Prim House
Studio Locomotive ออกแบบบ้านสองชั้นสีขาวที่เรียบง่ายให้กับเจ้าของผู้รักต้นไม้ ชอบสัตว์ และไม่ประสงค์ จะสร้างหนี้จากการสร้างบ้าน

  แดดอ่อนๆ ส่องลงมาผ่านหลังคาโปร่งแสง เจ้าของบ้านนั่งแกว่งขานอนไกวเปล สุนัขตัวน้อยสองตัววิ่งเล่นไล่กวดกันไปมาในสวนเล็กๆ กลางบ้าน ที่นี่คือ Prim House บ้านสีขาวหลังน้อยที่ออกแบบมาให้คนรักสัตว์ได้ใช้ชีวิตใกล้ชิดกับธรรมชาติภายใต้บรรยากาศที่ไม่มีอะไรมากเกินหรือน้อยไป ทุกอย่างพอดิบพอดีกับการรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตพื้นฐานของเจ้าของบ้านได้อย่างพอเหมาะพอเจาะ

  บนที่ดิน 100 ตารางเมตร Studio Locomotive สำนักงานสถาปนิกในภูเก็ต ออกแบบบ้านสองชั้นสีขาวที่ดูเรียบง่ายและใช้ประโยชน์จากความน้อยให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด “บ้านหลังนี้เริ่มต้นจากความรักต้นไม้ ชอบสัตว์ และมีเป้าหมายที่จะสร้างบ้านแบบไม่มีหนี้ ในจังหวัดภูเก็ตบ้านเกิด” ทีมสถาปนิกเล่าถึงที่มาของการออกแบบบ้าน Prim House บ้านซึ่งใช้ชื่อเดียวกับชื่อเจ้าของบ้านที่มีความหมายว่า “วางท่าทีเหมาะสม”

  การวางผังในลักษณะเดียวกับอาคารพาณิชย์ซึ่งสร้างชิดติดขอบที่ดิน ช่วยเพิ่มพื้นที่ใช้สอยภายในบ้าน แต่ในขณะเดียวกันก็ทำให้เกิดข้อจำกัดเรื่องการรับแสงธรรมชาติและการถ่ายเทอากาศ เนื่องจากไม่สามารถเจาะหน้าต่างบนผนังทั้งสองข้างได้ เกิดเป็นอาคารที่มีหน้าแคบและมีความลึกคล้ายตึกแถว แต่ด้วยการออกแบบขนาดและวางตำแหน่งของช่องเปิดด้านหน้า ด้านหลัง และกลางบ้านให้มีความสัมพันธ์กันอย่างลงตัว บ้าน Prim House กลายเป็นบ้านที่หายใจได้สบายอีกทั้งยังระบายความร้อนได้สะดวก “ช่องเปิดด้านหน้ามาจากประตูกระจกแผงใหญ่ ช่องเปิดด้านหลังมาจากช่องลมเต็มความกว้างของบ้านและช่องเปิดกลางบ้านมาจากหลังคาที่เป็นส่วนยกสูงขึ้น เปิดให้ความร้อนลอยตัวออก” ทีมสถาปนิกอธิบาย “ช่องกลางบ้านยังใช้หลังคาใสเพื่อให้มีแสงธรรมชาติเข้าถึงพื้นที่บ้านได้เกือบทุกส่วน เข้าได้ทั้งวัน โดยบันไดและทางเชื่อมห้องนอนยังทำมาจากเหล็กรูและตะแกรงเหล็ก เพื่อให้ทางเดินสองส่วนนี้ ปล่อยให้แสงลอดลงมาถึงชั้นล่างได้ทั้งแนว ไม่เป็นปัญหากับต้นไม้ที่ปลูกไว้ข้างใต้”

  นอกจากจะเปิดให้แสงธรรมชาติเข้ามาในพื้นที่ส่วนกลางของบ้านแล้ว ช่องแสงและช่องลมบนหลังคาใสนี้ยังเชื่อมต่อไปยังบริเวณเหนือห้องน้ำชั้นสอง ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการระบายอากาศได้โดยไม่ต้องติดตั้งพัดลมดูดอากาศ ทำให้ห้องน้ำแห้งไวไม่อับชื้น ปลอดกลิ่นไม่พึงประสงค์

  เพื่อให้ทุกพื้นที่ในบ้านเปิดรับแสงธรรมชาติได้อย่างเต็มที่ จึงมีการใช้ผนังเพียงเท่าที่จำเป็น โดยพื้นที่ชั้นล่างเปิดโล่งเชื่อมต่อถึงกันตั้งแต่บริเวณด้านหน้าจนถึงด้านหลัง ในขณะที่พื้นที่ซึ่งต้องการความเป็นส่วนตัวและจำเป็นต้องมีผนังกั้น เช่น ห้องนอน และห้องน้ำ ได้รับการจัดวางไว้บนชั้นสองทั้งหมด อย่างไรก็ตาม ห้องที่มีผนังกั้นเหล่านี้ก็ยังมีช่องหน้าต่างที่สามารถเปิดรับมุมมองของสวนไม้เลื้อยกลางบ้านได้ด้วยเช่นกัน

  เพื่อออกแบบบ้านที่น่าอยู่ตรงใจเจ้าของโดยไม่ก่อให้เกิดหนี้สินในการก่อสร้าง การควบคุมงบประมาณกลายเป็นปัจจัยสำคัญในการออกแบบ ทีมสถาปนิกจึงเลือกที่จะสร้างสรรค์องค์ประกอบที่ตอบสนองรูปแบบการใช้ชีวิตพื้นฐานเป็นหลัก ทั้งเรื่องความปลอดภัย พื้นที่เพื่อการใช้ชีวิตประจำวัน และคุณภาพความเป็นอยู่ในบ้าน “ความสวยงามที่เกิดจากการตกแต่งทั้งหมดถูกยกให้เป็นเรื่องรอง แล้วค่อยๆ ถูกแต่งเติมในภายหลังจากความชอบและความสนใจของเจ้าของบ้าน” ทีมสถาปนิกกล่าว “ทั้งต้นไม้ประดับ งานคราฟท์ และงานศิลปะ ให้บ้านค่อยๆ เติบโต และเพิ่มเรื่องราวไปพร้อมกับการใช้ชีวิตและประสบการณ์ของเจ้าของบ้าน”

  การวางแผนขั้นตอนการก่อสร้างก็มีส่วนสำคัญกับงบประมาณด้วยเช่นกัน ทีมสถาปนิกเลือกใช้เทคนิคในการก่อสร้างที่เรียบง่ายไม่ซับซ้อน มีการใช้วัสดุที่ช่างในท้องถิ่นคุ้นเคยและมีความเชี่ยวชาญอยู่แล้ว เช่น การดัดแปลงการใช้ผลิตภัณฑ์จากเหล็ก ช่องลม ปูนเปลือยขัด เพื่อลดความยุ่งยากและโอกาสที่จะเกิดความผิดพลาดระหว่างการก่อสร้าง

  การประหยัดพลังงานเป็นอีกหนึ่งหัวข้อสำคัญในการออกแบบบ้านหลังนี้ ด้วยการวางผังอาคารซึ่งสามารถระบายอากาศได้ดี และมีแสงธรรมชาติเข้าไปในทุกส่วนอย่างทั่วถึง ทำให้บรรยากาศภายในบ้าน Prim House ร่มเย็นน่าอยู่และมีแสงสว่างเพียงพอตลอดช่วงเวลากลางวันโดยไม่ต้องใช้พลังงานไฟฟ้า

  จากรูปทรงที่ดูเรียบง่ายไม่มากไม่น้อยเกินไป บ้านสองชั้นสีขาวหลังนี้เลือกเฟ้นที่จะบรรจุเฉพาะองค์ประกอบซึ่งสร้างสรรค์มาเพื่อตอบสนองความพึงพอใจในการใช้ชีวิตสงบสุขของผู้เป็นเจ้าของได้อย่างพอดิบพอดี ทั้งพื้นที่สีเขียวของคนรักต้นไม้ ลานวิ่งเล่นของสัตว์เลี้ยงตัวโปรด และบรรยากาศน่าอยู่ในบ้านหลังเล็กที่เป็นเจ้าของได้โดยไม่ก่อให้เกิดภาระหนี้สิน

Prim House
ที่ตั้ง: ภูเก็ต
สร้างเสร็จ: 2019
พื้นที่ใช้สอย: 140 ตารางเมตร
สถาปนิก: Studio Locomotive
https://www.facebook.com/studiolocomotivedesign/
https://www.instagram.com/studiolocomotive/ (@studiolocomotive)