Sleeep Tight
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากเรื่องบนเตียง ทุกองค์ประกอบใน Sleeep ได้รับการออกแบบมาเพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ในการนอนระดับคุณภาพที่ไม่เหมือนใคร
Sleeep Tight
จุดเริ่มต้นเกิดขึ้นจากเรื่องบนเตียงทุกองค์ประกอบใน Sleeep ได้รับการออกแบบมา
เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ในการนอนระดับคุณภาพที่ไม่เหมือนใคร

ผนังผ้าใบสีดำด้านหน้าอาคารสั่นไหวราวกับกำลังเต้นรำไปกับจังหวะชีวิตที่ไม่เคยหยุดนิ่งของเมืองกรุง แต่เมื่อก้าวผ่านประตูเข้ามาภายใน บรรยากาศค่อยๆ เปลี่ยนแปลงไปสู่ความสงบอย่างเป็นธรรมชาติ ที่นี่คืออาคารที่ได้รับการออกแบบมาเพื่อการ “นอน” อย่างมี “คุณภาพ” โดยเฉพาะ ผลงานของสองสถาปนิก เอกภาพ ดวงแก้ว จาก EKAR Architects และ พัชระ วงศ์บุญสิน จาก POAR (Patchara+Ornnicha Architecture) ที่ร่วมกันออกแบบ Sleeep Silom Bangkok โฮสเทลที่มีจุดเริ่มต้นมาจาก “เรื่องบนเตียง”
SLPer (สลิปเปอร์) คือแคปซูลที่ถูกออกแบบมาจากการวิจัย ปรับตามพฤติกรรมการนอนของมนุษย์ เพื่อสร้างประสบการณ์นอนที่ดี การออกแบบคำนึงถึงเรื่อง acoustic ที่มีผลต่อการนอนโดยตรง ผู้นอนสามารถเลือกปรับระบบเสียงจากธรรมชาติหรือเสียงที่เงียบสงัด เลือกความเข้มของแสงสว่างที่สบายต่อรูม่านตาหรือมืดสนิท และปรับการให้ความเย็นที่ทำให้เกิดภาวะน่าสบายที่พอดีกับแต่ละบุคคล


หัวใจของ Sleeep นั้นอยู่ที่ SLPer {สลิปเปอร์} หรือ เตียงนอนใน Capsule ที่พัฒนาขึ้นมาจากผลงานวิจัยพฤติกรรมการนอนของมนุษย์ ในขณะที่นอนหลับนั้น กลไกในร่างกายมีการปรับเปลี่ยนไปหลากหลายภาวะทั้งตื่นตัว หลับใหล ไปจนถึงหลับลึก (Awake - NREM - REM - Light Sleep - Deep Sleep) โดยที่สภาวะเหล่านี้จะดำเนินสลับไปมาจนถึงเวลาตื่นนอน ดังนั้น การนอนที่มีคุณภาพจะต้องมีความสมดุลในสภาวะต่างๆ อย่างพอเหมาะพอดี ปรากฏการณ์นี้จะเกิดขึ้นในช่วงเวลา “ระหว่าง” การหลับใหล

ในขณะที่เตียงแคปซูลได้รับการออกแบบและพัฒนาเทคโนโลยีเพื่อสร้างสมดุลในช่วงเวลา “ระหว่าง” การนอน เอกภาพและพัชระได้ออกแบบ Sleeep โดยสร้างสมดุลให้กับช่วงเวลา "ระหว่าง" การก่อสร้างที่กลายเป็นองค์ประกอบสำคัญในโฮสเทลแห่งนี้ ในอาคารทั่วไป ช่วงเวลา “ระหว่าง” การก่อสร้างจะหายไปทันทีที่สถาปัตยกรรมได้ก้าวเข้าสู่ความสมบูรณ์ แต่ที่ Sleeep ทีมสถาปนิกได้นำวัสดุจากกระบวนการก่อสร้างมาพัฒนาในกระบวนการออกแบบ ทำให้เส้นแบ่งสถานะของอาคารระหว่าง “สร้าง” และ “เสร็จ” ถูกตีความเสียใหม่ โฮสเทลแห่งนี้จึงเป็นสถาปัตยกรรมที่เริ่ม “เสร็จ” ตั้งแต่อยู่ใน “ระหว่าง” ขั้นตอนการสร้าง

ผนังผ้าใบสีดำคือส่วนประกอบสำคัญที่อยู่คู่กับ Sleeep มาตั้งแต่ต้น จากวัตถุประสงค์เพื่อการกันฝุ่นในช่วงการก่อสร้าง กลายเป็นส่วนหนึ่งของการตกแต่งผนังภายนอกอาคารที่เปลี่ยนตึกแถวธรรมดาๆ ให้มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว
ผนังด้านหน้าของอาคาร (Facade) ซึ่งมีลักษณะเป็นผ้าใบสีดำที่กรีดเป็นริ้วๆ คือผลลัพธ์จากแนวคิด "สร้าง-ระหว่าง-เสร็จ" ในช่วงการก่อสร้าง ผ้าใบผืนนี้ถูกขึงตึงเพื่อป้องกันฝุ่นไม่ให้ไปรบกวนเพื่อนบ้านข้างเคียง จนอาคารเสร็จสมบูรณ์ ผ้าใบเรียบๆ ได้ถูกกรีดออกเพื่อให้สามารถระบายอากาศได้ และเมื่ออาคารเปิดใช้งาน ระบบเครื่องปรับอากาศเริ่มต้นเดินเครื่อง ริ้วผ้าใบที่เคยเป็นส่วนหนึ่งของงานก่อสร้างก็กลายเป็นองค์ประกอบถาวรของอาคารที่สั่นไหวตามแรงลม ทำให้อาคารหลังนี้มีความเคลื่อนไหวคล้ายมีชีวิตอยู่ตลอดเวลา


ผนังที่ทำจากวัสดุมุงหลังคาคือองค์ประกอบที่สร้างความน่าสนใจในการตกแต่งในห้องนวดของ Spa ที่ Sleeep ลักษณะโปร่งแสงของผนังทำให้บรรยากาศภายในเปลี่ยนแปลงไปตามสีของแสงไฟในห้อง

นอกจาก ผนังผ้าใบด้านหน้าอาคารแล้ว ห้องนวดสปาทรงวงรีซึ่งมีขนาดพอดีกับการวางเตียงนวดและมีระยะพอเหมาะต่อการเดินโดยรอบก็คืออีกหนึ่งองค์ประกอบที่หยุดเวลาช่วงระหว่างการก่อสร้างเอาไว้ให้ยังคงอยู่จนถึงช่วงที่อาคารเสร็จสมบูรณ์และเปิดใช้งานได้อย่างสวยงาม แผ่นหลังคา PVC ขุ่นที่ใช้เป็นผนังห้องนวดนี้ถูกสร้างขึ้นมาตั้งแต่ช่วงการก่อสร้างเพื่อใช้เป็นห้องพักคนงาน และเมื่อก่อสร้างเสร็จ ห้องนี้ได้เปลี่ยนรูปแบบการใช้งานเป็นสปา โดยมีการใช้ระบบแสงสว่างที่ปรับเปลี่ยนสีได้เพิ่มมิติที่น่าสนใจให้กับห้อง ความแข็งกระด้างของแผ่นหลังคา PVC ได้รับการตกแต่งให้ดูนุ่มนวลและเป็นมิตรมากขึ้นด้วยการใช้ม่านโปร่งซ้อนทับเข้าไปอีกชั้นหนึ่ง ซึ่งการเติมม่านเข้าไปยังช่วยเพิ่มความเป็นส่วนตัวให้กับผู้มาใช้บริการด้วย

ไม่มีที่ไหนจะเหมาะแก่การพักผ่อนนอนหลับมากไปกว่าสภาพแวดล้อมที่เป็น “ธรรมชาติ” เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ในการนอนที่มีคุณภาพ ทีมสถาปนิกออกแบบสภาพแวดล้อมที่เป็น “ธรรมชาติ” ขึ้นมาภายในอาคารแห่งนี้ แต่ด้วยกรอบของที่ตั้งซึ่งเป็นตึกแถวในย่านใจกลางเมืองอันพลุกพล่าน การออกแบบ “ธรรมชาติ” ที่ Sleeep จึงได้รับการถอดรหัสและสร้างสรรค์ขึ้นในรูปแบบใหม่เฉพาะตัว




เพื่อสร้างสรรค์ประสบการณ์ในการนอนทีมีคุณภาพโดยเฉพาะ การออกแบบแสงและความสว่างจึงมีความสำคัญมากในทุกๆ พื้นที่ของ Sleeep โถงบันไดสว่างมากเพียงพอต่อการเดินอย่างสะดวกสบายและปลอดภัย ในขณะเดียวกันก็ค่อยๆ นำทางไปสู่ความสลัวเพื่อเตรียมตัวสู่ความมืดสำหรับการเข้านอนอย่างเป็นธรรมชาติ
ธรรมชาติที่นี่ไม่สามารถรับรู้ได้ด้วยสายตา หากเป็นสิ่งที่สัมผัสและรับรู้ได้ผ่านความรู้สึก เป็นประสบการณ์ที่ออกแบบและควบคุมโดยการใช้เทคโนโลยี ทั้งระบบเสียงจากธรรมชาติที่เงียบสงัด อุณหภูมิที่สามารถปรับเปลี่ยนเพื่อทำให้เกิดภาวะน่าสบายที่พอดีกับแต่ละบุคคล และความเข้มของแสงสว่างที่สบายต่อรูม่านตาและค่อยๆ ปรับสลัวลงจนมืดสนิท “การกดสวิตช์เปิดปิดไฟมันไม่มีในธรรมชาติ แสงที่สว่างและมืดโดยธรรมชาติจะค่อยๆ สว่างและค่อยๆ มืด ที่เรารู้สึกถึงความมืดหรือความสว่างได้ก็มีแค่พระอาทิตย์ขึ้นหรือพระอาทิตย์ตก” เอกภาพกล่าวถึงแรงบันดาลในใจที่ให้เกิดระบบการเปิดปิดแสงสว่างภายในเตียงนอนแคปซูล

ห้องเก็บสัมภาระได้รับการออกแบบมาโดยคำนึงถึงลักษณะการใช้งานของแขกที่มาพักโดยเฉพาะ ทั้งรูปแบบของประตูตู้ที่สามารถเลื่อนเก็บกระเป๋าเดินทางโดยไม่ต้องยก และการออกแบบโต๊ะกลางตัวยาวที่สามารถใช้เป็นพื้นที่ทำงานของแขกทุกคน
จากระบบแสงสว่างในเตียงแคปซูล แนวคิดเรื่องการออกแบบความสว่างของแสงได้รับการถ่ายทอดออกมาในส่วนอื่นๆ ของอาคารด้วย ที่ Sleeep การจัดวางองค์ประกอบต่างๆ ได้รับการออกแบบเพื่อกรองแสงให้นุ่มนวลลงตามธรรมชาติของการใช้งานในพื้นที่แต่ละส่วน จากความสว่างในโถงต้อนรับ สู่ห้องล็อคเกอร์และพื้นที่ทำงานรวมสำหรับแขก ไปจนถึงบรรยากาศสลัวในสปาและพื้นที่ห้องพัก ก่อนที่จะค่อยๆ มืดสนิทลงในแคปซูลเมื่อถึงเวลานอน



เทคโนโลยีอันทันสมัยคือเครื่องมือสำคัญในการออกแบบและสร้างสรรค์ธรรมชาติในโฮสเทลแห่งนี้ "โดยทั่วไป คนมักจะมองว่าธรรมชาติกับเทคโนโลยีเป็นสองแกนที่อยู่คนละขั้วมาตลอด แต่ที่ Sleeep เราเอาสองขั้วมาเจอกัน" เอกภาพกล่าว "ที่นี่มีองค์ประกอบที่คนสัมผัสได้ทั้งสองขั้ว ทั้งที่มีความ Primitive มากๆ อิฐก็เป็นอิฐหยาบๆ ไม้ก็เป็นผิวไม้ไม่มีการทำสี ซึ่งมันจะ Contrast กับตัวแคปซูลและเก้าอี้ในสปา เราพยายามจะทำทั้งสองทางให้ส่งเสริมกัน" พัชระเสริม

ทันทีที่เข้ามาใน Sleeep การเดินทางเพื่อสัมผัสประสบการณ์ในการนอนอย่างมีคุณภาพก็เริ่มต้นขึ้นทันที จากพื้นที่ต้อนรับสู่โถงบันได ไปจนถึงห้องเก็บสัมภาระและห้องนอน แสงสว่างจะค่อยๆ ถูกกรองให้ลดลงช้าๆ ในขณะที่ความเงียบสงบจะเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ก่อนที่จะส่งแขกทุกคนเข้านอนอย่างเป็นธรรมชาติ
เพราะเชื่อว่าช่วงเวลาแห่งการนอนนั้นมีความสำคัญต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์เท่าๆ กับการตื่น การนอนที่มีคุณภาพจะนำมาซึ่งเวลาตื่นที่มีประสิทธิภาพ Sleeep คือผลลัพธ์จากการนำนวัตกรรมมาประสานกับงานออกแบบเพื่อสร้างสรรค์เป็นประสบการณ์ในการนอนซึ่งเหมาะสมกับธรรมชาติของมนุษย์มากที่สุด



