Nihon Noir
ท่ามกลางความมืดมิดยามค่ำคืน ประตูสู่โลกคู่ขนานของโตเกียวเปิดออก ขอต้อนรับสู่ Nihon Noir มหานครที่เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรม Metabolism ซึ่งฉาบไปด้วยแสงไฟนีออน ที่ซึ่งเส้นแบ่งระหว่างอดีตกับอนาคต ความจริงและจินตนาการเลือนลางจางหายไปในรติกาล
"Nihon Noir เกิดจากความหลงใหลที่ผมมีต่อโตเกียว ผมอยากจะถ่ายทอดความรู้สึกตอนที่ผมมาเยือนที่นี่ครั้งแรกออกมา ตอนนั้นผมรู้สึกราวกับว่าผมหลงเข้ามาในจักรวาลคู่ขนานหรือโลกอนาคต ทุกอย่างที่นี่ดูแปลกหูแปลกตาไปหมด" Tom Blachford ช่างภาพชาวออสเตรเลียกล่าวถึงผลงานภาพถ่ายของเขา "ผมจึงใส่ความน่าพิศวงบางอย่างเข้าไปในภาพ ทำให้มันดูงงงวยและลึกลับเหมือนความรู้สึกทุกครั้งที่ผมมาโตเกียว"

Blachford ได้รับการเชื้อเชิญจากเบียร์ Asahi ให้ถ่ายภาพผลงานชุดนี้ขึ้นโดยมีโจทย์ที่เปิดกว้างให้เขาสร้างสรรค์ได้อย่างเต็มที่ ท่ามกลางเส้นขอบฟ้าของโตเกียวซึ่งถูกตกแต่งไปด้วยสถาปัตยกรรมที่มีลักษณะโดดเด่นเฉพาะตัวจากสถาปนิกชื่อก้องโลกมากมาย Blachford ถูกสะกดด้วยอาคารโมเดิร์นยุคหลังสงครามของญี่ปุ่นซึ่งมีรูปทรงคล้ายหลุดมาจากนิยายวิทยาศาสตร์ “การศึกษางานของ Kenzo Tange ทำให้ผมดำดิ่งสู่โลกของสถาปัตยกรรมแนว Metabolism ซึ่งเขาเป็นหนึ่งในผู้สร้างสรรค์แนวคิดนั้นขึ้นมา" Blachford กล่าว "ผมตกหลุมรักความสวยงามและปรัชญาทางการออกแบบของ Metabolism ซึ่งพยายามจะสร้างโครงสร้างขนาดใหญ่ให้ดูมีชีวิตคล้ายจะเติบโตและเปลี่ยนแปลงได้ จากนั้นผมก็ศึกษาผลงานชิ้นอื่นๆ ของเขาและสถาปนิกร่วมยุคกับเขา ซึ่งรวมถึง Kisho Kurokawa ผู้ออกแบบ Nagakin Capsule Tower นอกจากนั้นผมยังชื่นชอบอาคารสไตล์ Post Modern ในยุค 1990 อย่างพิพิธภัณฑ์ Edo Tokyo และ Tokyo Big Sight ผมรู้สึกว่าผมจะต้องถ่ายรูปอาคารเหล่านี้ให้ได้"
เมื่อถึงเวลาที่จะต้องถ่ายภาพชุดนี้ออกมา Blachford เลือกที่จะใช้ความมืดยามค่ำคืนเป็นฉากหลังให้กับการถ่ายทอดเรื่องราวของโตเกียวในมุมมองของเขา "ผมชอบการถ่ายภาพตอนกลางคืน มันท้าทายและตื่นเต้นกว่าการถ่ายภาพตอนกลางวันมาก ท่ามกลางความมืดและความเงียบของค่ำคืน ผมรู้สึกคล้ายกับว่ามีสิ่งต้องห้ามบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้น ผมพยายามที่จะเก็บภาพของช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความน่าฉงนสงสัย ผมทำให้ทุกองค์ประกอบถูกฉาบไปด้วยสีฟ้าและแสงนีออนราวกับว่าแสงเหล่านี้เป็นส่วนหนึ่งของธรรมชาติในโลกใบนี้" Blachford กล่าว "กล้องสามารถมองเห็นแสงสว่างท่ามกลางความมืดได้ในแบบที่ตาของคนมองไม่เห็น ดังนั้น กล้องของผมจึงทำหน้าที่เป็นเสมือนสะพานที่เชื่อมไปยังโลกอีกใบหนึ่ง ซึ่งนั่นคือเสน่ห์ของงานนี้"
ภาพเมืองยามค่ำคืนที่ฉาบไปด้วยแสงไฟนีออนใน Nihon Noir นั้นได้รับแรงบันดาลใจมาจากผลงานของผู้กำกับ Nicolas Winding Refn นอกจากนั้น Blachfordยังต้องการแสดงความเคารพต่อภาพยนตร์ Neo-Noir สุดคลาสสิกอย่าง Blade Runner อีกด้วย "Syd Mead ได้ออกแบบArt Direction และเล่าถึงโลกอนาคตไว้อย่างชัดเจน" Blachford กล่าว "โลกของ Blade Runner เกิดขึ้นในปี 2019 ถึงแม้ว่าในความจริงเราจะยังไม่ได้อาศัยในอาณานิคมเหมือนที่หนังทำนายเอาไว้ แต่ลักษณะของโลกที่ถูกบรรยายไว้ในหนัง ทั้งหน้าตาภายนอกของอาคาร การใช้ชีวิตภายในห้องปรับอากาศ ระบบท่อและสายไฟต่างๆ รวมไปถึงความหนาแน่นของอาคารสูงในเมือง ก็กำลังกลายเป็นความจริงในยุคปัจจุบัน"
Balchford ใช้เวลาตั้งแต่สามทุ่มถึงตีห้าเป็นเวลาหกคืนติดต่อกันในการตระเวณไปทั่วโตเกียว เขาสำรวจหาทำเลที่จะใช้ตั้งกล้องเพื่อให้ได้มุมมองภาพเมืองในโลกคู่ขนานตามที่เขาจินตนาการเอาไว้ ซึ่งหลายๆ ครั้ง ทำเลที่ดีที่สุดก็อยู่ในสถานที่ซึ่งคนส่วนมากไม่ได้เข้าไปบ่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นบนดาดฟ้า บันไดหนีไฟ หรือแม้แต่เครนของคนงานก่อสร้างถนน ด้วยมุมมองผ่านเลนส์ของเขา พิพิธภัณฑ์ Edo-Tokyo ของ Kiyonori Kikutake ดูน่าเกรงขามมากยิ่งกว่าเก่า ในขณะที่รูปทรงเรือรบของอาคาร New Sky ก็ดูยิ่งใหญ่กว่าที่เคยเป็น และภาพ Nihon Noir ก็ค่อยๆ ประกอบเป็นรูปเป็นร่างชัดเจนมากขึ้น
ผลลัพธ์ของ Nihon Noir คือภาพถ่ายที่แสดงถึงโลกที่สงบเงียบภายใต้ความสับสนวุ่นวายของโตเกียว ถึงแม้ว่าตึกส่วนมากในภาพถ่ายชุดนี้จะก่อสร้างในระหว่างปี 1970-1999 แต่พวกมันดูราวกับว่าเป็นสถาปัตยกรรมจากอนาคตอันไกลโพ้น "โดยส่วนตัวแล้วผมคิดว่าศิลปะที่น่าสนใจคือผลงานที่ก่อให้เกิดคำถามมากกว่าที่จะคอยให้คำตอบ" Blachford กล่าว "สำหรับผมแล้ว ความมืดและค่ำคืนมักจะหยิบยื่นคำถามไม่จบสิ้นให้ผู้คนเสมอ ผมอยากให้เกิดคำถามในใจของผู้ชมว่าภาพนี้ถูกถ่ายขึ้น 'เมื่อไร' มากกว่ามันถูกถ่ายมาจาก 'ที่ไหน'”
Photographer : Tom Blachford