Arrom Orchid
Aesthetic of Bamboo with Sunlight


เรื่อง : สาโรช พระวงค์ / ภาพ : Spaceshift Studio

  วัสดุที่เริ่มมีความนิยมในฐานะทางเลือกใหม่ให้กับสถาปัตยกรรมบนโลกที่ถามหาความยั่งยืน เราคงไม่สามารถปฏิเสธได้ถึงการมาของไผ่ในศตวรรษนี้ได้ แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาไผ่ได้ถูกหลงลืมไป และมักฝังตัวเองไปกับสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นเสียมาก แต่ในปัจจุบันไผ่ได้มีบทบาทแสดงตัวในฐานะวัสดุชูโรงให้กับสถาปัตยกรรมร่วมสมัยอย่างมาก ดูเป็นเทรนด์ที่ไม่อาจปฏิเสธได้ถึงการตอบโจทย์ในบริบทปัจจุบันนี้

  ขึ้นไปทางภาคเหนือ ที่อำเภอแม่ริม จังหวัดเชียงใหม่ มีสวนกล้วยไม้ชื่อว่า สวนบัวแม่สาออร์คิด ที่ดำเนินกิจการสำหรับให้คณะทัวร์มาชมกล้วยไม้มากว่า 30 ปี จนถึงวันหนึ่งที่ต้องมีการปรับปรุงสวนกล้วยไม้นี้ ให้เติบโตรับกับยุคสมัย จึงมีการปรับปรุง และเพิ่มกิจกรรมใหม่เข้าไป ประกอบไปด้วยร้านอาหาร ร้านขายของที่ระลึก ในชื่อ อารมณ์ ออร์คิด ที่มีจุดขายคือร้านอาหารในสวนกล้วยไม้ โจทย์ที่มาถึงสถาปนิก Studio Miti โดย เผดิมเกียรติ สุขกันต์ และธนกร วัฒนโชติ คือการผสานเรื่องราวเก่าและใหม่ ให้มีลมหายใจใหม่แบบร่วมสมัยด้วยไผ่

  สิ่งที่สถาปนิกใช้เริ่มต้นงานการเข้าไปสำรวจพื้นที่เดิม โครงสร้างเดิมถูกนำพิจารณาถึงเป็นสิ่งแรกในการกำหนดทิศทาง ด้วยเป็นการออกแบบปรับปรุง ต่อเติม จากแต่เดิมเป็นเรือนเพาะชำกล้วยไม้ที่มีวัสดุเป็นโครงสร้างเหล็กในขนาด 3.00x3.00 เมตร เรียงตัวเป็นตารางคลุมพื้นที่กว้าง หากหมอศัลยกรรมคือผู้รับหน้าที่เปลี่ยนแปลงโครงสร้างเดิมของมนุษย์ให้ดูดีขึ้น สำหรับงาน renovation สถาปนิกก็คือผู้สร้างศัลยสถาปัตยกรรมด้วยการเข้าไปศัลยกรรมพื้นที่เดิม ทั้งเฉาะเฉือน ต่อเติม สเปซเก่าให้ใหม่ขึ้นมา ในงานนี้พื้นที่เดิมทางปีกตะวันตกถูกเข้าไปตัดต่อให้มีขนาดเล็กลอง และยังคงกริดขนาด 3.00x3.00 เมตร กลายเป็นส่วนเรือนเพาะชำ ส่วนปีกตะวันออกเปลี่ยนกิจกรรมเป็นภัตตาคาร ส่วนบริการ ถูกคลุมด้วยกริดขนาด 6.00x6.00 เมตร ในพื้นที่อาคารเดิมทางด้านทิศเหนือปรับเป็นร้านกาแฟ ส่วนต้อนรับ แลบกล้วยไม้

(คลิกภาพเพื่อดูภาพใหญ่)

  ส่วนพิเศษของการปรับปรุงครั้งนี้คือการเลือกใช้ไผ่มาเป็นวัสดุหลัก ไผ่ถูกล้อมไปกับโครงสร้างเสา คานหลังคา แต่ส่วนที่สะดุดตาคือไผ่เรียงแนวตั้งเป็นแผงยาวไปตลอด ทั้งส่วนที่เป็น parapet และแทรกเป็นแผงยาวไปตามเส้นตารางอย่างสงสัยในหน้าที่ของพวกมัน การสร้างแพทเทิร์นเหล่านี้มาจากกระบวนหาจังหวะของกริดหลังคา กับการทำงานร่วมกันกับแสงอาทิตย์

  พื้นที่ส่วนเรือนเพาะชำถูกจัดให้เป็นสวนในร่ม มีทั้งกล้วยไม้ พืชที่ต้องการแสงในร่ม การออกแบบพื้นที่ส่วนนี้จึงลดความจัดจ้าของแสงอาทิตย์ที่เชียงใหม่ด้วยผืนบังแดดแบบที่ใช้ในโรงเกษตร และการใช้แผงบังแดดที่หลังคาทำจากไผ่แนวตั้งล้อมส่วนบนไว้ในขนาด 3.00x3.00 เมตร แผงแนวตั้งทั้ง 4 ด้านจะบังแดดทาบซ้อนไปมา ทำให้การออกแบบในส่วนที่แผงบังแดดสูงจะมีระยะห่างของกริดมาก มีทั้ง 3.00x6.00 เมตร และ6.00x6.00 เมตร ทำให้พื้นที่ส่วนสวนกล้วยไม้มีแสงสลัวที่เข้ม จาง เป็นระดับต่าง ๆ กันไป ไม่สม่ำเสมอตามพันธุไม้ที่ถูกวางไว้

  พื้นที่ส่วนปรับปรุงใหม่ กลายเป็นพื้นที่ภัตตาคารภายใต้กริดขนาด 6.00x6.00 เมตร และเสริมเป็นกริดย่อยขนาด 2.00x2.00 เมตร ภายในตัวมันเอง การควบคุมแสงอาทิตย์ในส่วนนี้ถูกควบคุมให้สลัวจาก parapet โดยรอบ และแผงไผ่แนวตั้งในกริด 2.00x2.00 เมตร แสงที่ลอดผ่านแผงไผ่ พร้อมผืนผ้าที่เป็นฝ้ากรองแสง จะสร้างเงาสลัวให้มีบรรยากาศเหมาะกับพื้นที่รับประทานอาหาร ด้วยเงาระดับต่าง ๆ ตามช่วงเวลาของวันไปพร้อมกับแสงซี่เล็ก

(คลิกภาพเพื่อดูภาพใหญ่)

  เผดิมเกียรติ design director ของ Studio Miti เอ่ยถึงความเป็นมาของชุดหลังคาว่า
  “ถ้ามองไปที่หลังคา เราออกแบบให้มันมีหน้าที่แยกกัน แต่ผสานการทำงานกัน ที่ layer บนสุดเป็นหลังคามีหน้าที่กันฝนให้ด้านล่างใช้งานได้ตลอด ส่วนแผงไม้ไผ่แนวตั้งมีหน้าที่กรองแสงอาทิตย์ลงมา มุมของแสงที่ส่องลงมามีมุมต่าง ๆ กันไปของวัน มันซ้อนทับกันมากน้อยตามเวลา ทำให้ควบคุมเงาสลัวตลอดวัน จนเกิดบรรยากาศที่เราต้องการ”
  มองมาที่งานนี้แล้วชวนให้คิดถึง Louis Kahn เคยถามนักศึกษาในห้องบรรยายว่า อิฐอยากเป็นอะไร?
  แล้วไผ่ละ อยากเป็นอะไร?

Project name : Arrom Orchid
Architecture Firm : Studio Miti
Contact e-mail : [email protected]
Facebook Page : https://www.facebook.com/studiomitidesign/

Address : Bangkok , Thailand

Year of Complete : 2019
Area : 432 Sq.m.
Location : Mae Rim , Chaing Mai

Architect : Padirmkiat Sukkan , Thanakorn Watthanachote
Interior : Padirmkiat Sukkan


Photo credit : Spaceshift Studio


Owner : Weerachai Jumnuan
Landscape : Padirmkiat Sukkan
Engineering : Jedsadapong Jumderm