และ The Shining ในวันวาน

นอกจากความยอดเยี่ยม ความเป็นอัจฉริยะ และความเป็นเพอร์เฟกต์ชันนิสต์ที่เหมือนๆ กัน ของทั้ง แสตนลีย์ คูบริค ผู้กำกับภาพยนตร์ชั้นครู และ สตีเฟน คิง นักเขียนระดับตำนานจะช่วยกันทำให้ “The Shining” กลายเป็นหนัง Horror-epic ที่ยอดเยี่ยมที่สุดตลอดกาลแล้ว ยังมีอีกคนหนึ่งที่ “อัจฉริยะ และเพอร์เฟกต์ชันนิสต์” สมควรได้รับการยกย่องไม่แพ้กัน เขาคนนั้นคือ จอห์น อัลคอทท์ ผู้กำกับภาพชาวอังกฤษ
อัลคอทท์ ถือว่าเป็น DP (Director of Photography) คู่บุญของ คูบริค ทั้งคู่ร่วมงานกันในหนังมาสเตอร์พีซหลายเรื่อง ไม่ว่าจะเป็น “2001: A Space Odyssey” (1968), “A Clockwork Orange” (1971), “Barry Lyndon” (1975) ซึ่งอัลคอทท์ได้รับ อะคาเดมี อะวอร์ดส์ (รางวัลออสการ์) สาขากำกับภาพยอดเยี่ยมจากเรื่องนี้ รวมทั้ง “The Shining” ในปี 1980 เรื่องที่เรากำลังพูดถึงนี้ด้วย

อัลคอทท์ เคยให้สัมภาษณ์ว่า คูบริค ยื่นนวนิยายของ สตีเฟ่น คิง ให้ตนเองอ่าน สิบเดือนก่อนกำหนดเปิดกล้อง ช่วงเวลาสิบเดือนนั้น อัลคอทท์ เอาแต่คิดวาเขาจะถ่ายหนังเรื่องนี้อย่างไร และผลก็ออกมาอย่างที่เราได้เห็นกัน ... ทุกช็อตในหนังเรื่องนี้ คือความคลาสสิคและกลายเป็นภาพอันน่าจดจำของทั้งวงการภาพยนตร์และในพ็อพ คัลเจอร์มาตลอดสี่ทศวรรษที่ผ่านมา

(Photo Credit evanerichards.com)

เขาสลับตำแหน่งการยืน และใช้แสงธรรมชาติ
(Photo Credit warnerbros.com)
เพราะความสำเร็จอันกลายเป็นตำนานของ “The Shining” นั่นเอง ที่ทำให้แม้แต่ สตีเฟ่น คิง ก็ยังต้องเขียนตอนต่อของมันในอีก 36 ปีต่อมาและกลายมาเป็น “Doctor Sleep” ซึ่งสุดท้ายก็กลายเป็นหนังอีกที โดยคราวนี่ได้ ไมค์ ฟลานาแกน ที่เพิ่งกำกับซีรี่ส์สยองขวัญ “The Haunting of Hill House” ที่ได้รับคำชมอย่างมากเมื่อปีที่แล้วมาเป็นผู้กำกับภาพยนตร์
และคนที่มาเป็น DP ให้ ฟลานาแกน ก็คือ ไมเคิล ไฟมอกนารี ผู้กำกับภาพวัย 45 ที่เชี่ยวชาญการกำกับภาพในหนังสยองขวัญ ที่ผ่านมา ไฟมอกนารี ถ่ายหนังสยองขวัญ ระทึกใจ หลายต่อหลายเรื่องอาทิ “Before I Wake” (2016), “Ouija: Origin of Evil” (2016), “Before I Fall” (2017), “Gerald’s Game” (2017) และ “The Haunting of Hill House” (2018) ซึ่งส่วนใหญ่เป็นหนังที่ ไมค์ ฟลานาแกน กำกับ แถม “Gerald’s Game” ก็ยังสร้างมาจากนวนิยายของ สตีเฟ่น คิง เองอีกด้วย

(Photo Credit warnerbros.com)
ความเหมือนกันโดยบังเอิญระหว่าง รุ่นใหญ่อย่าง อัลคอทท์ และรุ่นใหม่อย่าง ไฟมอกนารี ก็คือ ทั้งคู่ให้ความสำคัญกับการถ่ายด้วยแสงธรรมชาติในเซ็ตก่อนเสมอ แต่ความยากของ ไฟมอกนารี ในการถ่าย “Doctor Sleep” ก็คือการต้องถ่ายใหม่ไปบนมุมมองเก่าของ อัลคอทท์ จะเพื่อบูชาครูหรือเพื่อเล่าเรื่องเดิมที่สานต่อมาจนถึงปัจจุบัน ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใด การต่อภาพจิ๊กซอว์ให้สมบูรณ์ครั้งนี้ไม่ง่ายเลย


Everything นำภาพจากหนังทั้งสองเรื่องของทั้ง อัลคอทท์ และ ไฟมอกนารี ที่ห่างกันสี่ทศวรรษ มาให้ดูกัน ใครที่อยากดู “Doctor Sleep” ตอนนี้มีโปรแกรมเข้าฉายแล้ว

(Photo Credit evanerichards.com)

(Photo Credit warnerbros.com)