

Shophouse Less Ordinary จากตึกแถวธรรมดาสู่บ้านที่ไม่ธรรมดาซึ่งมีสมาชิกในครอบครัว3 ช่วงอายุคนอาศัยอยู่ใต้ชายคาเดียวกันท่ามแมกไม้และโลกส่วนตัวที่ตัดขาดจากความวุ่นวายของเมืองใหญ่

ท่ามกลางความหนาแน่นของประชากรในเมืองหลวง และเสียงจ๊อกแจ๊กจอแจของผู้คนที่ผสานเข้ากับการจราจรอันคับคั่งจนกลายเป็นซาวน์แทร็กเฉพาะตัวของฮานอย ทีมสถาปนิก ODDO Architects ออกแบบบ้าน CH House โดยเปลี่ยนตึกแถวเก่าในย่านการค้าที่พลุกพล่านให้กลายเป็นบ้านซึ่งสมาชิกในครอบครัว 3 รุ่น 3 ช่วงอายุ อาศัยอยู่ร่วมกันได้อย่างลงตัว
พื้นที่ใช้สอยภายในบ้านตึกแถวหลังนี้แบ่งออกเป็นสองส่วน คือพื้นที่ส่วนร้านค้าซึ่งอยู่บริเวณสองชั้นล่าง และพื้นที่พักอาศัยซึ่งอยู่ในชั้นบนของอาคาร โดยพื้นที่ทั้งสองส่วนนี้แบ่งแยกออกจากกันอย่างเด็ดขาดชัดเจนเพื่อความเป็นส่วนตัวของสมาชิกในบ้าน การแบ่งพื้นที่ร้านค้าและส่วนพักอาศัยนี้จากกันนี้สะท้อนออกมาจนเห็นได้จากภายนอกอาคาร ผนังของพื้นที่สองชั้นล่างเป็นกระจกใสที่เผยให้เห็นบรรยากาศในร้านค้าเพื่อดึงดูดคนเดินถนนที่ผ่านไปมา ในขณะที่ผนังอาคารชั้นบนอันเป็นส่วนของบ้านพักอาศัยเป็นแผงอิฐบล๊อกที่ไม่เผยให้คนภายนอกมองเห็นกิจกรรมภายในบ้าน
ทีมสถาปนิกออกแบบบ้าน CH House ให้มีผนังด้านหน้าสองชั้น โดยชั้นนอกเป็นผนังอิฐบล๊อกช่องลม และผนังชั้นในเป็นเฟรมกระจกใส ด้วยการใช้ผนังสองชั้นผนวกกับกำแพงสีเขียวของต้นไม้ที่แทรกตัวอยู่ในบ้าน ทำให้ความวุ่นวายจากภายนอกถูกกรองจนเหลือเพียงความสงบและร่มรื่นของพื้นที่ภายใน ความร้อนและฝุ่นควันไม่อาจเล็ดลอดผนังสองชั้นและแนวต้นไม้เข้ามาได้ แต่ในขณะเดียวกัน แสงธรรมชาติกับสายลมกลับได้รับการเชื้อเชิญเข้ามาแต่งเติมบรรยากาศภายในบ้านเป็นอย่างดี

ลักษณะหน้าแคบและลึกของตึกแถวไม่ได้เป็นข้อจำกัดในการสร้างบรรยากาศที่ดีภายในบ้านหลังนี้ เพื่อเปิดรับแสงสว่างเข้ามาในอาคารที่มีหน้ากว้างเพียง 4.2 เมตรแต่มีความลึกถึง 35 เมตร ผนังกระจกด้านหน้าบ้านจึงได้รับการออกแบบให้เป็นหน้าต่างขนาดใหญ่ ทำให้แม้แต่พื้นที่มุมในสุดของบ้านก็ยังได้รับแสงสว่างและไม่มืดอับ นอกจากนั้น บานหน้าต่างกระจกใสขนาดใหญ่ยังตัดกับผนังอิฐบล๊อกด้านนอกกลายเป็นลวดลายที่ทำให้บ้านตึกแถวหลังนี้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ความท้าทายในการออกแบบบ้าน CH House ก็คือการนำเอกลักษณ์ของบ้านตึกแถวตามแบบฉบับของเมืองฮานอยมาปรับประยุกต์เพื่อตอบโจทย์การใช้ชีวิตสมัยใหม่ นอกจากการแบ่งพื้นที่ชั้นล่างของบ้านเป็นร้านค้าแล้ว อีกหนึ่งเอกลักษณ์ของบ้านตึกแถวที่ทีมสถาปนิกนำมาใช้ในบ้าน CH House ก็คือลานโล่งกลางบ้านซึ่งทำหน้าที่เปิดรับแสงธรรมชาติและถ่ายเทของลมไปส่วนต่างๆ ในบ้านหลังนี้

เพื่อให้ลานโล่งกลางบ้านทำหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด ทีมสถาปนิกออกแบบพื้นที่ใช้สอยภายในบ้านให้มีลักษณะโปร่งและเชื่อมต่อถึงกัน พื้นที่ใช้สอยส่วนกลาง ทั้งห้องนั่งเล่น ห้องสมุด ห้องรับประทานอาหาร และครัว กระจายตัวอยู่ในชั้นต่างๆ โดยที่ฝ้าเพดานในแต่ละห้องมีระดับความสูงที่ไม่เท่ากัน ทำให้เกิดผนังที่มองไม่เห็นแบ่งกั้นอาณาเขตของแต่ละห้องโดยไม่ต้องมีผนังปิดทึบ พื้นที่ภายในบ้าน CH House จึงโล่งสบายกว่ารูปลักษณ์ภายนอกที่เป็นเพียงตึกแถวแคบๆ
การนำธรรมชาติเข้ามาในอาคารเป็นหัวใจสำคัญประการหนึ่งในการออกแบบบ้านหลังนี้ ทีมสถาปนิกแทรกพื้นที่สีเขียวใส่ลงไปในตึกแถวด้วยการปลูกต้นไม้น้อยใหญ่กระจายตัวอยู่ตามส่วนต่างๆ ของบ้าน ทั้งในช่องว่างระหว่างผนังสองชั้นด้านหน้า บนชานพักบันได และในลานโล่งที่โถงกลางบ้าน การนำต้นไม้เข้ามาเป็นส่วนหนึ่งของอาคารทำให้บ้าน CH House เป็นมากกว่าที่อยู่อาศัย หากยังเป็นทางลัดที่พาสมาชิกในบ้านกลับเข้าไปใกล้ชิดกับธรรมชาติซึ่งเป็นสิ่งที่ขาดหายไปจากชีวิตของคนในเมืองใหญ่อย่างฮานอย


โดยทั่วไป ความสัมพันธ์ระหว่างสมาชิกในครอบครัวของชาวเวียดนามนั้นแนบแน่นและอบอุ่น การสร้างบ้านเพื่ออยู่ร่วมกันแบบครอบครัวขยายที่มีสมาชิกหลายรุ่นอยู่ภายใต้ชายคาเดียวกันนั้นเป็นเรื่องที่พบเห็นได้ทั่วไป บ้าน CH House หลังนี้ก็ออกแบบมาภายใต้โจทย์ความต้องการของครอบครัวที่ยังคงรักษาขนบธรรมเนียมดั้งเดิมของชาวเวียดนามลักษณะนี้เอาไว้ภายใต้เงื่อนไขของวิถีชีวิตที่กำลังเปลี่ยนไปตามยุคสมัยและความสะดวกสบายในโลกยุคดิจิทัล

ยิ่งใกล้ชิด...ยิ่งสนิทกัน การทำให้สมาชิกในบ้านซึ่งมีอายุต่างกันทั้งสามรุ่นอยู่ร่วมกันด้วยความเข้าใจคือโจทย์ที่ท้าทายสำหรับการออกแบบบ้านหลังนี้ ทีมสถาปนิก ODDO สร้างความสมดุลระหว่างความเป็นส่วนตัวกับสายสัมพันธ์อันแนบแน่นระหว่างคนในครอบครัวได้อย่างพอเหมาะพอดี ในขณะที่พื้นที่กิจกรรมส่วนกลางของบ้านซึ่งมีลักษณะเปิดโล่งช่วยเพิ่มโอกาสให้สมาชิกภายในบ้านสามารถพบปะพูดคุยกันได้มากขึ้น เมื่อต้องการความเป็นส่วนตัวทุกคนก็สามารถแยกย้ายเข้าไปในห้องของตนเองได้อย่างมีอิสระ โดยที่ห้องนอนของพ่อแม่และตายายอยู่บริเวณชั้นล่างด้านในสุด ส่วนห้องนอนของลูกทั้งสองห้องอยู่ที่ชั้นบน อย่างไรก็ตาม ด้วยตำแหน่งของห้องนอนลูกที่อยู่ติดกับโถงกลางบ้าน ทำให้ห้องนอนลูกทั้งสองไม่รู้สึกตัดขาดจากส่วนอื่นๆ ในบ้านจนเกินไป
ด้วยการออกแบบที่คำนึงถึงบริบทที่ตั้ง ความสัมพันธ์ระหว่างคนและธรรมชาติ ความผูกพันธ์ของสมาชิกในครอบครัว ขนบธรรมเนียมแบบดั้งเดิมและวิถีชีวิตที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปตามยุคสมัย ODDO Architects ออกแบบบ้าน CH House ให้กลายเป็นบ้านตึกแถวที่คน 3 รุ่น 3 ช่วงอายุใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันในเมืองใหญ่ที่วุ่นวายได้อย่างสงบสุขท่ามกลางธรรมชาติในโลกส่วนตัวของทุกคนในครอบครัว




CH house
Architects: ODDO architects
Location: Hanoi, Vietnam
built up area: 220 m2
floor area: 700 m2
completed: 06 / 2019
construction time: 14 months
amount of dwellers: 6 members family
Photographer: Hoang Le photography


