บรรยากาศสงบนิ่งท่ามกลางธรรมชาติรอบตัวค่อยๆ ซึมซับเข้าไปในความรู้สึกของหญิงคนหนึ่งขณะที่เธอกำลังนั่งทอดสายตาออกไปจากระเบียงไม้ในวัด ณ เมืองเกียวโต ในระหว่างที่สนทนากับหญิงผู้นั้น ความทรงจำได้รับการถ่ายทอดผ่านถ้อยคำจนกลายเป็นภาพที่ชัดเจนในจินตนาการของสองสถาปนิก จากช่วงเวลาแห่งความประทับใจกลายเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่นำไปสู่แนวทางการออกแบบ “บ้านชัยพฤกษ์” บ้านชั้นเดียวขนาดกระทัดรัดที่ออกแบบมาเพื่อเป็นบ้านของผู้หญิงคนนี้โดยเฉพาะ

  “เวลาเจ้าของมาให้เราออกแบบ เราก็จะคุยกันว่าเธอเป็นคนยังไง ชอบไปเที่ยวที่ไหน ทำงานเป็นยังไง คุยกันแบบเหมือนนั่งกินกาแฟคุยกัน เราก็จะเริ่มเข้าใจว่าเธอเป็นคนยังไง แล้วเราก็แปลงจากสิ่งที่เธอเป็น แกะความเป็นเธอแล้วก็เอา Element ต่างๆ ใส่เข้ามาในในบ้านเธอ” พงศ์ภัทร เอื้อสังคมเศรษฐ์ หนึ่งในผู้ก่อตั้ง Anonym เล่า “มันเป็น Process ที่ค่อยๆ ปรับกันมาจากสิ่งที่เธอพูด เราก็คิดว่าบ้านต้องมีอะไรบ้าง แล้วเราก็ค่อยๆ วางฟังก์ชันไปตาม Sequence ของการใช้งานแล้วก็นำเสนอ เหมือนเราก็คุยกัน เธอก็ดูว่าอันนี้โอเค อันนี้ไม่โอเค” ปานดวงใจ รุจจนเวท อีกหนึ่งผู้ก่อตั้ง Anonym เสริม

  จากการวิเคราะห์ความต้องการและตัวตนของเจ้าของบ้าน คู่หูสถาปนิกก็นำข้อมูลที่ได้มาปรับเข้ากับบริบทของที่ตั้ง แล้วจำลองบรรยากาศอันสงบสุขท่ามกลางธรรมชาติมาไว้ในการออกแบบบ้านหลังนี้ “เจ้าของบ้านชอบไปเกียวโต ไปนอนในวัด ไปนั่งเขียน Calligraphy ทานข้าวกินเจ เธออยากได้บรรยากาศที่ดูสงบแบบนั้นที่บ้าน เธอไม่ได้ต้องการบ้านใหญ่โต ใช้พื้นที่เท่าที่จำเป็น ทำเท่าที่จำเป็นจริงๆ ไม่ได้มีเยอะเกินไปกว่านี้” ปานดวงใจอธิบาย “ตอนที่ได้โจทย์มา Requirement ของ Program มีแค่ ห้องนอน ห้องทำงาน ห้องนั่งเล่น ห้องพระ แล้วก็มี Compound สำหรับ maid สองห้องนอน และมีที่สำหรับซักผ้าตากผ้า ซึ่งน้อยมากเลยเมื่อเทียบกับขนาดที่ดินเกือบหนึ่งไร่” พงศ์ภัทรเสริม

  ด้วยหน้าที่การงานที่ทำให้เธอต้องใช้ชีวิตเร่งรีบและเดินทางบ่อย เจ้าของต้องการบ้านที่เธอสามารถกลับมาใช้ชีวิตนิ่งๆ ท่ามกลางธรรมชาติได้ ทีมสถาปนิกจึงเว้นพื้นที่ด้านหน้าของที่ดินไว้เป็นสวนขนาดใหญ่ ขยับตัวบ้านให้อยู่ลึกเข้าไปด้านใน แล้วจัดเรียงส่วนต่างๆ ของบ้านให้โอบล้อมรอบสวนส่วนตัว “เราทำบ้านเป็นตัว ‘U’ เพื่อที่จะสร้างตัวคอร์ทตรงกลางระหว่างบ้านขึ้นมา ซึ่งแก่นของงานนี้จริงๆ
ก็คือ คอร์ทนี่แหละที่มันทำหน้าที่เป็น Sanctum เล็กๆ (สถานที่สงบสุขส่วนตัว) ที่อยู่ในบ้าน” พงศ์ภัทร อธิบาย “เราทำคอร์ทกลางให้ดูเป็น Horizontal นิดๆ เวลามองมาก็จะเห็นเป็นผนัง มีระเบียง มีต้นไม้ มีสวน และคอร์ทด้านในที่เป็นทรงยาว” ปานดวงใจเสริม

  ส่วนต่างๆ ของบ้านซึ่งอยู่ล้อมรอบสวนกลางบ้านนั้นได้รับการจัดลำดับการเข้าถึงอย่างเรียบง่ายตรงไปตรงมา จากโถงทางเข้าหลัก พื้นที่ด้านหน้าของบ้านคือห้องนั่งเล่นและห้องกินข้าวซึ่งเปิดรับวิวและแสงจากสวนทั้งด้านหน้าและด้านในได้อย่างเต็มที่ ในขณะเดียวกัน ห้องพระ ห้องทำงาน และห้องนอนเรียงตัวต่อเนื่องลึกเข้าไปในส่วนหลังของบ้านเพื่อเพิ่มความเป็นส่วนตัว โดยที่ทุกห้องเปิดรับมุมมองของสวนกลางบ้านได้อย่างทั่วถึง

  ตัวบ้านมีการยกระดับพื้นสูงจากสวนเล็กน้อย ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างภายในกับภายนอกมีมิติที่น่าสนใจและมีการใช้งานในลักษณะใหม่เกิดขึ้น “เราตั้งใจยกพื้นขึ้นมาให้สามารถนั่งได้ เวลาเปิดประตู เธอจะใช้พื้นบ้านเป็นที่นั่งลงไปในคอร์ทได้” ปานดวงใจกล่าว “เหมือนกึ่งๆ เป็นระเบียงบ้านไทย ระเบียงบ้านญี่ปุ่น ซึ่งมีการใช้งานจริงจากพฤติกรรม โดยที่ไม่รู้ตัว”

  ด้วยการวางผังของพื้นที่ภายในบ้านให้ต่อเนื่องกัน สวนกลางบ้านจึงสามารถกระจายแสงและถ่ายเทอากาศเข้าไปในตัวบ้านได้อย่างเต็มที่ ในขณะที่ผนังด้านในที่ติดกับสวนกลางบ้านได้รับการออกแบบให้เป็นกระจกบานเลื่อนที่เปิดโล่งสามารถเดินเข้าออกจากภายในบ้านสู่สวนได้ ผนังด้านนอกมีการแบ่งสัดส่วนระหว่างส่วนทึบกับช่องเปิดต่างๆ โดยวางตำแหน่งหน้าต่างและช่องแสงต่างๆ ตามความเหมาะสมในเรื่องแสงสว่างและมุมมอง “เราก็ไม่ได้อยากให้บ้านเป็นบ้านกระจกโพลนหมด ตรงไหน ที่เราเปิดกระจกได้ เราก็เปิด ตรงไหนที่เราไม่ได้เปิดเราก็ทำช่องที่เป็นช่องเล็กๆ ที่เป็นหน้าต่าง” พงศ์ภัทรอธิบาย “เราเจาะช่องเพื่อให้มันเกิดความสัมพันธ์ระหว่างภายนอกกับภายใน ก็จะเป็นเหมือน Pattern เล็กๆ น้อยๆ เพื่อให้แสงเข้า”

ตงเหล็กทาสีเข้มซึ่งยื่นออกจากชายคาเป็นองค์ประกอบที่ชวนให้นึกถึงอาคารไม้ในสถาปัตยกรรมแถบเอเชียซึ่งให้ความรู้สึกที่สงบคล้ายกับสถานที่ซึ่งเจ้าของบ้านชื่นชอบและบอกเล่าให้สถาปนิกฟัง

  เช่นเดียวกับช่องหน้าต่างในห้องนั่งเล่นซึ่งมีความสัมพันธ์กับตำแหน่งของต้นไม้ในสวนหน้าบ้าน กำแพงรั้วหน้าบ้านมีการเจาะเว้นช่องเล็กๆ ให้ต้นไม้ได้ยื่นกิ่งออกมาโบกใบสีเขียวทักทายผู้คนด้านนอก “งานรั้วก็จะมีช่องเหมือนกัน ก็เอาภาษาจากงานสถาปัตยกรรมของตัวบ้านนี้แหละ ทำล้อกับตัวรั้วเหมือนกันเจาะรูเล็กๆ เล่นกับช่องแสงน้อยๆ” พงศ์ภัทรกล่าว

  เพื่อเป็นการเก็บชิ้นส่วนของความทรงจำจากบ้านวัยเด็กซึ่งเคยตั้งอยู่บนที่ดินผืนนี้ ไม้พื้นจากบ้านหลังเดิมได้รับการนำมาตกแต่งแล้วใช้เป็นพื้นในบางห้องของบ้านหลังนีิ้ โดยมีการใช้พื้นหินขัดเป็นเส้นแบ่งระหว่างส่วนที่เป็นไม้เก่ากับไม้ใหม่ “เรามี Border เพราะว่ามันมีการผสมระหว่างของเก่ากับของใหม่ ซึ่งอาจจะไม่ได้เหมือนกันร้อยเปอร์เซนต์ แล้วเราอยากจะจำกัดพื้นที่ว่าโอเคตรงนี้ใช้ของเก่าตรงนี้ใช้ของใหม่ มันจะได้ง่ายในการจัดการ” ปานดวงใจอธิบาย

  การสร้างบ้านให้สวยงามอาจทำได้ไม่ยากนัก แต่สิ่งที่ท้ายทายคือการออกแบบบ้านที่สามารถมอบชีวิตที่มีความสุขให้กับผู้อยู่อาศัย ในการออกแบบบ้านชัยพฤกษ์หลังนี้ ทีมสถาปนิกจาก Anonym ได้ถอดความคิดความต้องการของผู้เป็นเจ้าของบ้านออกมาเป็นองค์ประกอบต่างๆ ก่อนที่จะร้อยเรียงกลับเข้าไปใหม่ตามปัจจัยและตัวแปรของบริบท จนออกมาเป็นบ้านชั้นเดียวขนาดกระทัดรัดที่มีบรรยากาศสงบสุขในแบบที่เจ้าของต้องการอย่างพอดิบพอดี “เราพยายามจะให้มันมีความเป็นเธอในมิติของเธอ เราไม่อยากจะพุ่งเป้าไปที่การทำบ้านที่สวยถ่ายรูปแล้วดูดีเท่านั้น นั่นไม่ได้เป็นสาระสำคัญในการออกแบบแล้ว”
พงศ์ภัทรกล่าว “เราไม่ได้มีหลักการอะไรซับซ้อน แค่ทำให้มันเป็นบ้านที่น่าอยู่ ให้เจ้าของบ้าน Happy เธออยู่แล้วเธอรู้สึกว่ามันเป็นบ้านของเธอ นี่คือหลักการง่ายๆ ในการทำบ้านหนึ่งหลัง” ปานดวงใจเสริม

Project Name: Baan Pop
Architect: Anonym studio, Phongphat Ueasangkhomset, Parnduangjai Roojnawate
Interior designer: Anonym, Phongphat Ueasangkhomset, Parnduangjai Roojnawate
www.anonymstudio.com
Location: Bangkok, Thailand
Area: 250 sq.m.
Project year: 2019
Photo by W workspace