
The 10 Years of Gordon Matta-Clark
ผลงานของ Matta-Clark ที่สร้างมาตลอดสิบปีในชีวิตการทำงานถือเป็นบันทึกครั้งสำคัญในวงการศิลปะศตวรรษที่ 20 ซึ่งนักเรียนศิลปะทุกคนควรศึกษา แต่แปลกที่นักเรียนสถาปัตยกรรมและศิลปะในไทยน้อยคนจะรู้จักเขา
Gordon Matta-Clark เกิดและเติบโตมาในครอบครัวศิลปิน หลังเรียนจบปริญญาตรีสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยคอร์แนลในปี 1968 เขาเริ่มสร้างงานศิลปะผ่านการทดลองตั้งสมมติฐานจากวัสดุและพฤติกรรมของผู้คนผ่านนัยยะต่างๆ ในสถาปัตยกรรม ผลงานสร้างชื่อที่สุดคงจะหนีไม่พ้น “การตัดอาคาร (building cut)” ที่ใช้เครื่องมือจริงตัดอาคารเก่าทิ้งร้างหรืออาคารที่กำลังถูกรื้อ และบันทึกข้อมูลทั้งหมดรวมทั้งขั้นตอนต่างๆ ก่อนที่อาคารจะพังทลายลง การตัดอาคารของเขาแต่ละหลังนั้น สร้างพื้นที่ใหม่ในอาคารเก่าได้อย่างน่าสนใจ บวกกับมุมมองความเป็นศิลปินทำให้งานศิลปะที่ Matta-Clark ถ่ายทอดออกมาจากงานสถาปัตยกรรมหลอมหลวมเป็นเรื่องเดียวกันได้อย่างกลมกลืน น่าเสียดายที่โรคมะเร็งคร่าชีวิตเขาไปก่อนวัยอันควร เราจึงเห็นผลงานของเขาเพียงแค่สิบปีเท่านั้น

เมื่อปลายปีที่แล้ว Power Station of Art แกลเลอรี่นิทรรศการศิลปะร่วมสมัยชื่อดังในเซี่ยงไฮ้ ร่วมกับ Mark Wigley อาจารย์สถาปัตย์แห่งมหาวิทยาลัยโคลัมเบีย ผู้เชี่ยวชาญด้านประวัติศาสตร์และทฤษฎีสถาปัตยกรรม ถือโอกาสครบรอบ 41ปีในการจากไปของ Matta-Clark นำผลงานทั้งหมดของเขามาจัดแสดงที่เซี่ยงไฮ้ อันประกอบไปด้วย ภาพวาด 100ภาพ รูปถ่าย 60รูป วิดีโอบันทึกผลงาน 8เรื่อง และเอกสารต่างๆ รวมถึงภาพสเกตซ์ทางสถาปัตยกรรมที่เขาเคยสร้างสรรค์ขึ้น Wigley ในฐานะ exhibition curator ใช้พื้นที่ทั้งหมดของห้องนิทรรศการแบ่งออกเป็นสิบส่วนทุก 4.2 เมตร จัดแสดงงานตามลำดับปีล้อไปกับการตัดอาคารของ Matta-Clark


เขาพาผู้ชมย้อนไปตั้งแต่ช่วงปีค.ศ. 1969 ที่ Matta-Clark เพิ่งเรียนจบและเริ่มทำการทดลองงานศิลปะในห้องพักที่นิวยอร์ค โดยใช้วุ้นสกัดจากสาหร่ายทะเลวางไว้ในกะทะขนาดยักษ์ที่ห้อยลงมาจากฝ้าเพดาน เมื่อจุลินทรีย์ในอากาศเข้าไปทำปฏิกิริยากับวุ้นเหล่านั้นทำให้เกิดเป็นรูปทรงและสีสันต่างกันไป การทดลองทางชีวภาพนี้ได้สร้างรูปธรรมชาติที่ไร้ฟอร์ม ซึ่งตรงกันข้ามกับการสร้างงานสถาปัตยกรรมโดยสิ้นเชิงที่สถาปนิกมักคำนึงถึงรูปลักษณ์และรูปทรงของอาคาร



GARBAGE WALL INSTALLATION
ผลงานในช่วงสองปีแรกนั้น Matta-Clark ให้ความสนใจกับการทดลองที่เกิดจากการใช้วัสดุรอบตัว การนำขยะกลับมาใช้ รวมไปถึงวัฏจักรของพืช ภาพสถาปัตยกรรมในมุมมองของเขานั้น คือความไม่ยั่งยืน การไม่มีอยู่ การหมุนเวียนแปรเปลี่ยนไปตามกาลเวลา เช่นงาน Tree Dance ที่เขาใช้เพียงเชือก หรือผ้าบางๆ สร้างพื้นที่ต่างๆ บนยอดต้นไม้ หรือการสร้างผนังที่ทำมาจากเศษขยะ งานเหล่านี้ล้วนเสียดสีการแสดงออกของสถาปัตยกรรมยุคโมเดริ์นที่เฟื่องฟูฟุ้งเฟ้อไปกับการใช้วัสดุจากอุตสาหกรรมเป็นอย่างมากในสมัยนั้น

TREE DANCE

กลางปี 1972 Matta-Clark เริ่มทดลองตัดอาคารอพารท์เมนต์ที่ถูกทิ้งร้างซึ่งคนทั่วไปมองว่าเป็นขยะ ด้วยวิธีคิดเดียวกับงานศิลปะช่วงแรกที่เขานำขยะกลับมาใช้ในรูปแบบใหม่ การตัดอาคารนั้นไม่ว่าจะเป็นส่วนพื้นหรือผนังสามารถสร้างมุมมองใหม่ที่เกิดขึ้นให้กับอาคารที่ถูกทิ้งร้างมีความสำคัญขึ้นมา โดยใช้ภาพถ่ายและคลิปวิดีโอเป็นสื่อบันทึกผลงานที่เขาทำ ซึ่งการถ่ายทอดงานศิลปะในรูปแบบนี้กลายเป็นแนวทางที่ Matta-Clark เลือกใช้ถ่ายทอดผลงานต่อๆ มานับจากนั้น โดยที่เขายืนยันเสมอว่าการตัดอาคารเหล่านั้นเป็นการสื่อความหมายที่ลึกลงไปในจิตใจมากกว่าการกระทำทางกายภาพ ซีรีย์การตัดอาคารของ Matta-Clark จึงเริ่มต้นขึ้นและชัดเจนมากในงาน A W-HOLE HOUSE ที่เมือง Genoa ซึ่งเป็นงานที่มีการตัดที่ซับซ้อนขึ้น จากการตัดช่องทั้งหลังคาและผนังด้วยรูปทรงเรขาคณิตที่ต่างกันไป แต่ตัดในพื้นที่เดียวกันตรงจุดหลักของอาคาร ไม่ว่าจะเป็นในแนวตั้งหรือแนวนอน การทดลองครั้งนี้ได้ผลลัพธ์และสร้างพื้นที่ที่น่าสนใจเกิดขึ้น จึงนำไปสู่การตัดอาคารทั้งหลังในงาน SPLITTING บ้านร้างแห่งหนึ่งใน New Jersey ออกเป็นสองส่วนเหมือนการตัดเค้กและต้องดัดแปลงโครงสร้างของอาคารเพื่อป้องกันการพังทลายลง


ผลงานการตัดอาคารของ Matta-Clark ได้รับความสนใจเป็นอย่างมาก ในปี 1975 เขาได้รับเชิญจาก Paris Biennale ให้ไปร่วมสร้างงาน CONICAL INTERSECT ที่ปารีส โดยเป็นการตัดอาคารอพาร์ทเมนต์สองหลังที่ถูกสร้างขึ้นในศตวรรษที่ 17 ข้างอาคารปอมปิดูเซนเตอร์และมีแผนจะรื้อทิ้ง Matta-Clark ได้ใช้การตัดอาคารเชื่อมอาคารสองหลังนี้ด้วยรูปทรงเรขาคณิตรูปกรวยที่สามารถกลายเป็นทางเดินเชื่อมอาคารก่อนที่จะรื้ออาคารทั้งสองออก การทดลองรูปทรงต่างๆ สร้างที่ว่างใหม่ให้กับอาคารเดิมนั้นถูกใช้เป็นแนวทางต่อมาอีกหลายงาน


ไปจนถึงงานสุดท้ายในชีวิตของเขา CIRCUS: the caribean orange ที่เขาใช้รูปทรงกลมสามมิติสามรูปเชื่อมอาคารสี่ชั้นเข้าหากันจากบนลงล่าง ผลงานนี้เป็นการตัดอาคารที่ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก จากบันทึกทั้งภาพถ่ายและวิดีโอเราไม่สามารถระบุได้เลยว่าเรามองช่องเปิดนี้จากทางไหน เพราะพื้นที่ทั้งหมดหลอมหลวมลอดผ่านเป็นพื้นที่เดียวกันทั้งบนล่างและซ้ายขวา
การทำงานของ Matta-Clark แต่ละครั้งนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย เขาต้องเขียนจดหมายขออนุญาตตัดอาคารหลายฉบับก่อนที่จะได้รับยินยอมให้เข้าไปดำเนินการ เขาใช้การสเกตซ์แบบจินตนาการที่ว่างสามมิติที่จะทำให้มันเกิดขึ้นเช่นเดียวกับการคิดแบบของสถาปนิก และบันทึกถ่ายทอดออกมาด้วยจิตวิญญาณแบบศิลปิน แม้ผลงานของเขาจะผ่านมาเกือบห้าสิบปีแต่ได้สร้างอิทธิพลมากมายให้กับศิลปิน นักออกแบบ นักคิด นักวิจารณ์ และเป็นการตั้งคำถามครั้งสำคัญที่ว่าด้วยการมีและไม่มีในงานสถาปัตยกรรมผ่านการสร้างพื้นที่ว่างในอาคารที่ถูกทิ้งร้าง น่าขบคิดมากว่าเรายังสามารถพบเห็นลักษณะของที่ว่างแบบที่ Matta-Clark สร้างสรรค์ไว้ในอดีตได้ในอาคารที่สร้างขึ้นใหม่ ณ ปัจจุบัน ผลงานของ Matta-Clark ตลอดสิบปีที่ผ่านมาทำให้เราพบว่าเขาได้ทะลุผ่านสถาปัตยกรรมทั้งในมิติของที่ว่างและห้วงเวลา ในขณะที่สถาปัตยกรรมเหล่านั้นก็เชื่อมผ่านกลับมาที่งานของเขาเช่นกัน



Power Station of Art, Shanghai Exhibition Information: http://powerstationofart.org/en/exhibition/Gordon-Matta-Clark.html
Exhibition Trailler: