SAVE MAKKASAN
WITH RSU VERNADOC 2019

“It is not possible to protect the built vernacular environment and to maintain the local building tradition only by governmental money or regulations. More important is that people will understand the worth of their tradition and they are proud of it”

Markku Mattila, The VERNADOC Founder.

เมื่อกาลเวลาและยุคสมัยได้แปรเปลี่ยนความนิยมในการโดยสารรถไฟให้ลดน้อยลงจากเดิม จึงส่งผลให้โรงงานรถไฟอย่าง “โรงงานมักกะสัน” ได้เปลี่ยนความหมายเป็นสถานที่ที่เต็มไปด้วยร่องรอยประวัติศาสตร์ความรุ่งเรืองของกิจการรถไฟไทย ซึ่งกลายเป็นเรื่องเล่าเชิงคุณค่าให้คนไทยในยุคใหม่ได้เรียนรู้และอนุรักษ์ต่อไป

จนถึง ณ ปัจจุบันนี้เป็นวาระครบรอบ 109 ปี แห่งการก่อตั้งโรงงานมักกะสัน (พ.ศ. 2453-2562) คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ร่วมกับ สถาบันอาศรมศิลป์ จึงได้ร่วมฉลองด้วย 29 ผลงานสำรวจรังวัดมรดกทางอุตสาหกรรมของการรถไฟแห่งประเทศไทย ในนามของโครงการ “RSU VERNADOC 2019” ที่นำทีมจัดแสดงผลงานโดย ผศ.สุดจิต (เศวตจินดา) สนั่นไหว และทีมผู้สอนในรายวิชา ARC412 การอนุรักษ์สถาปัตยกรรม คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ซึ่งในโอกาสนี้ทางโครงการได้รับเกียรติร่วมชมนิทรรศการผลงานภาพการสำรวจรังวัดจาก ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน อีกทั้งได้เข้าเยี่ยมชมอาคารต่างๆ ภายในโรงงานมักกะสันซึ่งเป็นสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น และเป็นมรดกทางอุตสาหกรรมในงานศึกษาของสมาคมสถาปนิกสยามในพระบรมราชูปถัมภ์

ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ให้เกียรติถ่ายภาพร่วมกับ ผศ.ดร.ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และ ผศ.สุดจิต สนั่นไหว อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมทีมสถาปนิกอาสาสมัคร คณะผู้จัดโครงการ VERNADOC
ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ร่วมชมนิทรรศการผลงานภาพการสำรวจรังวัด
ภาพบรรยากาศนิทรรศการแสดงผลงานภาพการสำรวจรังวัด ณ โรงงานมักกะสัน
ภาพวาดโรงงานมักกะสัน สำหรับโครงการ VERNADOC ซึ่งมีจำนวนผลงาน 29 ชิ้น จากฝีมือของทีมนักศึกษาและสถาปนิกอาสาสมัคร
แขกผู้มีเกียรติพร้อมกับเหล่าสื่อมวลชนร่วมฟังการอภิปรายโครงการ VERNADOC และเดินชมนิทรรศการแสดงผลงานภาพการสำรวจรังวัด
ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ร่วมชมนิทรรศการผลงานภาพการสำรวจรังวัด
ข้อมูลการสำรวจรังวัดจะถูกวาดลงบนกระดาษอย่างทันทีโดยไม่ต้องจดบันทึก ซึ่งจะกลายเป็นผลงานสเก็ตช์ภาพอาคารที่เกิดจากความนึกคิดหรือภาพจำของผู้ที่พบเห็น
ผศ.ดร.ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และผศ.สุดจิต สนั่นไหว อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต นำคณะสำรวจรังวัด ในบริเวณอาคารโรงซ่อมรถจักร

“พื้นที่นี้มีความน่าสนใจหลากหลายประเด็น เมื่อมีโอกาสเหมาะทาง VERNADOC ก็อยากเข้ามาศึกษาสถาปัตยกรรมภายใน และทำความเข้าใจในความเป็นมักกะสัน เพื่อที่จะได้ช่วยขยายมุมมองใหม่ๆ ออกสู่สังคมอีกแรงด้วย เป้าหมายของเราคือสร้างแนวร่วมทั้งคนทำงาน และคนร่วมเชียร์ เพื่อให้เราได้มีโอกาสลงศึกษาในพื้นที่อื่นๆ ต่อด้วยความไว้วางใจ และในขณะเดียวกันก็ได้เป็นประโยชน์กับพื้นที่นั้นด้วย”

ผศ.สุดจิต (เศวตจินดา) สนั่นไหว, ตัวแทน VERNADOC แห่งประเทศไทย

ภาพรถจักร หัวรถจักร และอะไหล่ของรถไฟ ที่ปลดระวางและนำมาเก็บที่โรงซ่อม

HOW’S VERNADOC SAVES MAKKASAN?

Markku Mattila สถาปนิกชาวฟินแลนด์ ผู้นิยามคำว่า VERNADOC โดยเกิดจากคำว่า Vernacular Architecture Documentation ซึ่งก็คือแนวทางการศึกษาและสำรวจสถาปัตยกรรมพื้นถิ่น โดยจุดมุ่งหมายเพื่อสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้ก่อตั้งอาคารและคนในละแวกชุมชนได้เล็งเห็นคุณค่าของอาคารและมีความตั้งใจจะอนุรักษ์ความดีงามของสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นนี้ไว้ ซึ่งข้อมูลการสำรวจรังวัดจะถูกวาดลงบนกระดาษอย่างทันทีโดยไม่ต้องจดบันทึก จึงกลายเป็นผลงานสเก็ตช์ภาพอาคารที่เกิดจากความนึกคิดในทำนองเดียวกันของผู้ที่พบเห็น รวมถึงได้ระลึกคุณค่าของอาคารผ่านงานวาดในครั้งนี้ด้วย โดยภาพวาดสำหรับโรงงานมักกะสันในครั้งนี้ มีจำนวนผลงาน 29 ชิ้น จากฝีมือของเหล่านักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ทั้งสองสถาบัน ที่เป็นเครื่องสะท้อนให้เห็นแง่คิดและทักษะของเจ้าของผลงานผ่านภาพวาดด้วย

“ตัวแปรสำคัญงานนี้ คงอยู่ที่พลังความรักที่มีต่อมักกะสันของทุกคนในสังคม ทั้งคนในและคนนอก ตอนที่เราลงเก็บข้อมูลเราได้พบพนักงานเพียงไม่กี่คน แต่เนื่องจากความน่าสนใจและคุณค่าของมักกะสันที่ทุกคนพอจะทราบ และอยากเห็นด้วยตาของตัวเอง จึงทำให้มีคนสนใจมาร่วมงานมากกว่าที่คิด โดยเราจะได้เห็นพลังของเด็กนักศึกษาสถาปัตย์ ที่มาเป็นกำลังสำคัญในการ Save our heritage ได้ เพียงแค่ลงมือทำงานผ่านกระบวนการที่ Eco friendly & Use less money ค่ะ”

ผศ.สุดจิต (เศวตจินดา) สนั่นไหว, ตัวแทน VERNADOC แห่งประเทศไทย

MAKKASAN OF MIND

เมื่อได้ยลภาพวาดงานฝีมือจากเหล่าสถาปนิกอาสาสมัครมากความสามารถแล้ว โอกาสต่อไปคือการเข้าเยี่ยมชมอาคารต่างๆ ที่เป็นแหล่งผลิตเครื่องจักรรถไฟ โดยมี ผศ.ดร.ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และผศ.สุดจิต สนั่นไหว อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต พร้อมทีมสถาปนิกอาสาสมัคร นำชมนิทรรศการและอาคารโดยรอบ ซึ่งประกอบไปด้วย อาคาร 2465, คลังพัศดุโรงงาน, อาคารโรงงานซ่อมรถจักร, อาคารโรงหล่อ และกระสวน ซึ่งแต่ละอาคารต่างเต็มไปด้วยเรื่องราวระหว่างการผลิต สิ่งของทุกชิ้นภายในอาคารที่ร้างผู้คนนั้นกลายเป็นเครื่องแสดงถึงวัฒนธรรมของคนงานในยุคที่กิจการรถไฟรุ่งเรือง ที่หลายคนอาจจะไม่มีโอกาสได้เห็น โดยบางอาคารก็ได้พบเห็นวัสดุในยุคก่อนที่ในปัจจุบันไม่ค่อยหลงเหลือให้เห็นแล้ว อย่างโรงพัศดุกระสวนที่ถูกปิดทำการไปกว่า 15 ปี จะถูกผลักดันให้เป็นมิวเซียมในอนาคตสืบไป จนไม่น่าแปลกใจที่โรงงานมักกะสันแห่งนี้ได้กลายเป็นสถานที่แห่งประวัติศาสตร์ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์

โครงสร้างอาคารยังคงใช้วัสดุไม้แบบดั้งเดิม
ภายในอาคารยังคงมีร่องรอยของวัฒนธรรมคนงานรถไฟ
ชั้น 2 ของโรงพัศดุกระสวนที่ถูกปิดทำการไปกว่า 15 ปี
ภายในโรงพัศดุกระสวน อุปกรณ์ หรืออะไหล่หลายชิ้นในอาคารแห่งนี้ หาโอกาสดูได้ยากแล้ว
ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน, ผศ.ดร.ศิริพงศ์ พฤทธิพันธุ์ รองผู้ว่าการรถไฟแห่งประเทศไทย และ ผศ.สุดจิต สนั่นไหว อาจารย์คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และคณะ ถ่ายภาพร่วมกัน

สิ่งที่ได้รับจากการเข้าร่วมเฉลิมฉลองวาระครบรอบ 109 ปี แห่งการก่อตั้งโรงงานมักกะสัน (พ.ศ. 2453-2562) ในครั้งนี้ ไม่ใช่แค่ทัศนคติในมุมมองใหม่เกี่ยวกับสถาปัตยกรรมพื้นถิ่นที่เคยรุ่งเรืองในอดีต แต่ยังได้รับรู้การมีอยู่ของโครงการดีๆ ที่สร้างนักอนุรักษ์ของประเทศไทยให้เล็งเห็นคุณค่าของสิ่งปลูกสร้างแห่งประวัติศาสตร์ ที่ควรค่าแก่การอนุรักษ์ให้เป็น “อดีตทีี่มีชีวิตในปัจจุบัน”

ติดตามความเคลื่อนไหวและอัพเดตข่าวสารของโครงการ VERNADOC กันได้อีกที่ www.facebook.com/vernadocthai www.facebook.com/vernadocthailand www.facebook.com/vernadoc