จากว่าที่คอนโดหรูสู่ดินแดนลึกลับสำหรับผู้ที่รักการผจญภัย หรือห้างสรรพสินค้าที่กลายมาเป็นบ่อปลาใจกลางเมือง หลายๆ ครั้ง อาคารบางแห่งก็ไม่ได้ทำหน้าที่ตามที่สถาปนิกได้ออกแบบและวางแผนเอาไว้ หากถูกปรับเปลี่ยนไปตามความเหมาะสมและความคิดสร้างสรรค์ของผู้อยู่อาศัยและผู้ใช้อาคาร ซึ่งปรากฏการณ์ความสัมพันธ์ที่ออกแบบไม่ได้เหล่านี้ คือสิ่งที่ทีมสถาปนิกไทยนำมาตีความเสียใหม่แล้วถ่ายทอดในงาน Biennale Architettura 2018 หรืองานนิทรรศการสถาปัตยกรรมนานาชาติ Venice Biennale ครั้งที่ 16 ซึ่งจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “FREESPACE”
เมื่อธีมของงานได้รับการตีความตามบริบทของความเป็นไทย ทีมภัณฑารักษ์ไทยได้นำเสนอนิทรรศการของ Thai Pavilion ภายใต้ชื่อ Blissfully Yours นิทรรศการด้านสถาปัตยกรรมซึ่งมุ่งเน้นความสนใจไปที่พฤติกรรมของคนเป็นหัวใจสำคัญ "สถาปนิกกับคนเป็นอะไรที่คู่กันอยู่แล้ว เราจึงพูดถึงเรื่องคนเป็นหลัก " ม.ล. วรุตม์ วรวรรณ หัวหน้าทีมภัณฑารักษ์ Thai Pavilion ประจำปีนี้กล่าว" นอกจากงานที่คัดเลือกมาจากทั่วประเทศทั้ง 10 งานแล้ว พื้นที่ในนิทรรศการก็จะพูดถึงคนในแง่ผู้เข้าชมงาน Biennale ว่าพวกเขาจะใช้พื้นที่ Pavilion ของเราแบบไหน เพราะพื้นที่ไม่ได้ถูกจัดขึ้นมาเพื่อแสดงผลงานอย่างเดียวแต่เป็นพื้นที่ของการทดลอง โดยผู้เข้าชมงานสามารถเข้ามาใช้พื้นที่และมีปฏิสัมพันธ์กันโดยอาจไม่รู้จักกันมาก่อน ในขณะเดียวกัน ผลงานทั้ง 10 ชิ้นก็ยังคงจัดแสดงอยู่รอบๆ เพียงแต่เราไม่ได้ตั้งใจให้คนที่เข้ามาชมพื้นที่ต้องตั้งใจมาชม Exhibition เพียงอย่างเดียว เราตั้งใจให้ทุกอย่างเป็นองค์ประกอบ ให้คนค่อยๆ ค้นพบทีละนิดหลังจากนั่งพักหายเหนื่อยสัก 5 นาทีว่ามีอะไรอยู่ในพื้นที่บ้าง แล้วค่อยเข้าชมตามความสนใจด้วยตนเอง"

เมื่อพูดถึงวิธีการคัดเลือกผลงานเข้าแสดง ใช้เกณฑ์ตัดสินจากการที่สามารถเล่าเรื่องได้ในการใช้งาน โดยที่คนทั่วไปอาจจะไม่ได้ใช้งานสถาปัตยกรรมต่างๆ เหล่านั้นตามที่สถาปนิกได้วางแผนไว้ว่ามันควรจะเป็น “เรานำเอาแนวคิด FREESPACE มาวิเคราะห์กับความหมายในสังคมไทย และใช้เป็นเกณฑ์ในการเลือกผลงาน 10 ชิ้นที่มีการใช้งานไม่เป็นไปตามแผนที่สถาปนิกวางไว้ตั้งแต่ต้น” คุณชุตยาเวศ สินธุพันธุ์ หนึ่งในทีมภัณฑารักษ์กล่าว
แต่เพื่อให้นิทรรศการเข้าถึงผู้คนได้ในวงกว้างโดยไม่จำกัดเพียงกลุ่มสถาปนิกหรือนักออกแบบ การแสดงผลงานจึงต้องอาศัยความร่วมมือของผู้สร้างสรรค์สื่อหลากหลายรูปแบบ "สถาปัตยกรรมสามารถทำงานร่วมกับศาสตร์หลายๆ แขนงเพื่อที่จะสื่อสารในข้อมูลเดียวกัน เพราะเราไม่ได้พูดกับสถาปนิกอย่างเดียว เราต้องการให้สื่อสามารถทำหน้าที่ได้แม้กระทั่งกับเด็กหรือคนที่ไม่มีพื้นความรู้ทางสถาปัตยกรรมเลย ไม่สามารถอ่านภาษา หรือดูองค์ประกอบของงานทั่วไปไม่เข้าใจ" ม.ล. วรุตม์ กล่าว "เราจึงเชิญ คนทำฟิล์ม ช่างภาพ ศิลปิน นักวาดภาพการ์ตูน มาทำงานร่วมกัน โดยแต่ละคนจะได้รับมอบหมายงานแตกต่างชิ้นกัน ต้องไปทำงานร่วมกับสถาปนิกแต่ละโครงการ ทำให้เกิดความน่าสนใจของข้อถกเถียงระหว่างมุมมองแต่ละสายอาชีพ เมื่อผลงานออกมาจึงทำให้ไม่ได้ถูกจำกัดอยู่ในมุมมองฝั่งใดฝั่งหนึ่งเพียงอย่างเดียว แต่เป็นภาพรวมที่เกิดจากการทำงานร่วมกัน"
อีกหนึ่งมิติที่สำคัญของ Thai Pavilion ก็คือพื้นที่ซึ่งเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้ตัดสินใจและออกแบบการใช้งานของตนเอง "เราต้องการให้คนมาลองใช้พื้นที่อย่างที่คนไทยใช้ในเมืองไทย โดยพื้นที่ตรงกลางจะมีหมอน มีเสื่อ มีเก้าอี้ร้านก๋วยเตี๋ยว เพื่อให้ทดลองใช้ปรับพื้นที่เหมาะตามการใช้งานของผู้เข้าชม เช่น ใช้จับหันหน้าเข้าหากันเพื่อคุยงาน ลากหมอนไปมุมมืดเพื่องีบหลับก็ได้" ชุตยาเวศกล่าว "เพราะฉะนั้นพื้นที่นี้จะเป็นไปตาม concept ที่เราตีความไว้คือ “Blissfully Yours” คือแล้วแต่คุณจะใช้พื้นที่ตรงนี้แบบไหน" ม.ล. วรุตม์ เสริม
นอกจากการแสดงผลงานทางสถาปัตยกรรมและการเปิดโอกาสให้ผู้เข้าชมได้มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์พื้นที่ได้อย่างเสรีแล้ว Blissfully Yours ยังต้องการที่จะนำเสนอเครื่องมือในการออกแบบพื้นที่แบบไทยๆ ให้ผู้คนนำติดไม้ติดมือออกไปลองใช้นอก Thai Pavilion อีกด้วย "เสื่อถูกตีความว่าเป็นเครื่องมือสำหรับจัดการพื้นที่ส่วนตัวอย่างง่ายๆ แบบคนไทยหรือคนเอเชีย เช่น เมื่อไปอยู่บริเวณพื้นที่สาธารณะ ถ้ามีเสื่อผืนหนึ่งก็สามารถปูบอกพื้นที่ของตนเอง ในขณะเดียวกันถ้าเอาเสื่อหลายๆ ผืนมาต่อกันก็สามารถใช้เป็นพื้นที่ในการเชื้อเชิญคนมามีปฏิสัมพันธ์ เพราะฉะนั้นเราจึงนำเสื่อมาใช้ให้พื้นที่เกิด dialog ขึ้นทั้งบริเวณ Thai Pavilion และพื้นที่สาธารณะต่างๆ เพื่อกระจายแนวคิดของ exhibition ไปในที่อื่นได้" ม.ล. วรุตม์ กล่าว "เราอยากให้มีการ Interact กับภาพรวมของงาน Biennale หรือเมืองเวนิช โดยใช้วิธีแจกเสื่อพกพาที่สามารถติดตัวไปไหนมาไหนได้ ในวันที่อากาศสดใสหรือในวันที่คนพลุกพล่าน คนที่ได้รับเสื่อพกพานั้นสามารถนำไปใช้สร้าง “Blissfully Yours” Space ที่ไหนกับใครก็ได้" ชุตยาเวศ เสริม
หากใครได้มีโอกาสแวะเวียนไปที่เมืองเวนิชและสนใจเข้าร่วมงาน Venice Biennale 2018 สามารถเข้าชมผลงานสถาปัตยกรรมที่ออกแบบโดยสถาปนิกและสร้างสรรค์การใช้งานใหม่โดยคนธรรมดา พร้อมกับร่วมทดลองออกแบบพื้นที่ในแบบของตัวเอง ก่อนที่จะรับของฝากเป็นเสื่อแบบไทยๆ เอาไปใช้ได้ตามใจชอบ ร่วมเป็นส่วนหนึ่งกับ Blissfully Yours ที่ Thai Pavilion ได้ที่อาคาร Arsenale เมือง Venice ประเทศอิตาลี ตั้งแต่วันนี้จนถึง 25 พฤศจิกายน นี้
Photographs : Bann Lae Suan Team , Livingasean