ชีวิต...ไม่ควรถูกตีกรอบด้วยบริบทรอบข้าง เมื่อแบรนด์ที่ไม่มีแบรนด์อย่าง MUJI ออกแบบบ้าน พวกเขาสร้างสรรค์บ้านที่สามารถเปลี่ยนทำเลที่ตั้งให้มารองรับกับรูปแบบการใช้ชีวิตของผู้อยู่อาศัยได้อย่างลงตัว ด้วยการใช้แนวคิดบ้านที่ไม่มีผนังแบ่งกั้นพื้นที่ภายใน MUJI House เปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยปรับเปลี่ยนการใช้งานพื้นที่ได้อย่างอิสระตามความต้องการ กว่าหนึ่งทศวรรษผ่านไป เอกลักษณ์นี้ยังคงได้รับการถ่ายทอดสู่ Plain House บ้านแบบที่สี่ น้องใหม่จากตระกูล MUJI House พร้อมด้วยจุดเด่นที่ทำให้บ้านหลังนี้เป็นบ้านที่เหมาะสำหรับผู้อยู่อาศัยทุกเพศทุกวัย

Plain House คือภาพสะท้อนของวิถีชีวิตคนยุคปัจจุบันที่หันหน้าเข้าหาธรรมชาติ บ้านไม้ที่ไร้ขั้นบันไดหลังนี้ได้รับการออกแบบมาเพื่อความง่ายต่อการเข้าถึงของคนทุกวัย ทั้งเด็ก ผู้ใหญ่ และวัยชรา

Plain House คือบ้านที่พัฒนาขึ้นมาเพื่อรองรับรูปแบบการใช้ชีวิตหลากหลายที่กำลังเปลี่ยนแปลงไปอย่างรวดเร็วในปัจจุบัน ทั้งอัตราการเกิดที่ลดลง สังคมผู้สูงอายุที่ขยายตัวขึ้น และลักษณะการทำงานทางไกลจากที่บ้าน

จากศตวรรษที่ 20 ซึ่งสังคมตื่นเต้นกับการเติบโตของเศรษฐกิจ ผู้คนใฝ่ฝันที่จะเข้ามาใช้ชีวิตท่ามกลางสีสันในเมือง ทุ่มเงินจำนวนมหาศาลเพื่อเป็นเจ้าของคอนโดขนาดเล็ก และแข่งขันเพื่อให้ได้ทำงานในบริษัทยักษ์ใหญ่ ความสนใจของผู้คนในปัจจุบันกำลังเปลี่ยนแปลงไป การใช้ชีวิตช้าๆ กลับมาได้รับความสนใจในคนหมู่มาก ผู้คนเริ่มหันเข้าหาธรรมชาติและละทิ้งเมืองใหญ่ออกไปใช้ชีวิตสงบเรียบง่าย ยิ่งเทคโนโลยีเปิดโอกาสให้คนสามารถทำงานทางไกล คนรุ่นใหม่จึงย้ายถิ่นฐานไปอยู่ตามเมืองเล็กๆ มากขึ้น Plain House ได้รับการออกแบบมาเพื่อเป็นภาพสะท้อนของวิถีชีวิตของคนในปัจจุบันอย่างแท้จริง “เราออกแบบ Plain House เพื่อที่จะตอบโจทย์ความต้องการตัวเลือกที่อยู่อาศัยที่หลากหลายให้กับผู้คนยุคปัจจุบัน” Kenya Hara, Art Director จาก MUJI กล่าว “ไม่ว่าคุณจะอยู่ในวัยไหน กำลังสนใจในสิ่งใด อาศัยอยู่กับใคร คุณก็สามารถปรับแต่งบ้านนี้ให้เหมาะกับคุณได้ มันคือบ้านที่เหมาะสำหรับการเริ่มต้นครอบครัวที่เริ่มมีเจ้าตัวน้อย ในขณะเดียวกันก็สามารถเป็นบ้านที่ลงตัวกับชีวิตในบั้นปลายด้วยเช่นกัน”

หลังจากที่บ้าน 3 แบบแรก (Tree House, Window House และVertical House) ให้ความสำคัญกับพื้นที่จำกัดในสังคมเมืองของญี่ปุ่นPlain House คือบ้านสำเร็จรูปหลังแรกจาก MUJI ที่ออกแบบมาเพื่อสภาพแวดล้อมชานเมือง โดยมี “Forest Living” ในเมืองอิสุมิ จังหวัดชิบะ เป็นที่ตั้งในการเปิดตัว

ด้วยแนวคิด “เชื่อมต่อสวน...โยงใยครอบครัว” Plain House ได้รับการออกแบบให้เป็นบ้านชั้นเดียว (Hiraya) ที่มีลักษณะเปิดโล่งและลบเส้นเขตแดนระหว่างพื้นที่ภายนอกกับภายในให้คงเหลือเพียงแค่เลือนลาง มีชานไม้ขนาดใหญ่ไว้สำหรับรองรับกิจกรรมต่างๆ ผู้อยู่อาศัยสามารถยกกิจกรรมในบ้านย้ายออกมาสัมผัสกับบรรยากาศนอกบ้านได้อย่างเสรี ทั้งการกินอาหารเช้าใต้ต้นไม้ หรือการนั่งทำงานในสนามหน้าบ้าน

เมื่อราคาที่ดินในเมืองเล็กทำลายข้อจำกัดเรื่องขนาดของพื้นที่ การสร้างบ้านชั้นเดียวนั้นมาพร้อมกับข้อดีมากมาย ทั้งเรื่องความต่อเนื่องของพื้นที่ ทำความสะอาดง่าย สะดวกต่อการดูแลรักษา สามารถเข้าถึงได้ง่ายตั้งแต่วัยเด็กจนวัยชรา

พื้นที่ภายในและภายนอกของ Plain House เชื่อมต่อกันอย่างไร้รอยต่อด้วยชานไม้ขนาดใหญ่ที่ยื่นเข้าไปในสวน เปิดโอกาสให้ผู้อยู่อาศัยโยกย้ายกิจกรรมต่างๆ จากด้านในออกไปใกล้ชิดกับธรรมชาติได้ตามต้องการ

ด้วยพื้นที่ใช้สอย 800 ตารางฟุตกับชานบ้านขนาดใหญ่ Plain House เหมาะสำหรับผู้ที่พร้อมจะลงหลักปักฐานอยู่กับบ้านในระยะยาว โดยกลุ่มเป้าหมายหลักเป็นกลุ่มผู้สูงวัย และผู้ที่ต้องการใช้ชีวิตแบบเรียบง่ายไม่มีข้าวของสัมภาระมากมาย องค์ประกอบหลักที่มีเพียงรูปทรงเรียบง่ายสะอาดตา ไม้สีอ่อน และแสงธรรมชาติ ประกอบกับผลิตภัณฑ์สารพันสิ่งจาก MUJI ที่ให้เลือกสรรได้ตั้งแต่ไม้จิ้มฟันยันเรือดำน้ำ Plain House จึงเป็นบ้านที่มีความยืดหยุ่นในการปรับประยุกต์การใช้งานได้ตามแต่จินตนาการไม่รู้จบของผู้อยู่อาศัย

หนึ่งแนวคิดหลักของ MUJI House ก็คือความยืดหยุ่นในการใช้พื้นที่ ชานไม้ของ Plain House มีพื้นที่ซึ่งสามารถใช้ตั้งเตาบาร์บีคิว หรืออาจจะปรับเปลี่ยนเป็นจุดติดตั้งอ่างน้ำวนก็ได้ตามความต้องการของผู้อยู่อาศัย

ถึงแม้ว่า MUJI จะมีสาขากระจายอยู่ทั่วโลกและได้รับความนิยมในทุกภูมิภาค อย่างไรก็ตาม Plain House และบ้านสำเร็จรูปแบบอื่นๆ ในตระกูล MUJI House นั้นมีจำหน่ายเพียงในประเทศญี่ปุ่นที่เดียวเท่านั้น