Tiny house in the Eastern Island

Photographers & Writer:
Xaroj Phrawong

  ภาพจำที่พวกเราคุ้นเคยของบ้านเรือนในญี่ปุ่น อาจจะเป็นอนิเมะ หรือภาพยนตร์ คือบ้านที่มีขนาดกะทัดรัด ทุกอย่างถูกออกแบบให้ใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด ในภาพจำสำหรับตัวผมเองคือบ้านของอนิเมะ ‘โดะระเอะมง’ ที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า โดราเอมอน นั้นเอง หากลองไล่ดูถึงสาเหตุ เป็นเพราะว่าประชากรชาวญี่ปุ่นมีราว 126.8 ล้านคน ประเทศญี่ปุ่นมีพื้นที่ 378,000 ตารางกิโลเมตร แต่พื้นที่ประมาณร้อยละ 73 ของประเทศญี่ปุ่นเป็นป่าไม้ ภูเขา และไม่เหมาะกับการอยู่อาศัย ทำให้การตั้งถิ่นฐานอยู่แถบชายทะเลเสียส่วนใหญ่ จากที่ดินมีจำกัด แต่ประชากรมาก ส่งผลต่อการออกแบบสถาปัตยกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด

  ทั้งประเด็นเรื่องที่แคบ สัดส่วนประชากรที่สูง ทำให้ต้องสร้างสรรค์สถาปัตยกรรมให้เกิดประโยชน์สูงสุด ในขณะที่ต้องให้อยู่สบายในแบบญี่ปุ่นด้วย การออกแบบบนเงื่อนไขอย่างที่แคบมาก เพื่อประโยชน์สำหรับการอยู่อาศัยสูงสุด ทำให้เสียความเป็นส่วนตัวมากเช่นกัน เพราะต้องประชันกับบ้านข้างเคียง หรือด้านที่ติดกับถนน การสร้างสภาวะความเป็นส่วนตัวจึงสำคัญมาก บ้านญี่ปุ่นจึงมีพัฒนาการด้านการดึงแสงธรรมชาติจากภายนอกเข้ามาได้ด้วยเทคนิคน่าสนใจ โดยทั่วไปการเจาะช่องประตูหน้าต่างที่สถาปนิกบ้านเราจะคุ้นชิน คือการเว้นตำแหน่งช่องประตูหน้าต่างให้ห่างจากเขตไม่ต่ำกว่า 2 เมตร แต่ในกฎหมายทั่วไปของญี่ปุ่น สามารถเว้นที่ 0.50 เมตรเท่านั้น จากประเด็นนี้ เราจึงได้เห็นบ้านเล็กเหล่านี้มี ตำแหน่งการเจาะช่องแสงที่แปลกไปจากวัฒนธรรมเรา และใช้วัสดุที่อนุญาตให้แสงเข้ามาได้ แต่ต้องไม่เสียความเป็นส่วนตัว

  ภาพจำที่พวกเราคุ้นเคยของบ้านเรือนในญี่ปุ่น อาจจะเป็นอนิเมะ หรือภาพยนตร์ คือบ้านที่มีขนาดกะทัดรัด ทุกอย่างถูกออกแบบให้ใช้อย่างคุ้มค่าที่สุด ในภาพจำสำหรับตัวผมเองคือบ้านของอนิเมะ ‘โดะระเอะมง’ ที่คนไทยเรียกกันติดปากว่า โดราเอมอน นั้นเอง หากลองไล่ดูถึงสาเหตุ เป็นเพราะว่าประชากรชาวญี่ปุ่นมีราว 126.8 ล้านคน ประเทศญี่ปุ่นมีพื้นที่ 378,000 ตารางกิโลเมตร แต่พื้นที่ประมาณร้อยละ 73 ของประเทศญี่ปุ่นเป็นป่าไม้ ภูเขา และไม่เหมาะกับการอยู่อาศัย ทำให้การตั้งถิ่นฐานอยู่แถบชายทะเลเสียส่วนใหญ่ จากที่ดินมีจำกัด แต่ประชากรมาก ส่งผลต่อการออกแบบสถาปัตยกรรมอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ในที่สุด

ภาพที่ 1 : A house in Kyoto
ภาพที่ 2 : A house in Kobe
ภาพที่ 3 : Face House / 1974
Location: Kyoto, Japan
Architect: Kazumasa Yamashita

ภาพที่ 4: Keyhole House / 2011
Location: Kyoto, Japan
Architects : EASTERN Design Office

  อย่างในกรณีศึกษาที่เลื่องชื่อ เช่น Azuma House ที่เมืองโอซะกะ เมื่อมองจากภายนอกจะเป็นกล่องคอนกรีตเปลือย ดูแล้วไม่มีบทสนทนาต่อบ้านเรือนรอบข้าง มีส่วนที่คาดว่าจะติดต่อภายนอกคือประตูทางเข้าตรงกลางบานเดียวเท่านั้นเอง แต่สถาปนิกคือ Tadao Ando ใช้วิธีสร้างกล่องคอนกรีตปิดจากด้านข้างบ้านโดยรอบ แต่เลือกใช้วิธีเปิดภายในบ้านด้วยคอร์ท เพื่อรับปรากฏการณ์จากแสงแดด ลม ฝน หิมะ เพื่อให้สถาปัตยกรรมเป็นส่วนหนึ่งกับธรรมชาติ แม้ว่าจะมีความไม่สะดวกในยามฝนตก หิมะตก

ภาพที่ 5: Azuma House/1976
Location : Osaka,Japan
Architect : Tadao Ando

jp.fotolia.com/

  แนวคิดการสร้างเสปซของชาวญี่ปุ่นนั้น สัมพันธ์กับขนาดของเสื่อทะทะมิ ที่มีขนาด 0.90 x 1.80 เมตร ซึ่งมันก็อิงมาจากสัดส่วนคนญี่ปุ่นนี่เอง ดังคำกว่าที่ว่า ‘นั่งคือครึ่งเสื่อ นอนคือเต็มเสื่อ’ ระบบเสื่อทะทะมินี้เองที่พัฒนาต่อกันเข้าจนเป็นห้อง และหลายห้องกลายเป็นบ้านในที่สุด เราจึงจะพบกับระบบการเรียกพื้นที่ในบ้านเป็นจำนวนเสื่อ เช่น ห้องนอนขนาด 4.5 เสื่อ เป็นต้น

ภาพที่ 7: House in Nipponbashi/1994
Location : Osaka,Japan
Architect : Tadao Ando

  ความคิดสร้างสรรค์จากข้อจำกัด ก็มาจากแนวคิดเรื่องเศรษฐศาสตร์ที่มีลักษณะเฉพาะของพวกเขาเอง แม้ว่าจะมีบ้านที่พื้นที่เล็กพอดีตัว แต่ความคิดสร้างสรรค์ในประเด็นอื่น กลับเป็นพลังให้บ้านจากสถาปนิกญี่ปุ่นดูจะพยายามข้ามข้อจำกัดเดิม ๆ ให้มากที่สุด

ภาพที่ 8: A house near Kyoto Gosho

  คนญี่ปุ่นที่รู้จัก คือคนที่ไม่พูดตรงไปตรงมา มีรูปแบบการใช้ชีวิตที่มีวินัย รับผิดชอบต่อสังคม การใช้พื้นที่สาธารณะจะเต็มไปด้วยแนวคิดว่าผู้ที่มาใช้ภายหลังจะต้องไม่ได้รับความไม่สะดวกใจอะไร เราจะเห็นได้จากความสะอาด เนี๊ยบ ในพื้นที่สาธารณะ แต่เมื่อกลับไปยังห้องพักของแต่ละคน มันอาจจะรกเกินมาตรฐานที่เราคาดไว้สำหรับคนญี่ปุ่นก็ได้

ภาพที่ 9: New Kyoto Town House 2/2014
Location: Kyoto, Japan
Architects : Alphaville Architects

  สำหรับบ้านพักส่วนตัว นอกจากการทำตามกฎหมายอาคารที่แสดงถึงการอยู่ร่วมกันในสังคมแล้ว รูปแบบของบ้านร่วมสมัยในสังคมญี่ปุ่นกลับแสดงออกถึงปัจเจกสูงมาก เรียกได้ว่ามีความยูนิคในระดับสูงจากที่มองว่าสังคมนิยมให้ผู้คนเป็นคล้ายกัน กลัวความแตกต่าง อายุของบ้านในญี่ปุ่นปัจจุบัน ไม่ได้ยืนยาวนัก บ้านที่เก่าจะราคาตก การที่ทุบแล้วสร้างใหม่จัดว่าคุ้มกว่า บ้านที่อายุเกิน 30 ปี ก็ไม่คุ้มที่จะเก็บไว้แล้ว ในชีวิตประจำวันของผมเอง มักจะเห็นไซท์งานสร้างบ้านในซอกซอยต่าง ๆ ในญี่ปุ่นเป็นระยะ แต่ละหลังไม่ได้ใช้เวลานานนัก จะกินเวลาราว 4-5 เดือนก็จะมาสามารถเข้าไปพักอาศัยได้แล้ว การก่อสร้างส่วนใหญ่เป็นระบบแห้ง มีเพียงฐานบ้านที่เป็นคอนกรีต จากนั้นจะเป็นโครงสร้างไม้ หรือเหล็ก

ภาพที่ 10:โครงสร้างบ้านญี่ปุ่น

  การสร้างบ้านในญี่ปุ่นจึงไม่ได้ใช้เวลานาน และอายุบ้านก็ไม่ยาว การออกแบบบ้านญี่ปุ่นร่วมสมัย จึงดูเป็นความท้าทายสำหรับสถาปนิก และของแปลกตาสำหรับผู้ที่ไม่ใช่ชาวญี่ปุ่น มีคำกล่าวถึงญี่ปุ่นว่า

เกิดจากชินโต อยู่อย่างเซน ตายอย่างพุทธ

  เซนไม่ใช่ญี่ปุ่น แต่ญี่ปุ่นใช่เซน หากเอาเซนออกจากญี่ปุ่น ญี่ปุ่นหาใช่ญี่ปุ่นอีกต่อไป หากพิจารณาถึงคำกล่าวนั้น แม้แต่การออกแบบบ้านก็เข้าสู่สาระแห่งการอยู่อาศัยด้วยการทดลองได้ เพราะพุทธไม่ได้สอนให้ยึดติด และสังขารล้วนปรุงแต่ง