arise on the street.
ในแวดวงสตรีทอาร์ตติส หากเอ่ยชื่อของ ฐิติภูมิ เพ็ชรสังข์ฆาต อาจไม่เป็นที่คุ้นหูใครหลายคนนัก แต่หากเรียกขานเขาเสียใหม่เป็น ‘AnOfficerDies’ เชื่อแน่ว่าทุกคนต้องรู้จักและจดจำคาแรคเตอร์ปีศาจสี่ตาและผองเพื่อน ‘Millions Monster’ อันเป็นเอกลักษณ์ของ สตรีทอาร์ตติสคนนี้ได้เป็นอย่างดี
ใช่แล้ว ‘AnOfficerDies’ เป็นชื่อในการทำงานศิลปะสายสตรีทของ กอล์ฟ-ฐิติภูมิ เพ็ชรสังข์ฆาต กราฟฟิกดีไซเนอร์หนุ่มวัย 39 ปี แห่ง ducstore the design guru นั่นเอง ส่วนที่เขาใช้นามแฝงในการทำงานในฐานะสตรีทอาร์ตติส นั้นก็เพราะอยากแยกบทบาทระหว่างงานประจำและงานอดิเรกซึ่งเขารักเท่าๆ กันออกจากกัน...เท่านั้นเอง

ในรอบหลายปีหลังมานี้ ‘Millions Monster’ ของกอล์ฟ ‘AnOfficerDies’ ได้รับการจับตามองมากขึ้น หนึ่งในผลงานอันโดดเด่นของ ฐิติภูมิ คือการได้รับเลือกเป็นหนึ่งในหกศิลปินที่มาร่วมโครงการวาดรูปบนผนังไซต์ก่อสร้างโครงการสามย่านมิตรทาวน์เมื่อหลายปีก่อน ซึ่งทำให้ผองเพื่อนปีศาจ ‘Millions Monster’ ของเขาปรากฏสู่สายตาสาธารณะ มีคนไปถ่ายรูปกับภาพวาดของเขามากมาย จนทำให้ ‘AnOfficerDies’ ได้รับโอกาสในการทำงานชิ้นใหญ่ๆ ตามมาอีกมายมาย ทั้งงานเพนต์ผนัง งานออกแบบคาแรคเตอร์ ฯลฯ
งานที่เขาทำเป็นงานอดิเรกกำลังไปได้สวย ขณะเดียวกัน ในฐานะกราฟิกดีไซเนอร์ กอล์ฟ ก็ทุ่มเทและมุ่งมั่นให้กับงานของตัวเองอย่างเต็มที่
วันนี้เราจะมาทำความรู้จักชีวิต ความคิด และความเป็นมาของ ฐิติภูมิ เพ็ชรสังข์ฆาต หรือ ‘AnOfficerDies’ คนนี้กันให้มากขึ้น เพื่อที่คุณจะได้ไม่แปลกหน้ากับเหล่าปีศาจสี่ตาที่อาจพบเจอตามท้องถนนในอนาคต

“ผมทำงานเป็นกราฟิกดีไซเนอร์มา 16 ปีแล้วครับ” กอล์ฟ เริ่มเล่า “ผมเรียนจบนิเทศศาสตร์จาก (มหาวิทยาลัย) สวนสุนันทา ปี 2546 ช่วงปีสุดท้าย ต้องฝึกงานผมก็ร่อนจดหมายฝึกงานไปตามเอเจนซี่แต่ก็ไม่ได้สักที่ อาจเพราะเราไม่เก่งในทางนั้น จนช่วงนั้นได้อ่านนิตยสาร a day แล้วเขาก็สัมภาษณ์ บริษัท ductstore the design guru จำได้ว่าเขาเขียนว่าเหมือนทีมลีดส์ ยูไนเต็ด ที่มีแต่คนหนุ่มรุ่นใหม่ไฟแรง ผมก็โทรไปขอฝึกงานพี่คนหนึ่งเขาถามว่าทำกราฟิกฯ ได้ไหม ผมก็ตอบว่าทำได้ครับ เขาถามว่าจบนิเทศศิลป์ใช่ไหม ผมตอบว่านิเทศศาสตร์ เขาเลยบอกว่าเดี๋ยวๆ งั้นคุยกับพี่อีกคนหนึ่ง แล้วก็คงส่งโทรศัพท์ให้พี่หมู (นนทวัฒน์ เจริญชาศรี ผู้ก่อตั้ง บริษัท ductstore the design guru) ปรากฏว่าตอนแรกพี่หมูไม่มั่นใจว่าผมจะทำได้ไหม เพราะจบมาไม่ตรงสายงานออกแบบ เขาก็เลยให้การบ้านผมไปทำก่อนจะฝึกงานจริง ๆ หนึ่งเดือน ผมก็เอาการบ้านมาทำนะ ผมรู้ว่าผมไม่เก่งหรอก แล้วผมก็ไม่ได้เรียนมาตรงสายงานด้วย แต่อาศัยว่าผมไปแอบเรียนกับเพื่อน ๆ และผมก็พยายามมาก ๆ เชื่อไหมผมทำงานมา 16 ปี ยังไม่เคยเห็นเด็กฝึกงานคนไหนได้การบ้านไปทำก่อนเริ่มฝึกจริง ๆ เหมือนผมเลย ปรากฏว่าพี่หมูรับผมฝึกงาน หลังจากฝึกงานเสร็จพี่หมูก็ให้ผมทำงานต่อเลยเป็น กราฟฟิก ดีไซเนอร์ ก็ทำมาตั้งแต่วันนั้นจนทุกวันนี้ เท่ากับว่าผมทำงานออกแบบ เป็น กราฟฟิก ดีไซเนอร์ ได้ก็เพราะที่ ductstore นี่แหละที่ให้ทุกอย่างกับผม ให้ผมได้เรียนรู้” กอล์ฟเล่าถึงความหลัง

เมื่อทำงานไปได้ระยะหนึ่ง ในฐานะกราฟิก ดีไซเนอร์ งานของกอล์ฟถือว่าก้าวหน้าเป็นอย่างดี งานแล้วงานเล่า ล้วนผ่านการออกแบบของเขานั่นทำให้เขาเติบโต แต่ในขณะเดียวกันในฐานะคนทำงานประจำก็เลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องหาอะไรสักอย่างทำเพื่อผ่อนคลายตัวเอง ซึ่งกอล์ฟเลือกการวาดรูปเล่น การวาดรูปที่เขายังไม่รู้ว่ามันจะพาเขาออกเดินทางไกล



“การได้ทำงานศิลปะหรือวาดรูปเป็นการผ่อนคลายตัวเองจากจากงานที่ทำประจำในทุก ๆ วันนะครับ จริง ๆ จุดเริ่มต้นที่วาดมันไม่ได้เป็นแบบที่เห็นนี้ด้วยซ้ำมันเริ่มมาจากเรากำลังเล่นกับแมวอยู่หน้าบ้าน แล้วก็ไปเห็นซอกแตกที่ประตู ก็รู้สึกว่ามันเหมือนสัตว์ประหลาด เลยวิ่งไปหยิบปากกามาวาดตา วาดหน้า เริ่มรู้สึกว่าเราชอบว่ะ หลังจากนั้นเราก็เริ่มมองหา monster ของเราไม่หยุดเลย เจอตรงไหนก็วาดตรงนั้น เหมือนเราได้ค้นพบวิธีทำงานศิลปะของเราแล้วว่ามันจะเป็นงานอาร์ตที่อยู่ตรงนั้น วาดตรงไหนจะอยู่ตรงนั้นตลอดไป เราไม่สามารถหยิบมันติดมือกลับบ้านมาด้วยได้ เราก็เลยเริ่มกลับมาสเก็ตช์คาแรคเตอร์ของเรา
“ดราฟต์แรกๆ ที่ผมลองวาดยังไม่มีสี่ตาอย่างที่เห็นนะครับ มันก็เป็นหน้าทั่ว ๆ ไปนี่แหละ แล้วผมก็ลองวาดแบบอื่นด้วย ลองวาดเป็นพัน ๆ ตัว แล้วเลือกตัวที่ผมชอบที่สุด นั่นก็คือมิสเตอร์ มาร์แต็ง (Mr. Martin) เอามาทำต่อ นั่นคือตัวแรกของ Millions Monster
“บังเอิญว่าตอนนั้นผมดาวน์โหลดอินสตาแกรมมา เห็นเขาโพสต์รูปกัน แต่ผมไม่รู้จะโพสต์อะไร ก็เลยลองเอารูปสเกตช์ที่วาดแล้วนี่แหละ โพสต์ในไอจี วันละรูป จนเริ่มมีคนเห็น มีคนสนใจมากขึ้น มีคนแชร์ไปซึ่งมันก็เป็นกำลังใจให้เราวาดไปเรื่อย ๆ นะครับ” กอล์ฟเผย
และเมื่องานอดิเรกของเขา เดินทางมาถึงจุดที่มีคนสนใจระดับหนึ่ง กอล์ฟก็เริ่มคิดว่าเขาควรแยกงานอดิเรกออกจากงานประตำ นั่นเป็นที่มาของชื่อที่เขาเรียกขานตัวเองในฐานะสตรีทอาร์ตติส และชื่อนั้นก็คือ ‘AnOfficerDies’


“มันก็เหมือนกับว่าเวลาที่ผมวาดรูป พนักงานประจำคนนั้นได้ตายไปแล้ว ก็เลยตั้งชื่อว่า ‘AnOfficerDies’ ครับ” กอล์ฟอธิบาย
และเมื่องานของ ‘AnOfficerDies’ ได้ปรากฏต่อสายตาเพื่อนฝูงนักออกแบบ เพื่อนศิลปินต่าง ๆ แล้ว บทบาทในฐานะศิลปินของเขาก็เริ่มจริงจังมากขึ้น
“วันหนึ่ง พี่กิ๊บ รักกิจ (ควรหาเวช) ที่ตอนนี้เป็นศิลปินระดับประเทศไปแล้ว บอกกับผมว่า เฮ้ย จะมาวาดบนกระดาษไปตลอดเลย ทำไมไม่ลองทำงานที่มันโอเวอร์สเกล งานที่มันใหญ่ ๆ ดูบ้าง ก็ทำให้ผมมาคิดต่อ จนตัดสินใจไปซื้อสี พู่กัน อุปกรณ์ต่าง ๆ ไปพ่นกำแพงแถวบ้านที่บางซื่อ พอทำเสร็จเราถ่ายรูปโพสต์ไอจีเพราะคิดว่ามันเจ๋ง แต่สักพักเราก็เห็นแต่ความผิดพลาด เรายังไม่แม่นพอที่จะทำงานที่มันมีขนาดใหญ่ขนาดนั้น มันก็เลยเป็นความท้าทายของเราว่ามันจะแม่นกว่านั้นอีกได้หรือเปล่า
“พอเริ่มจากกำแพงแรก หลังจากนั้นเราก็ออกไปทำงานบนถนนเยอะขึ้น เราใช้อุปกรณ์ที่ดีขึ้น ผมไปเรียนรู้เทคนิคต่าง ๆ จากการดูคลิปในยูทูปว่าคนอื่นเขาทำกันยังไง แต่ยังไงต่อให้ผมออกไปทำงานข้างถนน ผมก็ไม่เคยทิ้งการวาดรูปเลย ผมวาดทุกวัน ผมเชื่อเรื่องการทำอะไรให้ครบ 10,000 ชั่วโมง แล้วเราจะเป็นเจ้าของสิ่งนั้น ช่วงแรก ๆ ที่ผมทำ ‘Millions Monster’ ก็มีคอมเมนต์จากเพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ ว่ามันคล้ายงานของศิลปินคนนั้นคนนี้ไหม ผมก็ฟังนะ แต่ผมไม่ให้น้ำหนักขนาดนั้น แค่คิดว่าเราต้องพัฒนางานของเราต่อไป
“ผมก็เลยตัดสินใจหยุดวาดรูปหนึ่งวัน เพื่อเอาวันนั้นมาสเก็ตช์เฉพาะหน้าของคาแรคเตอร์ของเรา สเกตช์จนได้รูปแบบเฉพาะของเรา ที่มีสี่ตาเชื่อมติดกัน หน้ายิ้ม มีคนถามว่าทำไมต้องมีสี่ตา คำตอบคือผมเกิดวันที่สี่แค่นั้นเลย ไม่มีความหมายอะไรอื่นอีกเลย ส่วนสีน้ำเงินของ Mr. Martin เพราะเป็นสีของสโมสรฟุตบอลเชลซีที่ผมชอบ ง่าย ๆ แค่นั้นเอง

“จริง ๆ ในตอนแรกยังไม่เป็น ‘Millions Monster’ หรอกนะครับ แต่พอได้คาแรคเตอร์แรกแล้วก็อยากวาดอีก ตั้งใจจะวาดให้มันเยอะ ๆ ทีนี้ เราไปเจอคำว่า ‘millions’ มาจากกระเป๋าแบรนด์ Carhatt ที่เขาสกรีนคำว่า ‘from mill to millions’ เราก็ชอบคำว่า ‘millions’ เลยเอามาตั้งชื่อเป็นชุดคาแรคเตอร์ ‘Millions Monster’” ” กอล์ฟเล่าให้ฟังถึงที่มาของคำว่า ‘Millions Monster’
หลังจากนั้น แม้จะยังเป็นแค่งานอดิเรก แต่ก็กล่าวได้ว่า ‘Millions Monster’ เริ่มมีชีวิตและหนทางเป็นของตัวเองในแบบที่จริงจังมากขึ้น มีคนสนใจมากขึ้น ชื่นชอบมากขึ้น ราวกับว่าถึงเวลาแล้วที่แก๊งสัตว์ประหลาดนอกเวลางานของกอล์ฟจะออกพบปะผู้คนในวงกว้างเสียที

“งานที่ทำให้คนเห็นงานของเราหรือว่าสนใจมันจริง ๆ ก็คือผนังที่ผมทำให้กับโครงการสามย่านมิตรทาวน์ เรียกว่าเป็นผนังที่เข้ามาเปลี่ยนชีวิตผมจริง ๆ ผนังนี้เป็นการเพนต์บนบอร์ดที่เป็น Hoarding (ผนังหรือรั้วชั่วคราวที่สร้างขึ้นขณะทำการก่อสร้าง) ซึ่งโครงการเขาชวนศิลปิน 6 คนมาทำงานศิลปะบน Hoarding รอบ ๆ ไซต์งาน ผมเป็นหนึ่งในศิลปินที่ได้รับเลือก ซึ่งคนอื่นเขาใช้วิธีพ่นบนกำแพงหมดเลย มีผมคนเดียวที่เพนต์ ทำให้ผมทำนานกว่าชาวบ้านเขาคือทำอยู่สองวัน แต่ถ้าจะให้พูดจริง ๆ ก็ต้องบอกว่าบอร์ดนี้เป็นประตูบานใหญ่ที่เปิดให้คนอื่นได้รู้จักงานของผม ผ่านมีเดียต่าง ๆ ที่เขานำเสนอออกไป คนก็มาดูมาถ่ายรูป บางคนรู้จักผมก็ถ่ายแล้วโพสต์แท็กผมมา ผมก็ดีใจ และทำให้ผมได้โอกาสทำงานอื่น ๆ มากขึ้น ทีนี้ก็ขึ้นอยู่กับเราแล้วว่าจะทำยังไงกับโอกาสที่ได้รับหลังจากนั้น

“หลังจากทำงานที่โครงการสามย่านมิตรทาวน์แล้ว ก็มีงานอื่น ๆ เข้ามาครับ แทนที่จะเพนต์หรือพ่นสีกำแพงอย่างเดียว ก็จะมีออกแบบคาแรคเตอร์ งานออกแบบโปสเตอร์ งานที่ทำร่วมกับศิลปินท่านอื่น ๆ ด้วย งานพ่น เพนต์กำแพงก็มากขึ้น ห้างต่าง ๆ ก็ชวนไปทำ รวมทั้งงานที่สยามสแควร์ ซึ่งเป็นความฝันเลยนะ เราก็เดินสยามสแควร์มาตั้งแต่เป็นวัยรุ่น ไม่คิดว่าวันหนึ่งจะมาพ่นกำแพงก็ต้องขอบคุณกลุ่ม ATM Spray และจุฬาฯ ที่ชวนผม ซึ่งงานที่สยามฯ ก็ค่อนข้างสบาย ๆ ครับ และผมอยากงานชิ้นนั้นมันก็พูดกับคนที่นั่น มีบริบทที่เกี่ยวข้องกับสถานที่ด้วย ซึ่งผมอยากทำงานที่ไปในลักษณะนี้มากขึ้นนะครับ” กอล์ฟกล่าว
“นับจากวันแรกที่ผมวาดรูป Monster ก็ 5 ปีแล้ว ผมก็ไม่คิดว่ามันจะมาถึงจุดนี้ได้ แต่รู้สึกดีใจยินดีอย่างบอกไม่ถูก ที่ได้เห็นงานที่เราทำไม่ว่าจะในรูปแบบไหนก็ตามได้ออกสู่สาธารณะ ผมคิดว่ามันเป็นความสุขนะ ส่วนในอนาคตก็ยังจะทำงาน ‘Millions Monster’ ต่อไปเรื่อย ๆ อยากทำงานที่สื่อสารกับคนอื่น ๆ งานที่พูดถึงความสนใจในชีวิต แนวคิดต่าง ๆ เกี่ยวกับตัวเอง สังคมและอื่น ๆ โดยไม่จำกัดรูปแบบ ผมไม่สนใจเลยว่ามันจะเป็นอะไร เป็นสตรีทอาร์ตติส เป็นอาร์ติส ผมคิดแค่ว่าผมเป็นคนทำงานผมมีหน้าที่ทำงาน ผมไม่สนใจว่าผมจะเป็นอะไรในอนาคต ผมแค่รักที่จะทำงาน ผมคิดแค่นั้นจริง ๆ” กอล์ฟสรุปถึงคอนเส็ปต์ในการทำงานของเขาเอง ที่ไม่ว่าจะในฐานะอะไร ขอแค่รักที่จะทำงาน รักในงานที่กำลังทำ