181° New Dimensions of Nature Landscapes by Yoshiki Hase
งาน ‘ภูมิทัศน์” ที่ถ่ายทอดจิตวิญญาณของธรรมชาติและเติมเต็มด้วยเรขาคณิต

  “181° คือองศาใหม่ที่ถูกจำกัดความขึ้น เมื่อภูมิทัศน์หลอมรวมกับวัตถุทรงเลขาคณิต ที่ผมตั้งใจให้มันเติมเต็มและสมบูรณ์ในมุมมองของผม ซึ่งก็หมายความว่า 180 องศามาจากภาพที่ผมถ่าย และเติมอีก 1 องศาที่หมายถึง “มนุษย์” เข้าไปทำให้ทุกภาพในโปรเจกท์นี้ บอกเล่าถึงพลังสร้างสรรค์ของมนุษย์ ที่เมื่อเทียบกับภาพพื้นหลังที่ไร้นิยามซึ่งไม่อาจหาคำใดมากำหนด”

ฮาเสะเล่าให้เราฟังก่อนที่บทสนทนาเกี่ยวกับผลงานของเขาจะเริ่มขึ้น

  “ผมเคยมาเมืองไทยไม่กี่ครั้ง ซึ่งครั้งหนึ่งในนั้นก็คือการแค่มาทรานซิสรอต่อเครื่องที่กรุงเทพฯ” Yoshiki Hase (โยชิกิ ฮาเสะ) ที่ดูสุขุมและผ่อนคลายตามแบบฉบับคนญี่ปุ่น แน่นอนว่าในความนิ่งนั้น ก็แฝงไปด้วยความเอาจริงเอาจังเหมือนกับภาพถ่ายของเขาไม่มีผิด

  เจ้าของรางวัล Emerging Artist ในปี 2018 ของ LensCulture เว็บไซต์การถ่ายภาพร่วมสมัย และรางวัลชนะเลิศสำหรับ Single Image ใน DALI International Photography Exhibition ที่ประเทศจีน และมีนิทรรศการเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทย โดยมีภัณฑารักษ์ และผู้จัดการดูแลนิทรรศการอย่าง ผ้าป่าน-สิริมา ไชยปรีชาวิทย์

  “ป่านได้เห็นงานของเขาแล้วรู้สึกประทับใจในงานของคุณโยชิกิตั้งแต่ครั้งแรก รู้สึกว่ามันมีความพิเศษ ก่อนที่จะได้รู้เกี่ยวกับเรื่องราว และรายละเอียดของตัวงาน หลังจากที่ได้ศึกษางานของคุณโยชิกิเพิ่มหลังจากนั้น ป่านก็เลยติดต่อให้คุณโยชิกิมาแสดงผลงานที่กรุงเทพฯ เพราะป่านอยากให้คนไทยได้เห็นงานของคุณโยชิกิ เขาไม่ใช่แค่ช่างภาพแต่เขาคือศิลปิน ป่านเลยอยากให้ทุกคนเห็นวิธีการเล่าเรื่อง ในรูปแบบของ Exhibition มากกว่าการได้เห็นงานเขาผ่านทางโซเชียลมีเดียหรือในออนไลน์”

  เรามีโอกาสได้พบทั้งคู่ก่อนที่งานเปิดตัวจะมีขึ้นในวันรุ่งขึ้น บริเวณชั้นสอง ของ River City Bangkok ห้องโถงขนาดพอดีที่เต็มไปด้วยบรรยากาศค่อนข้างง่วนกับการจัดวาง และเคลียร์พื้นที่ให้กับภาพถ่ายหลากหลายขนาดของฮาเสะ แม้พวกเขาจะดูรีบเร่งเพื่อที่จะทำทุกอย่างให้ทันเวลา แต่เราก็ยังได้รับการต้อนรับอย่างอบอุ่นจากทั้งฮาเสะ และผ้าป่านในเย็นวันนี้

  สำหรับ 181° New Dimensions of Nature Landscapes จะประกอบไปด้วย 2 ซีรี่ย์คือ 181° และ DESSIN ที่ฮาเสะบอกว่า โปรเจกท์ที่เกิดขึ้น เริ่มมาจากการออกเดินทางไปทั่วประเทศญี่ปุ่น และนั่นทำให้เขาออกไปพบสถานที่อันน่าทึ่ง ซึ่งเขามักจะถูกถามเสมอว่า สถานที่นั้นคือที่ไหน แต่เขาเลือกที่จะไม่ระบุรายละเอียดเหล่านั้นไว้ เพราะฮาเสะต้องการให้ใครก็ตามที่เห็นงานของเขา ตั้งคำถาม และปล่อยให้บางอย่างเป็นความน่าค้นหาอย่างไม่มีที่สิ้นสุด

  ในส่วนของวัตถุเรขาคณิต ฮาเสะบอกว่านี่ตัวแทนของมนุษย์ เพราะในท่ามกลางภูมิทัศน์เหล่านั้น อาจมีบางสิ่งที่ขาดหายไป ซึ่งรูปทรงเลขาคณิตที่เขาสร้างมันขึ้นมาใหม่นี้ จะกลายเป็นวัตถุเชิงสัญลักษณ์ที่มนุษย์ประดิษฐ์ขึ้นเพื่อใช้อธิบายความรู้ที่มองไม่เห็น

  ขณะที่อีกซีรี่ย์ที่ชื่อว่า DESSIN (หรือ Drawing ในภาษาอังกฤษ) เป็นอีกส่วนที่ฮาเสะให้ความสำคัญกับสถานที่ และการที่เขาสัมผัสได้ว่า ในคำว่า “ภูมิทัศน์” นั้นไม่ได้หมายถึงชิ้นส่วนของพื้นที่โล่งกว้างที่เราเห็นอยู่ตรงหน้า แต่ยังสามารถเป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติที่สร้างมา หรือแม้กระทั่งเกิดจากสภาวะทางจิตของมนุษย์

  “หากในความเงียบงันของภูมิทัศน์ สามารถแทรกการเคลื่อนไหวของมวลเมฆที่ลอยอยู่ หรือสายลมที่พัดโบกในขณะที่เขากำลังเก็บภาพนั้นๆ มันน่าจะสมบูรณ์มากกว่า และผมเลือกที่ใช้องค์ประกอบเพิ่มเติมที่เป็นกลุ่มเส้นสายต่างๆ เพื่อเป็นตัวแทนพลังแห่งธรรมชาติและบรรยากาศ ณ ตอนนั้น” ฮาเสะกล่าว

  ดังนั้น DESSIN จึงนิยามได้ว่า ธรรมชาติรอบตัวยังคงดำเนินต่อไปอย่างไร้กาลเวลา และนั่นเป็นมิติใหม่ของฮาเสะ ที่ถูกต่อยอดออกมาจาก 181° “ผมใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่ข้างนอกเพื่อหาโลเคชั่น ส่วนบ้านผมจะเอาไว้กินข้าว แล้วก็นอนแค่นั้นเลยครับ ความสนุกและท้าทายมันเริ่มตั้งแต่ตอนที่ผมต้องระวังตำรวจตลอดเวลา (หัวเราะ) การหาสถานที่สำหรับผมเป็นเรื่องสนุกมาก เพราะว่าต้องหลบๆ ซ่อนๆ อยู่ตลอดเวลา ในญี่ปุ่นการจะถ่ายรูปสถานที่เป็นเรื่องที่ต้องขออนุญาต ซึ่งเสี่ยงมากๆ แต่ผมก็ต้องทำมันต่อไป เพราะอะไรน่ะเหรอครับ เพราะถ้าผมขอ เขาก็จะไม่ให้ผมใช้สถานที่นั้นน่ะสิ (หัวเราะ) ดังนั้นทุกๆ ครั้งในการหาสถานที่สำหรับงานของผม เป็นเรื่องน่าตื่นเต้นเสมอ”

  ฮาเสะเล่าว่าในการทำงานตามสถานที่ต่างๆ เหล่านี้อาจจะดูเหมือนง่าย แต่ในความเงียบสงบที่เราเห็นในภาพถ่ายนั้น ซุกซ่อนความวุ่นวายไว้มากมาย เขามีทีมงานที่ช่วยสร้างวัตถุทรงเรขาคณิตขนาดใหญ่เหล่านั้น ดังนั้นความท้าทายส่วนใหญ่ที่เกิดขึ้นกว่าจะมาเป็นทั้ง 2 ซีรี่ย์นี้ก็คือเรื่องของโปรดักชั่น บางผลงานใช้เวลาเกือบ 2 ปี กว่าฮาเสะจะรู้สึกว่า นี่คือสิ่งที่ตา และ ความรู้สึกของเขาสามารถรู้สึกได้ถึงความสมบูรณ์แบบ ในจินตนาการของเขา

  เมื่อเรขาคณิตมีส่วนเกี่ยวข้องสัมพันธ์กับชีวิตประจำวันของมนุษย์เพื่อทำความเข้าใจ หรืออธิบายสิ่งต่างๆ รอบตัว แม้กระทั่งแทนตัวของเราเอง แล้วความสมมาตรของทั้งคู่ล่ะ? เป็นรูปทรงแบบไหน

  “ของป่านน่าจะเป็นสามเหลี่ยมค่ะ ป่านชอบเห็นแสงและเงาที่อยู่ในตัวของรูปทรงสามเหลี่ยม ซึ่งนั่นก็เป็นเหตุผลที่ว่า รูปสามเหลี่ยมรูปนี้ของคุณโยชิกิ จึงดึงความสนใจของป่านได้ดีมากๆ สามารถพูดได้ว่าโครงสร้างทรงสามเหลี่ยมรูปนี้ทำให้ป่านได้มาทำงานนี้ร่วมกับคุณโยชิกิ”

  “สำหรับผม สี่เหลี่ยมน่าจะคำจัดความคาแรคเตอร์ของผมได้ดี จริงๆ ผมเป็นถ่อมตัวนะ แต่ในบางเวลา เวลาผมอยู่คนเดียวหรือกำลังทำงาน บางทีผมก็เข้มงวด จริงจังไปสักหน่อย โดยเฉพาะในช่วงเวลาที่ท้าทายมากๆ เช่นตอนออกไปถ่ายรูป เรียกว่าใครอย่ามาห้ามผมเชียวนะ แล้วผมว่าผมมีสองคาแรกเตอร์นะ อย่างเวลาผมคุยกับพวกคุณ ผมอาจจะพูดน้อย แต่จริงๆ แล้วผมเป็นคนสนุกนั่นแหละครับ ผมว่าสี่เหลี่ยมคือบาลานซ์ในตัวของผม”

  จบการพูดคุย ทั้งฮาเสะและผ้าป่านขอตัวไปติดตั้งภาพต่อ ยังมีการสลับตำแหน่งที่บ่งบอกได้เลยว่าทั้งคู่มีความเป็น เพอร์เฟกต์ชั่นนิสต์ อยู่ไม่น้อย ผลงานแต่ละชิ้นของฮาเสะไม่ใช่แค่ความลงตัวของสีและ Composition ของ ภูมิทัศน์และวัตถุ แต่ทุกภาพทำให้เราต้องตั้งคำถามว่าที่นั่นคือที่ไหน วัตถุรูปทรงประหลาดเหล่านั้นทำมาจากอะไร ทำไมอยู่ตรงนั้น และจบลงที่เราเข้าใจแล้วว่า ที่จริงๆแล้ว การเป็นมนุษย์ในจักรวาลใบนี้ เราอาจเป็นแค่เพียง 1% หรือ 1 องศา เหมือนที่ โยชิกิ ฮาเสะ กำหนดไว้ในโปรเจกท์นี้จริงๆ

นิทรรศการภาพถ่ายเดี่ยวครั้งแรกในประเทศไทย ของศิลปิน-ช่างภาพ โยชิกิ ฮาเสะ 長谷良樹,
Yoshiki Hase Photography
「181° 〜 New Dimensions of Nature Landscapes」
จัดแสดง: วันที่ 21 พฤศจิกายน 2562 - 2 มกราคม 2563
สถานที่: RCB Gallery 1, ชั้น 2 ของ River City Bangkok (ท่าเรือสี่พระยา)
เปิดงานแสดง วันพฤหัสบดีที่ 21 พฤศจิกายน ตั้งแต่เวลา 19:00 เป็นต้นไป
*เข้าชมฟรี