เติมเต็มวันหยุดด้วย กาแฟ / งานคราฟต์ / หนัง / ต้นไม้
ถ้าคุณเป็นคนที่รักในกลิ่นหอมของกาแฟ ความธรรมชาติของงานคราฟต์ เสพติดการดูภาพยนตร์หรือซีรี่ส์ซะขอบตาดำ และชื่นชอบดูไม้ใบอ่อนตอนแตกยอด คาเฟ่นี้ก็คงพอดิบพอดีกับความชอบของคุณเลยทีเดียว หลีกหนีวันยุ่งๆ และหลบความจอแจของการจราจรย่านลาดพร้าว มาแวะพักผ่อนที่คาเฟ่สุด Good Vibe ในซอยลาดพร้าว 94 ดูสักครั้งสิ!

EVERYTHING ได้มีโอกาสพูดคุยกับ เม - จรัญญา โลหะเวช หนึ่งในหุ้นส่วนของ THANWAA และค้นพบแรงบันดาลใจหลายๆ อย่างที่เราอยากจะแนะนำให้คุณได้ลองสัมผัสเหมือนกับเรา และเราขอบอกไว้เลยว่า การไปเยือนคาเฟ่แห่งนี้ คุณจะได้อะไรมากกว่าการนั่งจิบกาแฟแน่นอน



การถ่ายทอดตัวตนของเหล่าหุ้นส่วนสู่ความเป็น THANWAA
"จริงๆ คาแรคเตอร์ของหุ้นส่วนทั้งสามคนก็ถ่ายทอดมาสู่ความเป็นร้านนี้เหมือนกัน ‘เม’ เป็น Content Creator หลายๆ อย่างในร้านจึงดูมีคอนเซ็ปต์และเรื่องเล่า ‘แชร์' เป็น Home Stylist และ Food Stylist แชร์จึงเป็นหลักในเรื่องการตกแต่งร้าน ส่วน ‘แมกซ์’ เป็น Graphic Designer ที่มีความรู้เรื่อง Social Marketing ด้วย และสิ่งที่ทุกคนชอบเหมือนกันก็คือ ต้นไม้ ก็เลยกลายเป็นร้านนี้ อย่างสมมติว่าถ้าร้านนี้ไม่มี Home Stylist ใช่ปะ? มันก็จะไม่มีบันไดอันนี้ ส่วนไม้เทนนิสก็ไม่รู้จะเอาไปแขวนทำไม เราเถียงกันอยู่พักใหญ่ แต่พอผ่านไปวีคนึงลูกค้าถ่ายรูปแต่กับไม้เทนนิส งง! (Q: ลูกค้าอาจจะชอบเล่นกีฬามั้ง) (ฮา) แต่เราก็พยายามจะเวตให้มันอยู่ตรงกลางระหว่างฟังก์ชั่นกับแฟชั่น ส่วนการเผยแพร่ลงโซเชียลก็จะยกให้แมกซ์เพราะถนัดสุด จริงๆ ร้านนี้มันก็คือการเมิร์จกัน ซึ่งเป็นผลของการที่เรายอมรับซึ่งกันและกัน บางอย่างเพื่อนก็ไม่เห็นด้วยกับเหตุผลของเรา บางอย่างเราก็ไม่ชอบสไตล์ของเพื่อนด้วย แต่พอเรามาทำด้วยกันเลยต้องแบ่งกันคนละครึ่งแล้วมันถ่ายทอดไปสู่ดีเทลต่างๆ ของร้านจนลงตัว ซึ่งเป็นข้อดี”
"จริงๆ คาแรคเตอร์ของหุ้นส่วนทั้งสามคนก็ถ่ายทอดมาสู่ความเป็นร้านนี้เหมือนกัน ‘เม’ เป็น Content Creator หลายๆ อย่างในร้านจึงดูมีคอนเซ็ปต์และเรื่องเล่า ‘แชร์' เป็น Home Stylist และ Food Stylist แชร์จึงเป็นหลักในเรื่องการตกแต่งร้าน ส่วน ‘แมกซ์’ เป็น Graphic Designer ที่มีความรู้เรื่อง Social Marketing ด้วย และสิ่งที่ทุกคนชอบเหมือนกันก็คือ ต้นไม้ ก็เลยกลายเป็นร้านนี้ อย่างสมมติว่าถ้าร้านนี้ไม่มี Home Stylist ใช่ปะ? มันก็จะไม่มีบันไดอันนี้ ส่วนไม้เทนนิสก็ไม่รู้จะเอาไปแขวนทำไม เราเถียงกันอยู่พักใหญ่ แต่พอผ่านไปวีคนึงลูกค้าถ่ายรูปแต่กับไม้เทนนิส งง! (Q: ลูกค้าอาจจะชอบเล่นกีฬามั้ง) (ฮา) แต่เราก็พยายามจะเวตให้มันอยู่ตรงกลางระหว่างฟังก์ชั่นกับแฟชั่น ส่วนการเผยแพร่ลงโซเชียลก็จะยกให้แมกซ์เพราะถนัดสุด จริงๆ ร้านนี้มันก็คือการเมิร์จกัน ซึ่งเป็นผลของการที่เรายอมรับซึ่งกันและกัน บางอย่างเพื่อนก็ไม่เห็นด้วยกับเหตุผลของเรา บางอย่างเราก็ไม่ชอบสไตล์ของเพื่อนด้วย แต่พอเรามาทำด้วยกันเลยต้องแบ่งกันคนละครึ่งแล้วมันถ่ายทอดไปสู่ดีเทลต่างๆ ของร้านจนลงตัว ซึ่งเป็นข้อดี”
ผลของการยอมรับซึ่งกันและกัน


ทุกอย่างในคาเฟ่ มีความหมายให้ค้นหา รวมถึงเมนูเครื่องดื่ม
“(Q: ทำไมเมนูเป็นชื่อหนัง?) หูย ตอบยากนะ มันปิ๊ง! ขึ้นมาในหัวเองน่ะ พอจะนึกออกมั้ย? ซึ่งเราทั้งสามคนก็เห็นตรงกันว่ามันโอเค เมนูแรกที่เอาชื่อหนังมาตั้งคือ 500 Days of Summer เป็น Sparkling Drink รองรับคนที่ชอบแบบ Non-Coffee เป็นเลม่อนผสมโซดา หนังมันก็ออกสดใสหน่อย สีนี้ก็เทียบกับคาแรคเตอร์ของตัวละคร สดใสซาบซ่า เป็นความรักของหนุ่มสาว โดยสาวคนนั้นชื่อ Summer เมนูนี้มันก็เป็นความรักแบบชื่นมื่น สดใส ซาบซ่า 500 วัน
“(Q: ทำไมเมนูเป็นชื่อหนัง?) หูย ตอบยากนะ มันปิ๊ง! ขึ้นมาในหัวเองน่ะ พอจะนึกออกมั้ย? ซึ่งเราทั้งสามคนก็เห็นตรงกันว่ามันโอเค เมนูแรกที่เอาชื่อหนังมาตั้งคือ 500 Days of Summer เป็น Sparkling Drink รองรับคนที่ชอบแบบ Non-Coffee เป็นเลม่อนผสมโซดา หนังมันก็ออกสดใสหน่อย สีนี้ก็เทียบกับคาแรคเตอร์ของตัวละคร สดใสซาบซ่า เป็นความรักของหนุ่มสาว โดยสาวคนนั้นชื่อ Summer เมนูนี้มันก็เป็นความรักแบบชื่นมื่น สดใส ซาบซ่า 500 วัน
Into The Wild ก็คือการผสมผสานกันของความรู้สึกขมขื่นของคนที่กำลังค้นหาอะไรบางอย่างในชีวิต ตามเรื่องเล่าในหนังนะ ทีนี้พอถ่ายทอดหนังมาสู่เมนู เราก็เลือกนำกาแฟมาผสมกับชาเขียวดู มันก็คล้ายกับการค้นหารสชาติที่มันซ่อนอยู่ในการผสมผสานนี้ ปลายลิ้นมันออกจะขมๆ ก็คล้ายกับจุดจบของหนังนะที่เราตีความว่ามันจบไม่สวยงาม


Like Crazy ก็ตามชื่อนะ ดูบ้าๆ ดี มันบ้าที่เอาชาเขียวมาผสมกับชาไทยแล้วมิกซ์กันด้วยนม เมนูนี้เป็นเมนูที่ภาพมาก่อนด้วยนะ สีมันมาก่อน แล้วเราก็ค้นพบว่า เฮ้ย มันเหมาะกับ Like Crazy มันคือความเข้ากันแบบบ้าๆ บอๆ คนละสีแต่ก็มาผูกพันกัน แบบรักกันแทบบ้าน่ะ ประมาณนั้น
Blue is The Warmest Colour อันนี้คิดได้จากสีอีกเหมือนกัน ชาแก้วนี้มันเป็นสีฟ้า มันไม่สมหวังแต่มันหอม บางคนก็ไม่ชอบนะเพราะรสชาติมันออกขมๆ แต่เราว่ามันก็อยู่ที่ความชอบของแต่ละคนแหละ เมนูนี้มันก็เป็นความรักของผู้หญิงสองคน ที่คนหนึ่งเป็นคนผมสีฟ้า คาแรคเตอร์ชัดมาก ตรงไปตรงมา และมีทางของตัวเอง ซึ่งความชัดเจนในตัวตนของคนๆ นี้ มันทำให้อีกคนตกหลุมรัก ซึ่งปกติสีฟ้ามันเป็นสีโทนเย็น แต่ในหนังจะเล่าเชิงสัญญะว่า สุดท้ายสีฟ้าก็เป็นสีที่อบอุ่นที่สุดสำหรับผู้หญิงคนนั้น หรือในที่นี้คือ ชาแก้วนี้อาจจะเหมาะกับใครสักคน


(Q: Signature ล่ะ?) December Coffee เป็นสูตรลับค่ะ ไม่บอก! เอางี้ มันเริ่มจากหุ้นส่วนสองคนเกิดเดือนธันวา ชื่อร้านก็ธันวา ซิกเนเจอร์ของเราก็เกี่ยวกับเดือนธันวา เวลานึกถึงเดือนธันวามันจะนึกถึงฤดูหนาว เย็นๆ ไม่ต้องเปิดแอร์ ไม่ต้องปรุงแต่ง โจทย์มันก็คือ เป็นกาแฟเย็น แบบไม่มีน้ำแข็ง ธรรมชาติๆ เลย ไม่ต้องปรุงแต่งเยอะ รสชาตินุ่มๆ ละมุนหน่อย เหมือนยืนบนภูเขาหน้าหนาว มองเมฆปุยสีขาว แล้วจิบกาแฟ แต่เมนูนี้มันไม่ใช่แอคชั่นของการจิบกาแฟมองเมฆนะ มันเป็นฟีลลิ่งที่ได้จากการยืนมองเมฆหน้าหนาวต่างหาก ก็จะนุ่ม หวานนิดๆ และมีกลิ่นหอมนำ”
"เราเริ่มจากการเป็นคนกินกาแฟไม่ใช่คนทำกาแฟ เราเลือกกินกาแฟที่มันดีสำหรับเรา ของที่อร่อยสำหรับเราถ้าว่ากันแบบง่ายสุดๆ เลยก็คือ ของอร่อยมันใช้วัตถุดิบดี อย่างกาแฟของทางร้านนี้ เราก็เลือกในสิ่งที่เราคิดว่ามันมีคุณภาพแล้ว เอาจริงๆ เราไม่กล้าบอกว่าเราเชี่ยวชาญอะไรเบอร์นั้นนะ เพราะเราก็อยากเรียนรู้มันต่อไปเรื่อยๆ"


ระหว่างที่ทีมงานกำลังถ่ายภาพเมนูเครื่องดื่มต่างๆ ลูกค้าอีกท่านก็เอื้อเฟื้อพร็อพมาให้ด้วยเพื่อให้รูปของเราที่ได้มันออกมาดูสมบูรณ์ขึ้น ซึ่งแม้ว่าผู้คนที่อยู่ภายในร้านจะไม่ได้รู้จักกันทุกคน แต่การมาเยือนในครั้งนี้ ทำให้เราได้แง่คิดจากที่นี่ว่า “การให้เป็นสิ่งที่ดีเสมอ” บางวันลูกค้าจากหอพักใกล้ๆ ก็นำต้นไม้มาให้ เพื่อให้ร้านดูแลให้มันเติบโตไปพร้อมๆ กัน ซึ่งเป็นความน่ารักใหม่ๆ ที่เราได้สัมผัสถึง เพราะ THANWAA คือ คาเฟ่ของมิตรสหาย ที่ดึงดูดคนที่มีความชอบแบบเดียวกันมาอยู่ด้วยกัน
Facebook และ IG : thanwaa.bkk