่ส่วนกลางจะเล็กมาก เวลาเพื่อนพ่อมาสังสรร 6-7 คนก็จะคับแคบมากๆ และเวลาที่ลูกจะสอนเปียโนในวันเสาร์อาทิตย์ก็จะรบกวนกัน" ณัฐพล เตโชพิชญ์ ผู้ก่อตั้งสำนักงานออกแบบ ลูกเล่นสถาปนิก เล่าถึงจุดเริ่มต้นในการออกแบบบ้านหลังนี้ "บ้านนี้จึงเป็น Space ที่กว้างและใหญ่ สามารถทำกิจกรรมได้หลายกิจกรรม"

ด้วยงบประมาณที่ไม่สูงนัก ประกอบกับทำเลซึ่งเป็นที่ดินขนาดย่อมห้อมล้อมด้วยบ้านทรงสูงสามด้าน ทีมสถาปนิกเสนอแนวคิดที่จะสร้างบ้านชั้นเดียวซึ่งสามารถใช้ประโยชน์จากที่ดินขนาดจำกัดได้อย่างเต็มที่ โดยสร้างความเชื่อมต่อระหว่างภายในและภายนอกทำให้บ้านปลอดโปร่งโล่งสบาย เกิดเป็นบ้านที่มีผังอาคารลักษณะตัว "U” ซึ่งอยู่ภายใต้หลังคาทรงปั้นหยาผืนใหญ่ "ผมเริ่มจากหาข้อจำกัดของโครงการ ข้อจำกัดแรกที่เจอก็คือสภาพของพื้นที่ที่เล็กขนาด 16x16 เมตรซึ่งขนาบด้วยบ้านสูงๆ ทั้งสามด้าน และอีกข้อจำกัดคืองบประมาณที่ไม่สูงนัก" ณัฐพลกล่าว "ผมเลยเสนอไอเดียว่าไม่ต้องสร้างบ้านใหญ่ ทำบ้านชั้นเดียวโดยเริ่มจากขอบเขตของสี่เหลี่ยมจตุรัส แล้วสร้าง Boundary ให้มี Courtyard ตรงกลางเป็นจุด Focus ของคนในบ้าน แล้วเป็นพื้นที่ซึ่งสามารถเปิดเชื่อมต่อกับ Outdoor ได้"


การเชื่อมต่อพื้นที่ภายในสู่ภายนอกของบ้านหลังนี้เกิดจากการใช้ประโยชน์ของหลังคาทรงปั้นหยาผืนใหญ่ซึ่งสามารถรับมือกับภูมิอากาศของเมืองไทยได้ในทุกสภาวะ ทั้งแดดร้อนและลมฝน การยื่นชายคารอบตัวบ้านทำให้ผนังภายนอกทุกด้านมีหน้าต่างซึ่งสามารถเปิดออกรับลมได้อย่างเต็มที่ โดยที่ชายคาทำหน้าที่ป้องกันไอร้อนในวันแดดจัดและละอองน้ำในวันฝนตกไม่ให้เข้ามารบกวนการใช้งานพื้นที่ภายใน
ขนาดของที่ดินไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการสร้างสรรค์รูปทรงที่น่าสนใจให้กับพื้นที่ภายในบ้านหลังนี้ ในขณะที่พื้นที่แนวราบถูกล้อมด้วยกรอบรูปทรงสี่เหลี่ยมจตุรัสกว้างเพียงด้านละ 16 เมตร ทีมสถาปนิกเลือกใช้พื้นที่ทางตั้งอันไร้ขอบเขตให้เกิดประโยชน์สูงสุดและสร้างรูปทรงของห้องที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวขึ้นมา "เราอยากให้ Space มี Character ที่โดดเด่นแตกต่างจากบ้านเดิม ก็เลยทำให้มันเป็น Space เฉียงฟอร์มเดียวกับหลังคา ทำให้มันโปร่งโล่งที่สุด" ณัฐพลกล่าว "ทำให้ Space ภายในบ้านลืมความเป็นสี่เหลี่ยมจตุรัสของบ้านไป ด้วยเส้นสายของแกนที่เฉียงและแกนของหลังคาที่เฉียงเข้าไปสู่ Courtyard”


ในความธรรมดาของหลังคาทรงปั้นหยาที่สามารถพบเห็นได้ทั่วไป ทีมสถาปนิกสอดแทรกความแปลกใหม่เข้าไปในหลังคาของบ้านหลังนี้ด้วยการเว้นที่ว่างไว้ตรงกลาง แล้วเปิดหลังคาฝั่งหนึ่งออกเป็นช่องแสง ทำให้เกิดพื้นที่สวนกลางแจ้งที่เปิดให้ผู้อยู่อาศัยสามารถแหงนหน้ามองวิวท้องฟ้าได้จากในบ้าน "เราเจาะ Void ตรงกลางให้หลังคาปั้นหยาเปลี่ยน Character และเปลี่ยนหน้าที่การทำงานไป กลายเป็นช่องระบายอากาศที่อยู่กลางอาคารเลย" ณัฐพลอธิบาย "หลังคาที่มีสี่ด้าน เราเลือกที่จะดึงด้านทิศเหนือออกไป เนื่องจากเป็นด้านที่ได้รับแสงช่วงเช้าที่ไม่ร้อน และเราต้องการเพิ่มพื้นที่ในการระบายอากาศเพิ่มขึ้นในแนวนอน"
ด้วยช่องเปิดกลางหลังคาและการยกแผงหลังคาฝั่งเหนือของบ้านออก ทำให้สวนกลางบ้านเปิดรับแสงธรรมชาติอย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกัน เพื่อสร้างความเป็นส่วนตัวให้กับสมาชิกในบ้าน แผงระแนงไม้ถูกนำมาใช้แทนที่ผืนหลังคาฝั่งทิศเหนือซึ่งเปิดออก ทำให้คนภายนอกไม่สามารถมองเข้ามาเห็นกิจกรรมในสวนและพื้นที่ในบ้านได้

สวนกลางบ้านตกแต่งด้วยพันธุ์ไม้ที่ดูแลง่าย ทั้งไม้คลุมดินและไม้ซึ่งอยู่ในแนวรั้ว โดยมีต้นแสงจันทร์เก่าแก่ซึ่งอยู่คู่กับที่ดินผืนนี้มาตั้งแต่รุ่นคุณปู่เป็นจุดศูนย์กลาง ทุกมุมในบ้านสามารถเปิดรับวิวสวนได้ผ่านผนังกระจกผืนใหญ่ หรือออกมาใช้พื้นที่บนระเบียงเพื่อสัมผัสกับธรรชาติอย่างใกล้ชิด
การวางผังอาคารเป็นรูปตัว U ที่ล้อมรอบสวนทำให้ง่ายต่อการจัดระเบียบพื้นที่สำหรับกิจกรรมต่างๆ ทั้งบริเวณนั่งเล่นที่อยู่ด้านหน้า มุมเปียโนซึ่งตั้งอยู่ตรงกลาง ก่อนที่จะเข้าไปถึงบริเวณโต๊ะทานอาหารด้านใน โดยมีครัวและพื้นที่บริการอื่นๆ ตั้งอยู่ที่อีกฟากของอาคาร พื้นที่ทั้งหมดนี้เชื่อมต่อกันด้วยมุมมองผ่านสวน ในขณะเดียวกันก็มีสวนเป็นตัวแบ่งกั้นทางกายภาพที่ทำให้เกิดความเป็นสัดส่วนเอื้อต่อการทำกิจกรรมต่างๆ ของสมาชิกแต่ละคนได้โดยไม่รบกวนซึ่งกันและกัน

พื้นที่ด้านหน้าเป็นลานโล่งขนาดใหญ่ซึ่งเกิดจากการออกแบบที่ต้องการให้บ้านหลังเล็กดูใหญ่และกว้างมากที่สุด ด้วยการใช้โครงสร้างเหล็กทำให้ทางเข้าด้านหน้าบ้านผายออกเกิดเป็นพื้นที่สี่เหลี่ยมคางหมูที่มีหน้ากว้าง 14 เมตรและมีผนังทำมุมเอียงพุ่งเข้าไปสู่สวนกลางบ้าน พื้นที่บริเวณนี้ทำหน้าที่เป็นลานอเนกประสงค์ ทั้งเป็นที่จอดรถ เป็นทางเข้าหลักของบ้านใหม่และบ้านเดิม เป็นลานให้สุนัขออกมาวิ่งเล่นได้ในวันที่ไม่มีแขก และกลายเป็นพื้นที่สังสรรค์เมื่อเพื่อนฝูงของคุณพ่อแวะเวียนมาเยี่ยมเยือน
ภายใต้หลังคาปั้นหยาผืนใหญ่ อาคารหลังใหม่เชื่อมต่อพื้นที่สวนภายนอกเข้าสู่พื้นที่ใช้สอยภายใน กลายเป็นบ้านที่สามารถรองรับกิจกรรมอันหลากหลายของสมาชิกแต่ละคนในครอบครัวได้อย่างครบถ้วนโดยไม่มีการรบกวนกันและกัน บนที่ดินผืนเล็ก The Roof House แบ่งสรรปันส่วนพื้นที่ไว้สำหรับรองรับการพบปะสังสรรค์ของผองเพื่อน มีมุมดนตรีสำหรับศิลปินตัวน้อย และมีที่ให้เจ้าสี่ขาได้วิ่งเล่นอย่างเสรีได้ภายใต้ชายคาเดียวกัน
Project Name: The Roof House
Architecture Firm: Looklen Architects
Website: www.looklen.squarespace.com
Contact e-mail: [email protected]
Firm Location: 48 Soi Sathupradit 57, Sathupradit Road, Bang Pong Pang, Yannawa, Bangkok 10120 Thailand
-
Completion Year: 2019
Gross Built Area: 190 Sq.m.
Project location: 247 Soi Lat Phrao 34, Lat Phrao Road, Samsen Nok, Huai Khwang, Bangkok 10310 Thailand
-
Lead Architects: Nuttapol Techopitch
Lead Architects e-mail: [email protected]
Media Provider
Photo credits: Varp Studio
Additional Credits
Design Team: Pinyo Rungreungsamrith, Petch Panupattanapong, Chitsanupong Runglertnirund
Clients: Pacharanan Marittida
Structural Engineer: Worapoj Thamasungkeeti
System Information Engineer: Ummarin Jantaket, Sanwisit Sriboonpeng
Landscape: Looklen Architects
Interior : Looklen Architects
Lighting Design: Lundi Light Design Co.,Ltd. Constructor: 95 Engineering Co.,Ltd.