“Elementseden… Make Life Simple” ข้อความนี้ติดอยู่บนกระจกหน้าร้านบนชั้น 2 ของอาคารชินวัตรไหมไทย ในซอยสุขุมวิท 23 แม้จะค่อนข้างซ่อนตัวสักหน่อย แต่ก็ไม่ยากนักที่คนรักสินค้าดีมีคุณภาพ หรือรักการจัดเก็บของให้เป็นระบบระเบียบ จะตามหาที่นี่เจอ

คลิปหนีบกระดาษ จาน กล่องเครื่องมือ ม้านั่ง ลังพับ จนถึงตู้บนเครื่องบิน ทุกสิ่งมีที่ “Elementseden” ในราคาเริ่มต้นตั้งแต่หลักสิบ จนถึงหลักหมื่น ภายในสเปซโชว์รูมอัดแน่นไปด้วยสินค้าหลากประเภท ที่เน้นคุณภาพการใช้งานได้ดี และมีประโยชน์สำหรับใช้สอยในชีวิตประจำวัน ที่สำคัญดีไซน์สวยนั้นมาในราคาสมเหตุสมผลและจับต้องได้ ใครที่มาที่นี่แล้วอาจนึกไปถึงร้านขายสินค้าประเภทฮาร์ดแวร์ แคมปิ้ง งาน D.I.Y. จนถึงพวก Industrial ซึ่งเป็นคัลเจอร์ทางฝั่งยุโรป และประเทศญี่ปุ่น ที่มีสินค้า “Good Design” ใช้งานได้ดีให้เลือกสรร แต่ครั้งนี้เราไม่ต้องบินไกลไปถึงต่างประเทศ

“เวลาไปไหนมาไหน ตาเราก็จะมองแต่ของพวกนี้ แล้วก็ชอบซื้อเก็บไว้ เป็นของฟังก์ชั่นดีและดีไซน์สวยจนสามารถใช้ตกแต่งบ้านได้ แต่ก็น่าแปลกใจว่าทำไมเมืองไทยไม่มีร้านที่ขายสินค้าแบบนี้สักเท่าไหร่” เป็นช่วงประจวบเหมาะพอดีที่ทั้งตั๊บ - ก้องกัลป์ วิริยะลัมภะ และไอซ์ - ธิชา แจ้งเรือง สองผู้ก่อตั้ง Elementseden เริ่มเบื่อกับการนำเสนอไอเดียแบบเดิมๆ ของ Elementseden ไม่ว่าจะเป็นแนวคิด วัสดุ และจนถึงการค้าขายแบบเดิมๆ ทำให้เริ่มถามตัวเองว่ากล้าพอมั้ยที่จะเปลี่ยน?
“การเปลี่ยนทิศทางใหม่ของ Elementseden ได้นั้น เราต้องก้าวข้ามขอบเขตข้อจำกัดเดิมๆ ของเราให้ได้ สุดท้ายเราได้ข้อสรุปว่าเปลี่ยนดีกว่า ไม่จำเป็นต้องยึดติดภาพแบบเดิมของ Elementseden โดยตั้งต้นมาจากความชอบของเราที่มีอยู่นี่แหละ โดยเราอยากเปิดตลาดสำหรับกลุ่มคนที่รักของแต่งบ้านเชิง Industrial , Hardware , Camping , D.I.Y ซึ่งในประเทศไทยคัลเจอร์นี้ก็ยังไม่เป็นที่นิยมมากนัก” ทำให้บทบาทตอนนี้ของพวกเขา เป็นทั้งนักออกแบบและนักคัดเลือกสินค้าดีมีคุณภาพจากแหล่งต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นญี่ปุ่น ไต้หวัน และอเมริกา เพื่อ “Make Life Simple” ให้กับผู้ใช้ทุกคน จำหน่ายทั้งปลีกและส่ง เพื่อให้สินค้าดีมีคุณภาพเหล่านี้กระจายถึงผู้ใช้กลุ่มกว้างในประเทศไทยมากขึ้น

“เราทำงานออกแบบมาก่อน ดังนั้นสินค้าที่เลือกมาจึงเน้นฟังก์ชั่นการใช้งาน และคุณภาพเป็นอันดับแรก ส่วนดีไซน์เป็นรองลงมา สินค้าแต่ละชิ้นนั้น นอกจากจะมีประโยชน์ไว้สำหรับจัดเก็บของแล้ว ด้วยดีไซน์ของตัวมันเองยังสามารถจัดเรียงซ้อนกัน ทำให้มันช่วยประหยัดพื้นที่ได้ด้วย” พวกเขายกตัวอย่าง ลังเลโก้ที่โทนสีแปลกตากว่าลังทั่วไปในอุตสาหกรรมนั้น จุดเด่นนอกจากใช้จัดเก็บของแล้ว ตัวมันเองยังสามารถต่อขยายใหญ่เหมือนเลโก้ได้ ซึ่งถือเป็นของชิ้นแรกๆ ที่ทำให้ทั้งคู่หันมาเปลี่ยนทิศทางของแบรนด์ใหม่เลยก็ว่าได้
“เราสองคนก็อาศัยอยู่ในคอนโดฯ ที่พื้นที่ใช้สอยแนวราบมีจำกัด ทำให้ต้องจัดการพื้นที่แนวตั้งด้วยการเลือกของใช้ที่สามารถวางซ้อนกันได้ ประเด็นคือ พวก Storage ที่ขายกันอยู่ตามตลาดเหล่านี้ รูปลักษณ์ดีไซน์เหมาะจะไปอยู่ในห้องเก็บของมากกว่า แต่เราอยากให้มันเป็นของตกแต่งหรือเฟอร์นิเจอร์ที่เข้ากับบรรยากาศของห้องได้ด้วย”

การเลือกหยิบสินค้าเชิง Industrial ที่ผลิตเพื่อการใช้งานในอุตสาหกรรม อย่างลังพับ ลัง Stack กล่องเครื่องมือ หรือกล่องคอนเทนเนอร์ ฯลฯ แล้วนำมาประยุกต์ใช้ในครัวเรือนนั้น นอกจากจะมีข้อดีในเรื่องความแข็งแรง ความสมบุกสมบัน และการใช้งานที่คงทนตามคุณภาพมาตรฐานอุตสาหกรรมแล้ว ทาง Elementseden ยังคัดเลือกสินค้าที่มีดีไซน์และสีสันสวยแปลกตากว่าตามท้องตลาดทั่วไปมาให้แล้วด้วย
สินค้าแต่ละชิ้นภายในร้าน Elementseden เปิดกว้างด้านการประยุกต์ใช้งานด้วย เราพบถาดข้าว ถาดใส่อะไหล่ ที่สามารถประยุกต์เป็นที่จัดเก็บของชิ้นเล็กชิ้นน้อย อย่างเครื่องประดับ เครื่องเขียน หรือมือถือก็ได้ และนอกจากสินค้าแนวอินดัสเทรียลที่คัดสรรจากแหล่งต่างๆ แล้ว ที่นี่ก็ยังมีงานเฟอร์นิเจอร์ที่ทำเองด้วยอย่างสตูลไม้ขนาดกะทัดรัดด้วย “เรายังชอบความเป็นคัลเจอร์อยู่บ้าง แต่จะให้ไปซื้อของจากแบรนด์ดังๆ ก็แพง เราก็เลยดีไซน์และทำขึ้นเองเลย”

จนถึงวันนี้ Elementseden ยังคงยึดแนวทางของตัวเองในเรื่องความไม่มีนิยาม หรือไม่มีข้อจำกัดใดๆ ให้กับแบรนด์ พร้อมเปิดกว้างขอบเขตสิ่งที่พวกเขาสนใจ “ตอนนี้สนุกมากขึ้น ไม่ต้องอยู่ในกรอบคอนเซ็ปต์ที่วางไว้ ชอบของชิ้นไหนก็คัดเลือกเข้ามาขาย ของบางชิ้นอย่าง พวกเทปกาว และคลิปหนีบกระดาษ เป็น Deadstock ที่หมดแล้วหมดเลยด้วย” ดังนั้นจุดแข็งของ Elementseden คือ นอกจากจะเป็นรูปแบบร้านที่ไม่มีที่ไหนในเมืองไทยแน่นอนแล้ว ทุกเดือนๆ ยังมีสินค้าแบบใหม่ๆ จากแหล่งต่างๆ ที่ผ่านการคัดสรรคุณภาพและดีไซน์อย่างดีมาอัพเดทกันอยู่เรื่อยๆ ด้วย
หลังจากที่เราใช้เวลาเดินดูของแต่ละชิ้นภายในโชว์รูม Elementseden ทีมงาน EVERYTHING คนหนึ่งก็ได้ตู้บนเครื่องบินที่สามารถประยุกต์ใช้เป็นตู้ใส่ของในราคาหลักไม่กี่พัน อีกคนได้กล่องเครื่องมือสำหรับใช้เป็นที่ใส่อุปกรณ์เครื่องเขียนบนโต๊ะในราคาหลักร้อย ทำให้เราลงความเห็นว่า ของเบสิคที่ราคาจับต้องได้ ใช้งานได้ดีในชีวิตประจำวัน และดีไซน์สวยเรียบง่ายแบบนี้ ทำให้เรารู้สึกอยากกลับมาเดินดูของที่นี่อีกบ่อยๆ โดยร้านเปิดทุกวัน (ยกเว้นวันอาทิตย์และวันพุธ) เวลา 14.00 น. – 19.00 น.