‘ลดทอน’ เพื่อ ‘ขยาย’ ในความหมายใหม่ของที่อยู่อาศัย กับโปรเจ็กต์ Bann 33

การลดทอนในเชิงสถาปัตยกรรมนั้น จัดได้ว่าเป็นความท้าทายประเภทหนึ่ง ท่ามกลางข้อจำกัดที่แปลงสภาพตนเองเป็นโจทย์ให้ผู้ออกแบบได้ขบคิด เพื่อพิชิตซึ่งฟังก์ชันการใช้งาน และความสวยงามทางด้านสถาปัตย์ มีชิ้นงานอยู่ไม่มากที่สามารถเข้าถึงสมดุลดังกล่าวได้อย่างลงตัว และนี่คือหนึ่งในชิ้นงานดังว่า ที่หาจุดที่เหมาะสมได้จากการตัดทอนส่วนไม่จำเป็น เพื่อนำสู่ความหมายใหม่ด้านที่อยู่อาศัย

เราอาจจะผ่านตากับงานสถาปัตย์ที่อยู่อาศัยแบบผสมผสานกันมานักต่อนัก แต่สำหรับ Bann 33 ของ Stu/D/O แห่งนี้ มันคือความท้าทายอย่างถึงที่สุด เพราะไม่ใช่แค่ข้อจำกัดทางด้านพื้นที่ที่เป็นโจทย์ตั้งต้น หากแต่การจะต้องรวมทั้งที่อยู่อาศัยจำนวนหกห้องนอน เข้ากับเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์สี่ยูนิต โดยให้ทุกพื้นที่มีความเป็นส่วนตัวอย่างสูงสุดแต่ยังเชื่อมโยงเข้าถึงกัน มันดูแทบจะเป็นไปไม่ได้ ภายใต้ไซต์งานขนาด 740 ตารางเมตร ซอยสุขุมวิท 27 ที่ทุกคูหานั้นถูกบีบรัดเข้ามาอย่างไม่อาจเลี่ยง

นั่นทำให้เราได้เห็นถึงความโดดเด่นของการจัดสรรพื้นที่เพื่อเสริมพลังอย่างมีนัยสำคัญ โปรแกรมหลักของอาคารถูกแบ่งด้วย Circulation ของทางเดินสองชุด ทางทิศตะวันออกและทิศใต้สำหรับเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ ที่ถูกขนาบด้วยอาคารสูงเพื่อนบ้าน และทางเดินในแนวตั้ง ที่ถูกจัดวางเอาไว้สำหรับที่อยู่อาศัยส่วนบุคคล ที่พาดผ่านกลางระหว่างทางเดินอีกชุดหนึ่ง สร้างความเชื่อมโยงแต่ชัดเจนในแง่ของฟังก์ชัน และเพิ่มความเป็นส่วนตัวโดยไม่ก่อให้เกิดความพลุกพล่านมากจนเกินไป

การ ‘ลดทอน’ ก้อนมวลของอาคาร ช่วยสร้างความเป็นส่วนตัว และเสริมความเปิดโปร่งของพื้นที่ขึ้นไปได้อย่างมาก

ในส่วนของการใช้งาน ผู้ออกแบบใช้การ ‘ลดทอน’ ก้อนมวลอาคารตามส่วนต่างๆ เพื่อสร้างความลื่นไหลของอากาศ และพื้นที่ของแสงที่จะเข้ามาเล่นไล้ภายใน นอกไปจากนั้น การลดมวลอาคารยังทำหน้าที่ในการแบ่งฟังก์ชันการใช้งานในเชิงสถาปัตยกรรม ที่พื้นที่ส่วนเซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ ทำหน้าที่ห่อหุ้มและโอบล้อมตัวอาคารหลัก เพื่อลดอุณหภูมิของแสงแดดที่จะตกกระทบเข้ามาตามช่วงเวลาในทิศตะวันตก เพิ่มการระบายอากาศ และลดการใช้การปรับอากาศให้น้อยที่สุดเท่าที่จำเป็น

การลดทอนยังไม่จบเพียงเท่านั้น เพราะการทอนมวลของพื้นที่ส่วนกลางที่พาดยาวขึ้นไปถึงบริเวณพื้นที่เปิดส่วนดาดฟ้า สอดคล้องกันดีกับหลักอากาศพลศาสตร์ เพิ่มการระบายอากาศ นอกจากนั้น ยังเพิ่มการตกแต่งภายในด้วยการปลูกต้นไม้ตามระเบียงและพื้นที่ว่างส่วนกลาง ให้ทัศนียภาพภายในที่ปลอดโปร่งสบายตา และให้ร่มเงากับอากาศในยามกลางวัน ที่ออกแบบไปพร้อมกับการใช้วัสดุอย่างอลูมิเนียมเบาโทนสีขาวทั่วอาคารและระแนงตาถี่ เพื่อเสริมพลังของการทอนก้อนมวล ให้อาคารมีความเย็นสบายอย่างเป็นธรรมชาติ

การจัดวางพื้นที่ใช้สอยเพื่อตอบสนองต่อฟังก์ชันก็เป็นอีกจุดหนึ่งที่ควรกล่าวถึง เพราะผู้ออกแบบทำตามโจทย์ในเรื่องความเป็นส่วนตัวในทุกฟังก์ชันอย่างเคร่งครัด ส่วนพักอาศัยส่วนตัวอยู่บริเวณชั้นล่างที่ใกล้กับบริบทของธรรมชาติและโอบรับกับทัศนียภาพหลักมากที่สุด ไล่เรียงกันขึ้นมาในชั้นที่สองถึงห้า ที่เซอร์วิสอพาร์ทเมนต์ได้ทำหน้าที่เป็นส่วนประกอบของอาคารหลัก ที่เชื่อมโยงด้วยทางเดินกลาง และพื้นที่ส่วนกลางที่ผู้ออกแบบได้จัดวางเอาไว้บริเวณดาดฟ้า ที่สามารถเข้าถึงได้จากทุกฟังก์ชัน ก่อให้เกิดปฏิสัมพันธ์ของผู้ใช้งาน โดยไม่เสียซึ่งความเป็นส่วนตัวไป

สำหรับงานสถาปัตย์ภายใต้พื้นที่จำกัดนั้น นับว่าเป็นความท้าทายในตัวของมันเองระดับหนึ่ง แต่มีไม่บ่อยครั้งที่เราจะเห็นการเข้าหาโจทย์ด้วยการ ‘ลดทอน’ มวลอาคารส่วนนั้นบ้าง ส่วนนี้บ้าง เพื่อสงวนซึ่งภาพหลักใหญ่ทางด้านการใช้งานและความเป็นส่วนตัว และ Bann 33 จากทีม Stu/D/O ก็ดูจะเข้าใจ และปรับใช้แนวคิดดังกล่าวได้อย่างดีและมีประสิทธิภาพ สมประโยชน์ตรงตามความต้องการ และทำให้เราเข้าใจได้ถึงแนวคิดแบบ ‘ทำน้อย ได้มาก’ ที่ยังคงงดงามทางด้านสถาปัตยกรรมอยู่เสมอๆ

Location:
Sukhumvit 27, Bangkok, Thailand

Type: Architecture Design

Program: Residential (5-storey Apartment)

Client:
Ketwalee Sermchuvitkul
Site Area: 740 sqm.
Built Area: 1,200 sqm.
Design: 2014
Completion: 2019

Stu/D/O Project Team:
Apichart Srirojanapinyo
Chanasit Cholasuek
Picsacha Na Songkhla
Tirayu Preechavibul
Interior Architect: Little Enjoy Studio
Structural Engineer: Ittipon Konjaisue
Mechanical Engineer: MEE Consultants
Consultants: Chanin Limapornvanich
Contractor: Sittanant

Photography:
DOF Skyground, Stu/D/O